แค่ท้องผูกหรือลำไส้อุดตัน

แค่ท้องผูกหรือลำไส้อุดตัน

HIGHLIGHTS:

  • ภาวะท้องผูกและลำไส้อุดตันมีอาการหลายอย่างคล้ายคลึงกัน เช่น ปวดท้องและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ตามปกติ แต่ลำไส้อุดตันนั้น อาหารและของเหลวไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เสียชีวิตได้
  • อาการท้องผูกและลำไส้อุดตันสามารถป้องกันได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต  หมั่นสังเกตอาการของตัวเอง หากพบว่ามีภาวะท้องผูกร่วมกับมีอาการท้องอืด แน่นท้อง อาเจียน มีเลือดออกทางทวารหนัก ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องและหากมีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปี  

แม้ภาวะท้องผูกจะไม่ทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายถึงชีวิต แต่หลายๆ คนก็ได้รับความทุกข์ทรมานจากภาวะการขับถ่ายที่ผิดปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งรู้สึกเครียด เบื่ออาหาร อึดอัดแน่นท้อง ขาดความกระปรี้กระเปร่า อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ริดสีดวงทวารหนัก เกิดแผลที่ทวารหนักหรือลำไส้ตรง  รวมถึงอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย เช่น ลำไส้อุดตัน หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย

ท้องผูก (Constipation)

ท้องผูก คือ ภาวะที่ขับถ่ายยาก ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจต้องใช้เวลาเบ่งถ่ายเป็นเวลานาน ขับถ่ายได้ครั้งละไม่มาก อุจจาระมีลักษณะเป็นเม็ดแข็ง รู้สึกว่าถ่ายไม่สุด อึดอัดแน่นท้อง ทั้งนี้ หากมีอาการท้องผูกนานมากกว่า 3 เดือน และเริ่มมีอาการหลังจากมีอาการท้องผูกครั้งแรกนานมากกว่า 6 เดือน แต่ละเลยไม่รับการรักษา อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นอาการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งเป็นปัญหาของระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยมากกว่าร้อยละ 30 ของประชาชนทั่วไป  และมักพบในผู้สูงอายุ รวมถึงพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า

อาการ ท้องผูก

  • อุจจาระเป็นก้อนแข็ง
  • รู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่สุด
  • รู้สึกว่ามีสิ่งอุดกั้นบริเวณทวารหนัก
  • ต้องใช้ตัวช่วยเพื่อทำให้อุจจาระออกมา
  • ต้องใช้เวลาเบ่งนานมากกว่าปกติ
  • ต้องใช้แรงในเบ่งมากกว่าปกติ

สาเหตุของภาวะท้องผูก

ภาวะท้องผูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ  แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ

  • แบบปฐมภูมิ สาเหตุมาจากการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้ใหญ่และระบบขับถ่ายโดยตรง เกิดจากลำไส้ใหญ่มีการเคลื่อนไหวน้อยลง ทําให้อุจจาระเคลื่อนลงมาช้ากว่าปกติ ซึ่งพบได้น้อยมาก เพียงร้อยละ 5-6  เท่านั้น
  • แบบทุติยภูมิ มีสาเหตุจากปัจจัยอื่นๆ เช่น การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย ไม่ออกกำลังกาย การใช้ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด รวมถึงเกิดจากผลกระทบของโรคทางต่อมไร้ท่อและโรคทางระบบทางเดินอาหาร   

การรักษาอาการท้องผูก

  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ท้องผูกเป็นภาวะที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต สามารถรักษาเบื้องต้นได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำมากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลาทุกวัน ไม่เล่นโทรศัทพ์ขณะนั่งขับถ่าย ตลอดจนการใช้ยาระบายอย่างเหมาะสม
  • การฝึกกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเบ่งถ่ายให้ทำงานถูกต้อง (Biofeedback Training) สอนให้ผู้ป่วยขับถ่ายอย่างถูกวิธีด้วยเครื่องมือที่แสดงการทำงานของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่าย ใช้ในกรณีพบผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรังที่สงสัยว่ามีการทำงานที่ผิดปกติของลำไส้ใหญ่ หรือมีสาเหตุจากภาวะการเบ่งถ่ายที่ผิดวิธี โดยผู้ป่วยหลายคนที่ขมิบหรือไม่ยอมคลายหูรูดทวารหนักระหว่างการเบ่งถ่ายทำให้ไม่สามารถเบ่งอุจจาระออกมาได้ เกิดเป็นภาวะ Dyssynergia ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยด้วยเครื่องมือตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนปลายของลำไส้ใหญ่และหูรูดทวารหนัก (Anorectal Manometry)  

แต่หากภาวะท้องผูกเกิดพร้อมกับอาการเตือนอื่นๆ เช่น  น้ำหนักลด ถ่ายเป็นเลือด ท้องผูกสลับท้องเสีย คลำได้ก้อน มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงเริ่มมีอาการท้องผูกตอนอายุมากกว่า 50 ปี  ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย เนื่องจากอาจมีโอกาสพบโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ลำไส้อุดตัน (Intestinal Obstruction)

ลำไส้อุดตัน คือ ภาวะที่การบีบตัวของลำไส้ถูกรบกวนหรือมีสิ่งอุดตัน  ทำให้อาหารและของเหลวไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ตามปกติ ส่งผลให้มีอาการปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน โดยอาการมักบอกถึงตำแหน่งการอุดตันของลำไส้ ซึ่งอาจเกิดการอุดตันในลำไส้บางส่วนหรืออุดตันทั้งหมด  ภาวะลำไส้อุดตัน ถ้าปล่อยไว้หรือไม่รักษาอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

