ศูนย์โรคเลือด และโรคมะเร็งผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

ชั้น 8 อาคาร B ทุกวัน เวลา 07:00 - 18:00 น. 02-378-9480 [email protected]

ศูนย์โรคเลือด และโรคมะเร็งผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

สมิติเวช ศรีนครินทร์

ผลลัพธ์ทางการแพทย์

อัตราการรอดชีวิตใน 5 ปี ของผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป = 79%  (ข้อมูลปี พศ. 2562-2567)

ซึ่งมาตรฐานอัตรารอดชีวิต (Survival Benchmark) จาก Benchmark of International cancer partnership  อยู่ในช่วง 65–70%  

การรับรองจากสภากาชาดไทย

โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้รับการรับรองจาก Thai National Stem Cell Donor Registry (TSCDR) ภายใต้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ว่าเป็นศูนย์ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสำหรับ Unrelated Stem Cell Transplant Center (Hematology) หรือศูนย์ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติทางสายเลือดด้านโลหิตวิทยา สะท้อนถึงความพร้อมด้านมาตรฐานการดูแลรักษา ระบบงาน และศักยภาพในการให้บริการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ในผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาขั้นสูง

กลุ่มโรคที่ดูแล

  • มะเร็งของอวัยวะแบบที่เป็นก้อน  Solid Tumor 
    เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งนรีเวช และมะเร็งของอวัยวะต่าง   
  • มะเร็งทางโลหิตวิทยา Blood Cancers 
    เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง Multiple myeloma  และโรคเลือดซับซ้อน  

เทคโนโลยีทางการแพทย์ ในการรักษาโรคมะเร็ง

  1. CAR T-Cell มิติใหม่การรักษามะเร็ง   เป็นการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด 
    • สมิติเวชสามารถรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยกระบวนการรักษาใหม่ทางพันธุวิศวกรรม ที่เรียกว่า CAR T-Cell โดยสามารถนำมาใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด ที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีการปกติ
    • CAR-T cell เป็นกระบวนการนำเลือดจากคนไข้หรือผู้บริจาค ไปผ่านกระบวนการพันธุวิศวกรรม เพื่อสร้างเซลล์ที่มีความสามารถในการทำลายเซลล์มะเร็งกลับเข้าไปในร่างกายผู้ป่วย
    • การรักษาโรคมะเร็งด้วย CAR T-Cell ที่ผลิตในประเทศไทยสามารถช่วยลดค่ารักษาให้ผู้ป่วยจากเดิมลงได้ถึงกว่า 5 เท่าตัวเมื่อเทียบกับค่ารักษาด้วยเซลล์จากต่างประเทศ
  2. การปลูกถ่ายไขกระดูกและเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
    • การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของตนเอง  (Autologous stem cell transplantation)
    • การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้อื่น (Allogeneic stem cell transplantation)
      • การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากพี่น้องที่เข้ากันได้
      • การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติแต่มีความเข้ากันได้ (Matched Unrelated donor transplantation)
      • การปลูกถ่ายไขกระดูกและเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด แบบ matched 50% (Haploidentical Bone Marrow Transplantation)    คือการปลูกถ่ายไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์เม็ดเลือดจากผู้บริจาคในครอบครัวที่มีเนื้อเยื่อเข้ากันได้ประมาณครึ่งหนึ่ง หรือราว 50% เช่น พ่อ แม่ ลูก หรือพี่น้อง วิธีนี้ช่วยขยายโอกาสในการหาผู้บริจาคให้มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่พบผู้บริจาคที่เข้ากันได้สมบูรณ์จากครอบครัวหรือจากฐานข้อมูลผู้บริจาค จึงเป็นอีกทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกได้มากขึ้นและเร็วขึ้น
      • เพิ่มโอกาสในการหายจากโรคในกลุ่มผู้ป่วยที่ดื้อยา
  3. ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)
    การใช้ยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อโมเลกุลหรือกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง   จึงช่วยยับยั้งมะเร็งได้ตรงจุด และมักกระทบต่อเซลล์ปกติน้อยกว่าการให้เคมีบำบัดแบบดั้งเดิม
  4. เทคโนโลยีการผ่าตัดขั้นสูง (Advanced Surgery)
    การผ่าตัดมะเร็งในปัจจุบันมุ่งเน้นทั้งความแม่นยำและการลดผลกระทบต่อร่างกายผู้ป่วย เช่น   การผ่าตัดส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery) ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อและลดการรุกล้ำของการผ่าตัด 
  5. Gene Therapy การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางชีวภาพเพื่อพัฒนาการรักษามะเร็งให้แม่นยำมากขึ้น มุ่งแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนการทำงานของยีนในเซลล์มะเร็ง เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตหรือทำให้เซลล์มะเร็งตายลง
  6. รักษาผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ดื้อยา ด้วยวิธี  Chimeric antigen receptor T cell ( CAR-T cell therapy) 
  7. Photopheresis นวัตกรรมฉายแสงกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดภาวะแทรกซ้อนจากการปลูกถ่ายไขกระดูก

