ความเชี่ยวชาญโรคตับและระบบทางเดินอาหาร

ความเชี่ยวชาญโรคตับและระบบทางเดินอาหาร

Center of Excellence ของสมิติเวช สุขุมวิท

ศูนย์โรคตับและระบบทางเดินอาหาร ได้รับการยกระดับเป็นศูนย์แห่งความเป็นเลิศ (Center of Excellence: COE) ของสมิติเวช สุขุมวิท โดยผสานทีมแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และความร่วมมือกับสถาบันในต่างประเทศ พร้อมอ้างอิงแนวทางมาตรฐานสากล เพื่อพัฒนาคุณภาพการวินิจฉัยและการรักษาอย่างต่อเนื่อง

โอกาสใหม่ในการตรวจและรักษาโรคตับ จากงานวิจัยทางคลินิก

มะเร็งตับระยะแรกมักไม่แสดงอาการ การตรวจพบให้เร็วขึ้นจึงเพิ่มโอกาสในการวางแผนรักษา

หนึ่งในแนวทางจากงานวิจัยทางคลินิกที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ คือ GAAD Score โดยมี ศาสตราจารย์ นพ. ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ เป็นหนึ่งในผู้วิจัย ซึ่งใช้ข้อมูลพื้นฐานร่วมกับสารบ่งชี้ในเลือด ได้แก่ AFP และ PIVKA-II (DCP) เพื่อประเมินความเสี่ยงในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงสูง

ตามผลการศึกษา รายงานว่า GADD Score ช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจพบมะเร็งตับระยะต้นได้ประมาณ 71% และมีความแม่นยำราว 90% ซึ่งช่วยสนับสนุนการวางแผนการตรวจและรักษาในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
เมื่อวินิจฉัยแล้ว การรักษาจะพิจารณาแบบเฉพาะบุคคล โดยเลือกแนวทางที่เหมาะสมตามระยะของโรคและสภาพการทำงานของตับ ทั้งการรักษาด้วยยา เช่น เคมีบำบัด ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) การผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดเปลี่ยนตับจากผู้บริจาคในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้เหมาะสม
การดูแลผู้ป่วยมะเร็งตับอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนแบบรายบุคคล โดยอ้างอิงแนวทางเวชปฏิบัติระดับนานาชาติ ซึ่ง ศ.นพ. ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ มีส่วนร่วมในการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ในระดับวิชาการ

ทีมแพทย์รักษาโรคตับ:

ประสบการณ์และเทคโนโลยี ที่ยกระดับการดูแลโรคทางเดินอาหาร

การตรวจและรักษาโรคทางเดินอาหาร ด้วยความแม่นยำและมาตรฐานที่วัดผลได้
การส่องกล้องทางเดินอาหารเป็นมากกว่าการตรวจ แต่คือทักษะทางคลินิกที่อาศัยประสบการณ์

ทีมแพทย์ระบบทางเดินอาหารของสมิติเวชเพิ่มพูนประสบการณ์ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งความร่วมมือทางคลินิกกับ SANO Hospital ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการส่องกล้องขั้นสูง และการนำเทคโนโลยี AI เช่น EndoBRAIN-EYE มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุน เพื่อช่วยวิเคราะห์ภาพแบบเรียลไทม์และแจ้งเตือนรอยโรคขนาดเล็ก ลดโอกาสพลาด ขณะที่การตัดสินใจยังคงอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ

คุณภาพการส่องกล้องถูกติดตามและประเมินอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงตัวชี้วัดของ American Society for Gastrointestinal Endoscopy (ASGE) จากข้อมูลการส่องกล้อง 27,687 ราย (พ.ศ. 2560–2568) พบว่า

  • อัตราการตรวจพบติ่งเนื้อ (Adenoma Detection Rate) ในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป 40.1% (เกณฑ์อ้างอิง ASGE 35%)
  • อัตราลำไส้ทะลุ 0% (เกณฑ์อ้างอิง ASGE 0.1%)
  • ภาวะเลือดออกหลังตัดติ่งเนื้อ 0.1% (เกณฑ์อ้างอิง ASGE 1%)
  • การตรวจพบและตัดติ่งเนื้อตั้งแต่ระยะต้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั่วไปมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นมีอัตราการรอดชีวิตมากกว่า 90% ตามข้อมูลทางการแพทย์สากล ทั้งนี้ขึ้นกับระยะโรคและปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละราย

ทีมแพทย์โรคทางเดินอาหาร:

เทคนิคการส่องกล้องขั้นสูง เพิ่มทางเลือกการรักษา

  • Endoscopic Ultrasound (EUS) การส่องกล้องทางเดินอาหารร่วมกับอัลตราซาวด์ เพื่อดูรอยโรคประเมินอวัยวะใกล้เคียง เช่น ตับอ่อน ท่อน้ำดี และต่อมน้ำเหลือง พร้อมเก็บชิ้นเนื้อได้ในขั้นตอนเดียว
  • Endoscopic Submucosal Dissection (ESD) ตัดก้อนชิ้นเนื้อที่มีขนาดใหญ่ออกจากลำไส้ และกระเพาะอาหารได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด ไม่มีแผลเปิดหน้าท้อง ลดระยะเวลานอนโรงพยาบาลและระยะพักฟื้น
  • Endoscopic Retrograde Cholangio Pancreatography (ERCP) หัตถการส่องกล้องขั้นสูงที่ใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรคบางชนิดของท่อน้ำดีและท่อตับอ่อน เช่น นิ่วหรือภาวะอุดตัน ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่ในหลายกรณี

เทคนิคเหล่านี้ช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ลดความจำเป็นในการผ่าตัดใหญ่ และทำให้การดูแลผู้ป่วยสอดคล้องกับโรคของแต่ละราย

ทีมแพทย์ด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยการส่องกล้องขั้นสูง:

การผ่าตัดที่ลดแผล ลดพักฟื้น แต่ยังคงมาตรฐานการรักษา

สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ต้องผ่าตัด ปัจจุบันสามารถใช้เทคนิค Laparoscopic Colectomy ซึ่งเป็นการผ่าตัดผ่านกล้องด้วยแผลขนาดเล็ก แทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิม

ข้อดีที่ผู้ป่วยได้รับ ได้แก่ แผลเล็กกว่า ปวดน้อยกว่า พักฟื้นสั้นลง และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
โดยยังคงหลักการผ่าตัดทางมะเร็งวิทยาอย่างครบถ้วน ทั้งการตัดก้อนมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองที่เกี่ยวข้อง

ทีมแพทย์ด้านการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่:

โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ได้รับการจัดอันดับจาก Newsweek ให้เป็นหนึ่งใน World’s Best Hospitals 2026 โดยติดอยู่ในกลุ่ม Top 250 โรงพยาบาลที่ดีที่สุดของโลก และเป็น หนึ่งในสองโรงพยาบาลในประเทศไทย ที่ได้รับการจัดอันดับในระดับโลกนี้

คะแนนบทความ