โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ที่สมิติเวช สุขุมวิท
ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (AI-Assisted Colonoscopy) ที่สมิติเวช สุขุมวิท*
- อัตราตรวจพบติ่งเนื้อที่เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 40% (มาตรฐาน ASGE ≥35%)
- 0% ไม่พบภาวะแทรกซ้อนระหว่างส่องกล้อง
- เพิ่มอัตราการรอดชีวิตเมื่อตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นได้มากกว่า 90%
- ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่สำเร็จ 27,687 ราย
(*สถิติ สมิติเวช สุขุมวิท ปี 2560 – 2569)
แนะนำสำหรับใคร
- ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการผิดปกติ ตามคำแนะนำของ ASGE
- ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งที่เกี่ยวข้องในครอบครัว เคยพบติ่งเนื้อ หรือมีโรคทางเดินอาหารบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน และอาจต้องเริ่มตรวจในอายุน้อยกว่า 45 ปี
เบื้องหลังความแม่นยำของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่สมิติเวช สุขุมวิท
- ตรวจละเอียด ให้เวลาตรวจอย่างเต็มที่ เฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อเคส เพราะการตรวจเจอและตัดติ่งเนื้อออก ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทีมแพทย์วิสัญญีดูแลใกล้ชิด คนไข้หลับสบาย ปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว จะมีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดกระบวนการ
- อุปกรณ์กล้องส่องลำไส้ใหญ่ พร้อมเทคโนโลยี AI และเทคนิคการแพทย์ญี่ปุ่น
ใช้กล้องส่องลำไส้ใหญ่ที่ติดตั้งระบบ AI EndoBRAIN-EYE ร่วมกับการใช้นวัตกรรมเทคนิคการแพทย์ Narrow Band Image (NBI) จากโรงพยาบาลซาโน ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้คิดค้นวิธีการตรวจขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ติดอันดับ Top 10 ของโลก ช่วยให้เห็นติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ได้ชัด แม้แต่ชนิดแบนราบที่ดูเหมือนกับผิวลำไส้ใหญ่ (Serrated Polyp) ยากที่จะมองเห็น เพิ่มความละเอียดแม่นยำในการตรวจและตัดติ่งเนื้อ ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ - สมิติเวช สุขุมวิทติดตามตัวชี้วัดคุณภาพครบทุกด้านตามมาตรฐาน ASGE เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนี้
ตัวชี้วัดคุณภาพการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (สมิติเวช สุขุมวิท vs. ASGE)
- ตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น
- สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 80%
- ความสะอาดของลำไส้ก่อนส่องกล้องได้ตามมาตรฐาน (Bowel Preparation Adequacy Rate)
- สมิติเวช สุขุมวิท 90% | ASGE 85%
- ตรวจครบความยาวลำไส้ทุกเคส (Cecal Intubation Rate)
- สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 95%
- ระยะเวลาตรวจขณะถอยกล้องออกจากลำไส้ ≥ 6 นาที
- สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 100%
- รายงานผลตรวจครบถ้วนตามมาตรฐานการแพทย์
- สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 95%
ตัวชี้วัดผลลัพธ์การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (สมิติเวช สุขุมวิท vs. ASGE)
- ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการส่องกล้อง (Perforation Rate)
- สมิติเวช สุขุมวิท 0% | ASGE 0.1%
- อัตราเลือดออกหลังตัดติ่งเนื้อ
- สมิติเวช สุขุมวิท 0.1% | ASGE 1%
- อัตราตรวจพบความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ ก่อนติ่งเนื้อกลายเป็นมะเร็ง (Adenoma Detection Rate)
- กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป: สมิติเวช สุขุมวิท 45% | ASGE 35%
- ทุกช่วงอายุ: สมิติเวช สุขุมวิท 40% | ASGE 35%
โปรแกรมส่องกล้องตรวจสุขภาพลำไส้ใหญ่
| โปรแกรม | ราคาโปรโมชั่น (บาท) |
|
โปรแกรมส่องกล้องตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยี AI-assisted Colonoscopy |
28,000 |
| โปรแกรมส่องกล้องกระเพาะอาหาร และ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Gastroscopy and Colonoscopy) | 47,000 |
| โปรแกรมตรวจความสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร และ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ | 34,500 |
| โปรแกรมตรวจสุขภาพ+ ส่องกล้องของคนวัย 40-50 ปี (ชาย) | รายการตรวจ | 42,400* |
