โรคข้อสะโพกเสื่อมทำให้เกิดอาการปวดที่รุนแรงกว่าภาวะข้อเสื่อมในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เนื่องจากข้อสะโพกเป็นข้อต่อหลักที่รับน้ำหนักและทำงานหนักตลอดเวลา เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเกือบทุกรูปแบบ ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดแม้ในขณะขยับเบาๆ หรือแม้กระทั่งอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ทำอะไรเลย และอาจมีอาการเดินกะเผลกร่วมด้วย
หมายเหตุสำคัญ: การตัดสินใจผ่าตัดขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของผู้ป่วยแต่ละรายเป็นสำคัญ ตัวอย่างเช่น แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยอายุน้อยเข้ารับการผ่าตัด หากมีโรคร้ายแรงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคมะเร็งสะโพก เพื่อช่วยลดความทุกข์ทรมานจากความปวดรุนแรง และช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
พื้นผิวของวัสดุที่ฝัง (Implant) จะถูกเคลือบด้วยสารเคลือบที่ช่วยให้กระดูกสามารถยึดติดกับวัสดุได้ ข้อสะโพกเทียมชนิดไม่มีซีเมนต์มักจะมีราคาสูง แต่ก็มีความทนทาน ปลอดภัย และต้องการการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน
ใช้ซีเมนต์ชนิดพิเศษในการยึดวัสดุที่ฝังเข้ากับกระดูก
เป็นการเปลี่ยนทั้งส่วนที่เป็น หัวกระดูก (Ball) และส่วนที่เป็น เบ้ากระดูก (Socket)
เป็นการเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เป็น หัวกระดูก (Head of the femur) เท่านั้น
ในปัจจุบัน มีเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็ก (Minimally Invasive Procedure) โดยใช้แผลผ่าตัดยาวเพียง 4.5 ซม. เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบแผลเล็ก ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยทุกคน โดยประเภทของการผ่าตัดที่ใช้จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ วิถีชีวิตของผู้ป่วย อายุ น้ำหนัก ระดับความแข็งแรงของร่างกาย และปัจจัยอื่น ๆ

MIS VS Traditional Hip Replacement
แนวทางการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะพิจารณาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ควรปรึกษาศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เพื่อหาวิธีการผ่าตัดข้อสะโพกเทียมที่เหมาะสมที่สุด
หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Mako SmartRobotics™ คือเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกรุ่นใหม่ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทนำมาใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความปลอดภัย และลดการบาดเจ็บต่อกระดูกและเนื้อเยื่อรอบข้าง
นอกจากนี้ ความสามารถในการตัดกระดูกด้วยมุมที่แม่นยำยังเปิดโอกาสให้ศัลยแพทย์ประยุกต์แนวคิดการผ่าตัดรูปแบบใหม่ เช่น การจัดแนวข้อเทียมให้ใกล้เคียงกับโครงสร้างตามธรรมชาติของผู้ป่วยก่อนที่ข้อจะเกิดการเสื่อม ซึ่งช่วยให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และมีความพึงพอใจมากกว่าเดิม
ระบบนี้ไม่ใช่ “หุ่นยนต์ที่ผ่าตัดเอง” แต่เป็น ผู้ช่วยศัลยแพทย์ ที่ช่วยวางแผนและควบคุมความแม่นยำระหว่างผ่าตัด โดยศัลยแพทย์ยังเป็นผู้ควบคุมและตัดสินใจในทุกขั้นตอนเช่นเดิม
| ด้านเปรียบเทียบ | การผ่าตัดแบบดั้งเดิม | การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Mako SmartRobotics™ |
| ความแม่นยำของการลงทะเบียนกระดูก | มาตรฐานทั่วไป | แม่นยำสูง < 0.5 มม. |
| การจัดวางอุปกรณ์เทียม | ขึ้นกับทักษะแพทย์ | หุ่นยนต์ช่วยนำทาง ลดข้อผิดพลาด |
| การบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน | มากกว่า | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
| ระยะเวลาฟื้นตัว | นานกว่า | สั้นกว่า |
| ความเจ็บหลังผ่าตัด | สูงกว่า | ลดลงได้ถึง 55.4% |
| การใช้ยาแก้ปวด | มากกว่า | ลดลงอย่างเห็นได้ชัด |
| การผ่าตัดซ้ำ | มาตรฐานทั่วไป | ลดลงได้ถึง 30% |
| การทำงานของข้อในระยะยาว | มาตรฐานทั่วไป | ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง |
| อัตราการอยู่รอดของข้อเทียม (ข้อเข่าบางส่วน) | มาตรฐานทั่วไป | 95.6% ภายใน 5 ปี* |
*อ้างอิงจากข้อมูลของ Stryker ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการแพทย์
นอกจากเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Mako SmartRobotics™ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแล้ว ประสบการณ์ของศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มีทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคกระดูกและข้อ อาทิ นพ. กฤษกมล สิทธิทูล ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 13 ปี ผ่านการฝึกอบรมระดับนานาชาติด้านการผ่าตัดข้อเทียม และได้รับประกาศนียบัตร Fellowship in Arthroplasty จาก The Hannover Medical School (MHH) ประเทศเยอรมนี
ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเข่าจะได้รับการระงับความรู้สึกด้วยเทคนิค Combined Spinal–Epidural Block ร่วมกับ Nerve Block (Adductor Canal Block) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ยาจะออกฤทธิ์ทำให้ขาไม่ขยับและไม่รู้สึกเจ็บบริเวณที่ผ่าตัด ช่วยให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างราบรื่น
หลังผ่าตัด ทีมแพทย์วิสัญญีที่สมิติเวช จะติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมความเจ็บปวดต่อเนื่อง ยาที่ทำให้ขาเคลื่อนไหวไม่ได้จะค่อย ๆ ลดลงจนหมด ทำให้ผู้ป่วยสามารถ กลับมาเคลื่อนไหวขาได้ตามปกติโดยไม่เจ็บปวด ส่งเสริมการฟื้นตัวที่ราบรื่นและพร้อมเริ่มกายภาพบำบัดได้อย่างมั่นใจ เทคนิคนี้ที่ สมิติเวช ดำเนินการด้วย ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงของทีมแพทย์วิสัญญี
ที่ สมิติเวช สุขุมวิท เราผสานการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เข้ากับโปรแกรมฟื้นฟูและออกกำลังกายเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้เต็มที่ ปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายหลังผ่าตัด