คอเลสเตอรอลสูงเกี่ยวกับพันธุกรรมจริงหรือไม่

คอเลสเตอรอลสูงเกี่ยวกับพันธุกรรมจริงหรือไม่

HIGHLIGHTS:

  • หลายคนเข้าใจว่า ภาวะไขมันในเลือดสูง เกิดจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง “พันธุกรรม” มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อระดับไขมันของแต่ละคน
  • คนกลุ่มหนึ่งที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและปัจจัยแวดล้อมแล้วพบว่าผลเลือดไม่ได้ดีเท่าที่ควร บุคคลนั้นอาจจะไม่ได้แค่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เกื้อหนุนต่อไขมันสูง แต่อาจจะหมายถึงมีการกลายพันธุ์ในระดับยีน
  • ไขมันสูงเรื้อรังทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบ เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่เพียงพอ การรักษาภาวะคอเลสเตอรอลสูง จึงไม่ใช่แค่ลดตัวเลขไขมันในเลือด แต่เพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายในอนาคต Polygenic Risk Score (PRS) ช่วยประเมินแนวโน้มเฉพาะบุคคล เช่น การดูดซึมไขมัน การกำจัด LDL การอักเสบของหลอดเลือด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะออกมาเป็นคะแนนความเสี่ยงในอนาคตที่จะก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการป้องกันและรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย และเป็นปัจจัยสำคัญของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หลายคนเข้าใจว่าเกิดจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง “พันธุกรรม” มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อระดับไขมันของแต่ละคน
 

คอเลสเตอรอลสูง เกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุของภาวะคอเลสเตอรอลสูงมีได้หลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง

  • ลักษณะทางพันธุกรรม (genetic traits)
  • พฤติกรรมการดำรงชีวิตและสิ่งแวดล้อม

เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย น้ำหนักตัว ความเครียด การสูบบุหรี่ และโรคร่วมต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นความดันโลหิตสูง เบาหวาน
 

Genetic traits คืออะไร

Genetic traits หมายถึง “ลักษณะทางพันธุกรรม” ที่พบร่วมกันในสมาชิกครอบครัว เช่น

  • รูปร่างและการกระจายตัวของไขมัน 
  • ความสามารถในการดูดซึมไขมันจากลำไส้ 
  • การเผาผลาญและกำจัดคอเลสเตอรอลที่ตับ 
  • แนวโน้มการอักเสบของหลอดเลือด 

ลักษณะเหล่านี้ไม่ถือว่าเป็น “โรคพันธุกรรม” โดยตรง สมาชิกในครอบครัวอาจมีระดับไขมันหรือความเสี่ยงไม่เท่ากัน ขึ้นกับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมของแต่ละคนร่วมด้วย

ทั้งนี้มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและปัจจัยแวดล้อมแล้วพบว่าผลเลือดไม่ได้ดีเท่าที่ควร ทำให้ต้องสงสัยมากขึ้นว่าบุคคลนั้นอาจจะไม่ได้แค่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เกื้อหนุนต่อไขมันสูง แต่อาจจะหมายถึงมีการกลายพันธุ์ในระดับยีนที่มีหน้าที่โดยตรงในการเผาผลาญหรือขับไขมันออกจากร่างกายเพียงยีนเดียวที่จัดอยู่ในกลุ่ม “โรคพันธุกรรม (genetic disorders)” เช่น โรคคอเลสเตอรอลสูงชนิดที่ถ่ายทอดทางสายเลือด หรือ Familial Hypercholesterolemia (FH)

Familial Hypercholesterolemia (FH) โรคพันธุกรรมใกล้ตัว

ในประชากรประมาณ 1 ใน 300 คน จะพบภาวะไขมันคอเลสเตอรอลสูงที่เกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนเพียงยีนเดียว ซึ่งเรียกว่า Familial Hypercholesterolemia หรือ FH

โรคนี้เกิดจากความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับการกำจัด LDL cholesterol ออกจากร่างกาย ทำให้ระดับ LDL สูงตั้งแต่อายุน้อย และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนวัยอันควรอย่างชัดเจน
ลักษณะสำคัญของ FH ได้แก่

  • ถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบเด่น (autosomal dominant
  • บุตรมีโอกาสได้รับยีนผิดปกติร้อยละ 50 
  • ระดับ LDL cholesterol สูงมากตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาว 
  • มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก่อนวัยอันควรสูง 

“ก่อนวัยอันควร” หมายถึง

  • เพศชายอายุน้อยกว่า 55 ปี 
  • เพศหญิงอายุน้อยกว่า 60 ปี 

กรณีที่ทั้งพ่อและแม่เป็น FH จะมีโอกาสร้อยละ 25 ที่บุตรจะได้รับยีนผิดปกติจากทั้งสองฝ่าย ทำให้เกิดโรค FH ชนิดรุนแรง ซึ่งอาจเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่นได้