| โปรแกรมตรวจสุขภาพ + ส่องกล่องของคนวัย 40-50 ปี (หญิง) | รายการตรวจ | 49,000* |
| โปรแกรมตรวจสุขภาพ + ส่องกล้องของคนวัย 50 ปีขึ้นไป (ชาย) | รายการตรวจ | 50,000* |
| โปรแกรมตรวจสุขภาพ+ ส่องกล้องของคนวัย 50 ปีขึ้นไป (หญิง) | รายการตรวจ | 56,400* |
| โปรแกรมตรวจสุขภาพ + ส่องกล้องของคนวัย 60 ปีขึ้นไป (ชาย) | รายการตรวจ | 59,000* |
| โปรแกรมตรวจสุขภาพ+ ส่องกล้องของคนวัย 60 ปีขึ้นไป (หญิง) | รายการตรวจ | 65,000* |
เงื่อนไข:
- โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลฯ
- เป็นโปรแกรมส่องกล้องแบบใช้ยานอนหลับ
- โปรแกรมดังกล่าวรวมค่ายาระบาย ค่าห้องส่องกล้องและค่าห้องพักฟื้นสังเกตอาการหลังส่องกล้อง
- โปรแกรมดังกล่าวไม่รวมค่าตรวจร่างกายก่อนการส่องกล้อง
- โปรแกรมดังกล่าวไม่รวมค่าปรึกษาแพทย์ครั้งแรกก่อนการส่องกล้อง
- กรณีส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ที่มีการตัดชิ้นเนื้อขนาดไม่เกิน 1 ซม. มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท / ชิ้น (ไม่รวมค่าอุปกรณ์การตัดชิ้นเนื้อเพิ่ม) และกรณีที่ขนาดชิ้นเนื้อไม่เกิน 2 ซม. คิดค่าใช้จ่ายตามจริง
- กรุณาตรวจสอบสิทธิ์ประกันสุขภาพก่อนเข้ารับบริการส่องกล้องเพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการ
- ขอสงวนสิทธิ์สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
- ระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2569
- สามารถรับบริการส่องกล้องได้ที่ ศูนย์ดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เวลา 8.00 – 18.00 น. รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เท่านั้น
- *ราคาโปรแกรมตรวจสุขภาพตามอายุ และการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2569
รับบริการตรวจสุขภาพได้ที่ ศูนย์สุขภาพ เวลา 7.00 – 15.30 น. รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เท่านั้น
สามารถรับบริการส่องกล้องได้ที่ ศูนย์ดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เวลา 8.00 – 18.00 น. รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เท่านั้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่องกล้อง
1. การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คืออะไร
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หรือ การตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนล่างโดยการส่องกล้อง (Colonoscopy) เป็นการใช้กล้องชนิดอ่อนใส่ผ่านเข้าทางทวารหนัก ค่อยๆ สอดเข้าไปในลำไส้ใหญ่ หมุนกล้องรอบทิศ 360 องศา เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่ผนังของลำไส้ใหญ่ ด้วยความยาวของลำไส้ใหญ่ 160 – 180 เซนติเมตร และวิธีการตรวจแบบพิถีพิถัน ร่วมกับเทคนิคการส่องกล้องแบบ Narrow Band Image (NBI) และเทคโนโลยี AI ของญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้การส่องกล้องและการวินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ เห็นได้ชัดเจนและละเอียดมากยิ่งขึ้น
2. ประโยชน์ของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างไร
เนื่องจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เริ่มต้นจากการเกิดติ่งเนื้อขึ้นภายในลำไส้ ร่วมกับปัจจัยที่กระตุ้นให้มีโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สูงขึ้นจากการใช้ชีวิตหรือประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ของครอบครัว การมาตรวจสุขภาพด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงทำให้เราสามารถพบติ่งเนื้อดังกล่าวและตัดทิ้งเพื่อป้องกันได้เร็วก่อนกลายเป็นมะเร็งได้ถึง 90%
3. ใครที่ควรส่องกล้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ผู้ที่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว หรือ เคยเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือ มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
- ผู้ที่มีอายุ 45 ปี ขึ้นไป
- มีอาการป่วยแทรกซ้อนหลายโรค เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในตับ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
4. การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ และขั้นตอนการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคนิค NBI
- ผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ
- เคลียร์ลำไส้ให้สะอาด โดยใช้ยาระบาย ซึ่งเป็นยาผงผสมน้ำให้คนไข้ดื่มในช่วงเย็น แล้วจึงเข้ารับการตวรจในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น