อาการภาวะลำไส้อุดตัน

อาการของภาวะลำไส้อุดตัน  ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลำไส้ที่เกิดการอุดตัน แบ่งออกเป็น

1.ลำไส้เล็กอุดตัน

  • ท้องอืด แน่นท้อง ไม่สามารถผายลมได้
  • กดแล้วเจ็บบริเวณท้อง
  • ปวดท้องรุนแรงเป็นๆ หายๆ บริเวณสะดือหรือใต้ซี่โครง อาจพบชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติร่วมด้วย
  • คลื่นไส้ อาเจียน

2.ลำไส้ใหญ่อุดตัน

  • ท้องอืด แน่นท้อง
  • ปวดท้องรุนแรง
  • ท้องผูก
  • อุจจาระมีเลือดปน

สาเหตุของภาวะลำไส้อุดตัน

แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • ลำไส้ตีบตัน (Mechanical Obstructions)  เกิดจากมีสิ่งไปอุดตันทางเดินของลำไส้ ส่วนใหญ่เกิดจากพังผืดในลำไส้หลังจากการผ่าตัดภายในช่องท้อง รวมถึงเกิดจากปัจจัยต่างๆ  เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ เนื้องอกในลำไส้เล็ก นิ่วในถุงน้ำดี ไส้เลื่อน รวมถึงความผิดปกติของลำไส้ในทารกแรกเกิด นอกจากนี้อาจเกิดจากภาวะลำไส้อักเสบ เช่น โรคโครห์น (Crohn’s Disease) 
  • ภาวะลำไส้อืด (Nonmechanical Obstructions) เกิดจากลำไส้ไม่สามารถบีบตัวและเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ส่งผลต่อระบบขับถ่าย โดยมีสาเหตุมาจากการผ่าตัดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน การติดเชื้อ การใช้ยาบางชนิด รวมถึงความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและระบบประสาท เช่น โรคพาร์คินสัน (Parkinson’s Disease) โรคเบาหวาน เป็นต้น

การรักษาภาวะลำไส้อุดตัน

การรักษาลำไส้อุดตันจำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุและอาการของผู้ป่วย ทำได้ดังนี้

  • การรักษาลำไส้อุดตันบางส่วน กรณีที่อาหารและน้ำยังสามารถเคลื่อนผ่านลำไส้ได้บ้าง รักษาระยะแรกด้วยการรับประทานอาหารเหลว  หากผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยในระยะยาว  แต่หากอาการไม่ดีขึ้น อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
  • การรักษาลำไส้อุดตันทั้งหมด กรณีอาหารและน้ำไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้เลย จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เพื่อนำสิ่งอุดตันออกจากลำไส้ หรือผ่าตัดลำไส้ส่วนที่เสียหายออก  
  • การรักษาภาวะลำไส้อืด รักษาด้วยการให้อาหารทางสายยางเพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร หากอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องใช้ยาช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ หรือผ่าตัดลำไส้ในส่วนที่เสียหายออก กรณีผู้ป่วยเกิดภาวะลำไส้ขยายตัว แพทย์จะรักษาด้วยการบีบไล่อุจจาระร่วมกับการส่องกล้อง

ภาวะท้องผูก และ ลำไส้อุดตัน มีอาการหลายอย่างคล้ายคลึงกัน

โดยเฉพาะอาการปวดท้องและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ตามปกติ แต่การรักษาอาการท้องผูกนั้นง่ายและไม่ซับซ้อนเท่าการรักษาภาวะลำไส้อุดตัน อีกทั้งอาการท้องผูกไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต ขณะที่ลำไส้อุดตันอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้หากไม่ทำการรักษาอย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเพียงภาวะท้องผูกชั่วคราว ท้องผูกเรื้อรังหรือลำไส้อุดตัน  ก็ไม่ควรปล่อยไว้เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ ทั้งลำไส้ทะลุ ริดสีดวงทวาร ภาวะไตวาย หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หากการอุดตันไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไม่ให้ไปยังส่วนต่างๆ ของลำไส้  จนเนื้อเยื่อในลำไส้ตาย   เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด การทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลว  

วิธีป้องกันอาการท้องผูก และ ลำไส้อุดตัน

ทั้งอาการท้องผูกและลำไส้อุดตันสามารถป้องกันได้ด้วยการลดปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ
  • รับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยไฟเบอร์สูง
  • งดการสูบบุหรี่

รวมถึงหมั่นสังเกตอาการของตัวเองอยู่ตลอด หากพบว่ามีภาวะท้องผูกร่วมกับมีอาการท้องอืด แน่นท้อง อาเจียน มีเลือดออกทางทวารหนัก ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

นอกจากนี้แล้ว เนื่องจากโรคในระบบทางเดินอาหารนั้นมีอาการแสดงที่คล้ายคลึงกันมาก ดังนั้น หากท่านเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป และมีอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์และรับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เพื่อคัดกรองและคัดแยกโรคร้ายออกไป นอกจากนั้นแล้วก็ควรตรวจปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปีด้วยเช่นกัน


วิดีโอคอลปรึกษาหมอออนไลน์ เรื่องอะไรได้บ้าง ? คลิกอ่านเพิ่มเติม

คะแนนบทความ

มีบัญชีผู้ใช้อยู่แล้ว?