สิ่งสำคัญที่สุดของการดูแลไขมันสูงไม่ว่าจากสาเหตุใด Genetic traits VS Genetic disorders คือการป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบหัวใจ

เป้าหมายสำคัญของการรักษาภาวะคอเลสเตอรอลสูง ไม่ใช่เพียงการลดตัวเลขไขมันในเลือด แต่คือการลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันในอนาคต เนื่องจากการที่ไขมันในเลือดสูงอย่างเรื้อรังจะมีผลให้หลอดเลือดหัวใจแข็งตัว และทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย

ดังนั้น ผู้ที่มีคอเลสเตอรอลสูงทุกคนควรได้รับ “การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด” อย่างเหมาะสม

การดูแลรักษา แตกต่างกันตามระดับความเสี่ยง

  1. กลุ่มความเสี่ยงสูง หมายถึงผู้ที่มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าหรือเท่ากับ 10% ภายใน 10 ปีข้างหน้า
    ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักต้องได้รับ
    • ยาลดไขมันอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด 
    • อาจต้องใช้ยามากกว่า 1 ชนิด 
    • ควบคุมอาหารและพฤติกรรมอย่างเข้มงวด 
    • ประเมินว่าเข้าข่าย FH หรือไม่ 
    • ติดตามสุขภาพหัวใจอย่างสม่ำเสมอ 
  2. กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง มีโอกาสเกิดโรคหัวใจประมาณ 5–10% ใน 10 ปี
    แนวทางดูแลเน้น
    • ปรับพฤติกรรม 
    • ควบคุมน้ำหนัก 
    • ออกกำลังกาย 
    • ลดอาหารไขมันอิ่มตัว 
    • พิจารณาการใช้ยาลดไขมันในกรณีที่มีโรคร่วม เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง 
  3. กลุ่มความเสี่ยงต่ำ มีโอกาสเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 5% ใน 10 ปี
    กลุ่มนี้ควรเน้นการป้องกันระยะยาว เช่น
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 
    • พักผ่อนให้เพียงพอ 
    • งดสูบบุหรี่ 
    • ควบคุมอาหาร 
    • ตรวจสุขภาพเป็นระยะ 

ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างไร

การประเมินความเสี่ยงในปัจจุบันไม่ได้ดูเพียงระดับคอเลสเตอรอลเท่านั้น แต่พิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  1. ข้อมูลทางคลินิก
    • อายุ 
    • เพศ 
    • น้ำหนักและส่วนสูง 
    • ความดันโลหิต 
    • การสูบบุหรี่ 
    • ประวัติครอบครัว 
  2. ผลตรวจไขมันในเลือด
    • Total cholesterol 
    • LDL cholesterol 
    • HDL cholesterol 
    • Triglyceride 
  3. สารชีวเคมีเพิ่มเติม ซึ่งช่วยประเมินความเสี่ยงของหลอดเลือดอักเสบและการเกิดคราบไขมันได้ละเอียดขึ้น เช่น
  4. การประเมินลักษณะทางพันธุกรรมหรือ genetic traits
    ปัจจุบันสามารถประเมิน “คะแนนความเสี่ยงทางพันธุกรรม” ของโรคหัวใจได้จากการวิเคราะห์หลายยีนร่วมกัน หรือที่เรียกว่า Polygenic Risk Score (PRS)
    การตรวจลักษณะนี้ช่วยประเมินแนวโน้มเฉพาะบุคคล เช่น
    • การดูดซึมไขมัน 
    • การกำจัด LDL cholesterol 
    • การอักเสบของหลอดเลือด 
    • ความไวต่อปัจจัยแวดล้อม 
      ข้อมูลดังกล่าวจะรายงานออกมาเป็นคะแนนว่าความเสี่ยงในอนาคตที่จะก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่ในระดับใด จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการป้องกันและรักษาได้แม่นยำยิ่งขึ้น
  5. การถอดรหัสพันธุกรรม (genome sequencing) ในยีน LDLR APOB PCSK9 เป็นการตรวจผู้ที่มีความเสี่ยงสูงสุดกล่าวคือต้องสงสัยภาวะยีนกลายพันธุ์หรือ FH
     

สรุป

ภาวะคอเลสเตอรอลสูงไม่ใช่เพียงผลจากอาหารหรือพฤติกรรม แต่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโรค Familial Hypercholesterolemia ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตั้งแต่อายุน้อย

การประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียด ทั้งจากข้อมูลทางคลินิก ผลเลือด และข้อมูลทางพันธุกรรม จะช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาและป้องกันโรคหัวใจได้อย่างเหมาะสมและแม่นยำสำหรับแต่ละบุคคลที่สุด

รพ.สมิติเวช สุขุมวิทให้บริการการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันสำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงด้วยเครื่องมือทางชีวเคมี คะแนนความเสี่ยงทางพันธุกรรม และการถอดรหัสพันธุกรรมของยีนไขมัน ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่างแพทย์โรคหัวใจและแพทย์โรคพันธุกรรม สามารถเข้ารับบริการได้ที่

คะแนนบทความ