- แพทย์จะฉีดยานอนหลับกับผู้ที่เข้ารับการส่องกล้อง หากผู้เข้ารับการส่องกล้อง เป็นผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว อาจใช้วิธีดมยานอนหลับที่ไม่แรงและหมดฤทธิ์ได้เร็ว
- เมื่อผู้เข้ารับการส่องกล้องหลับ แพทย์จะเริ่มสอดกล้องที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร 60 เซนติเมตร เข้าไปทางทวารหนัก โดยกล้องสามารถเข้าไปได้ลึกประมาณ 70 – 80 เซนติเมตร อาจเช็คไปถึงส่วนต้นของลำไส้ใหญ่และตอนปลายของลำไส้เล็กบางส่วน
5. ส่องกล้องลําไส้ใหญ่ เจ็บไหม
ในขณะที่ทำการส่องกล้องนั้นผู้รับบริการจะหลับหรือชาบริเวณที่ทำหัตถการ และรู้สึกตัวอีกทีก็ต่อเมื่อหัตถการสำเร็จและยาชาหมดฤทธิ์เรียบร้อยแล้ว ด้วยระยะเวลาที่ใช้ในการส่องกล้องเพียง 40 – 60 นาที เท่านั้น โดยอาการที่มักพบเจอได้คือ มึนงงเล็กน้อยจากฤทธิ์ยาหรือมีอาการหน่วงบริเวณที่ทำหัตถการ ซึ่งใช้เวลาไม่นานจะสามารถหายได้เอง
6. หากส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แล้วตรวจเจอ เนื้องอกในลําไส้ ไม่ใช่มะเร็ง รักษาอย่างไร
หากพบเป็นติ่งเนื้อขนาดเล็กกว่า 2.5 – 3 เซนติเมตร แพทย์ก็จะทำการตัดติ่งเนื้อผ่านกล้องได้ในทันที หากเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่กว่านั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้เช่นกัน ด้วยเทคนิค ESD หรือการผ่าตัดแบบไม่เปิดหน้าท้องสำหรับก้อนเนื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดอาการแทรกซ้อน ปลอดภัยและฟื้นตัวได้เร็วมากยิ่งขึ้น
7. หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีวิธีการรักษาอย่างไร
- การผ่าตัด (Surgery) สามารถทำได้ในทุกระยะของโรค ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาการรักษาควบคู่ไปกับการฉายรังสีและยาเคมีบำบัด
- ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) การรับประทานหรือฉีดยาเคมีบำบัดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อ เพื่อให้ยาดูดซึมเข้าทางกระแสเลือดและออกฤทธิ์หยุดยั้งการแบ่งตัวหรือทำลายเซลล์มะเร็ง สามารถใช้ก่อนการผ่าตัดและ/หรือหลังผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสีรักษาหรือไม่ก็ได้ ยาเคมีบำบัดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับเซลล์ปกติและการทำงานของอวัยวะอื่นๆ เช่น มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และผมร่วง
- การฉายรังสีรักษา (Radiation therapy) ด้วยคลื่นที่มีพลังงานสูง เพื่อทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงยังช่วยลดอัตราการกลับมาเป็นซํ้า โดยสามารถทำควบคู่ไปกับการให้เคมีบำบัด เพื่อให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น
- ยาเฉพาะเจาะจง (Targeted Therapy) เป็นการรักษาที่ตรงจุดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งแบบไม่ทำลายเซลล์ข้างเคียงและมีผลข้างเคียงน้อย ส่วนใหญ่มักทำการรักษาร่วมกับการให้เคมีบำบัด โดยเลือกใช้ในกลุ่มที่มีการกระจายของมะเร็ง จากการศึกษาพบว่าการรักษาด้วยยาเฉพาะเจาะจงสามารถยืดระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่ และช่วยให้มีระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากโรคนานกว่าการให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว
- ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตรวจจับและฆ่าเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ส่วนใหญ่ใช้ในกลุ่มที่มีการกระจายของมะเร็ง และต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อมะเร็งอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
8. ควรส่องกล้องทุกกี่ปี
แพทย์แนะนำให้ตรวจเช็คมะเร็งลำไส้ใหญ่ทุกๆ 5 ปี แต่ในกรณีผู้มีความเสี่ยงควรตรวจทุก 3 - 5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้แต่ละราย เช่น หากมีการตรวจพบตั้งแต่แรก อาจต้องเข้ารับการตรวจถี่ขึ้นเป็นทุกๆ 2 -3 ปี หรือตามดุลยพินิจของแพทย์“สุขภาพลำไส้ที่ดีมีผลต่อสุขภาพโดยรวมและความแข็งแรงของร่างกายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลให้เราห่างไกลจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยเช่นกัน ในช่วงของการรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่นี้ สมิติเวชขอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพลำไส้ของทุกคน เพราะเราไม่อยากให้ใครป่วย”