บริการของศูนย์โรคเลือด และโรคมะเร็ง

  1. ประเมินความเสี่ยงและคัดกรองมะเร็ง เริ่มจากการประเมินตามอายุ เพศ ประวัติครอบครัว อาการ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน เพื่อเลือกการตรวจที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งนรีเวช หรือการประเมินมะเร็งชนิดอื่นตามข้อบ่งชี้ 
  2. วินิจฉัยและประเมินระยะโรค การวางแผนรักษามะเร็งที่แม่นยำต้องเริ่มจากการวินิจฉัยที่ดี การตรวจเพื่อค้นหา ติดตาม และประเมินโรค ร่วมกับการตรวจชิ้นเนื้อและผลพยาธิวิทยาเพื่อช่วยกำหนดแผนรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย 
  3. การประสานงานหาผู้บริจาค ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่มีผู้บริจาคที่เหมาะสมในครอบครัว โรงพยาบาลมีบริการ ประสานงานค้นหาผู้บริจาคสเต็มเซลล์จากภายนอก  และการประสานงานกับหน่วยงานหรือเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการรักษาได้ต่อเนื่องมากขึ้น
  4. การรักษา
    ด้วยยา
    การรักษาอาจประกอบด้วยเคมีบำบัด ยาฮอร์โมนบำบัด ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งและผลตรวจเฉพาะบุคคล
    การผ่าตัดมะเร็ง การผ่าตัดยังเป็นส่วนสำคัญของการรักษาในผู้ป่วยบางราย โดยมีศัลยแพทย์มะเร็งวิทยาและทีมศัลยกรรมร่วมวางแผนการรักษาเพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งของโรค ระยะโรค และเป้าหมายการรักษา
    การรักษาด้วยรังสี ใช้ร่วมกับการผ่าตัดหรือเคมีบำบัด  สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการบรรเทาอาการจากโรคมะเร็งบางตำแหน่ง  
  5. ดูแลมะเร็งเลือดและโรคเลือดซับซ้อน ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือโรคเลือดที่ซับซ้อน ต้องอาศัยการดูแลโดยแพทย์โรคเลือดและทีมที่เชี่ยวชาญ 
  6. การติดตามผล ฟื้นฟู และดูแลคุณภาพชีวิต หลังการรักษา ผู้ป่วยจำนวนมากยังต้องการการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง การดูแลภาวะแทรกซ้อน การฟื้นฟูสมรรถภาพ โภชนาการ และการดูแลด้านจิตใจ เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของ comprehensive cancer care ในศูนย์ชั้นนำ  
  7. ดูแลรักษาโรคมะเร็งในผู้สูงวัย การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งสูงอายุ ต่างจากวัยอื่นตรงที่ไม่ได้ดูแค่ชนิดมะเร็งและระยะโรค แต่ต้องดูว่าร่างกายของคนไข้ทนการรักษาได้แค่ไหน เพราะผู้สูงอายุมักมี โรคร่วมหลายโรค, ความเปราะบาง, การทรงตัว การเคลื่อนไหวลดลง, ภาวะโภชนาการไม่ดี, ปัญหาความจำหรืออารมณ์, และการใช้ยาหลายชนิด ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลต่อโอกาสเกิดผลข้างเคียง การฟื้นตัว และความสามารถในการใช้ชีวิตหลังรักษา
  8. การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative  care) ประกอบไปด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างครอบคลุมในทุกมิติ
  9. การดูแลรักษาผู้ป่วยต่างชาติ ออกแบบให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของผู้ป่วยต่างชาติ เพื่อให้การรักษาทุกช่วงดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ
    • ก่อนเดินทาง
      • Teleconsultation Services ปรึกษาแพทย์ทางไกลเพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาก่อนเดินทาง
      • Aeromedical Transport and Repatriation Services บริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางการแพทย์อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ในกรณีวิกฤตมีทีมแพทย์เฉพาะทางดูแลตลอดการเดินทาง
      • ระหว่างการรักษา
      • Dedicated Coordinators  ทีมผู้ประสานงานดูแลนัดหมาย ตอบข้อซักถาม และอำนวยความสะดวกในกระบวนการรักษา
      • Professional Interpreter Services  บริการล่ามมืออาชีพ เพื่อให้การสื่อสารทางการแพทย์ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
      • Concierge Services  บริการช่วยเหลือเฉพาะบุคคล เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายตลอดเส้นทางการรักษา
    • หลังการรักษา
      • Aeromedical Transport and Repatriation Services บริการส่งต่อหรือเคลื่อนย้ายกลับอย่างปลอดภัย พร้อมการดูแลต่อเนื่องโดยทีม aeromedical
      • Follow-up Teleconsultation ติดตามอาการและให้คำแนะนำด้านการฟื้นฟูผ่านการปรึกษาทางไกล เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

สิ่งอำนวยความสะดวก

  • ห้องปลอดเชื้อ HEPA ที่มีแรงดันบวก (Positive Pressure Room)
  • ห้องสำหรับการปลูกถ่ายไขกระดูกโดยเฉพาะ
  • ห้องให้คำปรึกษาที่เป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัว
  • ห้องเชื่อมถึงกันสำหรับครอบครัว 
  • ห้องแยกโรค 
  • ห้องที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการให้เคมีบำบัด 

ทีมแพทย์