โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ที่สมิติเวช สุขุมวิท โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ที่สมิติเวช สุขุมวิท

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ที่สมิติเวช สุขุมวิท

ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2569

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ที่สมิติเวช สุขุมวิท

ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (AI-Assisted Colonoscopy) ที่สมิติเวช สุขุมวิท*

  • อัตราตรวจพบติ่งเนื้อที่เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนอายุ 45 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 40% (มาตรฐาน ASGE ≥35%)
  • 0% ไม่พบภาวะแทรกซ้อนระหว่างส่องกล้อง
  • เพิ่มอัตราการรอดชีวิตเมื่อตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นได้มากกว่า 90%
  • ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่สำเร็จ 27,687 ราย

(*สถิติ สมิติเวช สุขุมวิท ปี 2560 – 2569)


แนะนำสำหรับใคร
  • ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการผิดปกติ ตามคำแนะนำของ ASGE
  • ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งที่เกี่ยวข้องในครอบครัว เคยพบติ่งเนื้อ หรือมีโรคทางเดินอาหารบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมิน และอาจต้องเริ่มตรวจในอายุน้อยกว่า 45 ปี

เบื้องหลังความแม่นยำของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่สมิติเวช สุขุมวิท
  1. ตรวจละเอียด ให้เวลาตรวจอย่างเต็มที่ เฉลี่ยใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อเคส เพราะการตรวจเจอและตัดติ่งเนื้อออก ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทีมแพทย์วิสัญญีดูแลใกล้ชิด คนไข้หลับสบาย ปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว จะมีวิสัญญีแพทย์ดูแลตลอดกระบวนการ
  2. อุปกรณ์กล้องส่องลำไส้ใหญ่ พร้อมเทคโนโลยี AI และเทคนิคการแพทย์ญี่ปุ่น
    ใช้กล้องส่องลำไส้ใหญ่ที่ติดตั้งระบบ AI EndoBRAIN-EYE ร่วมกับการใช้นวัตกรรมเทคนิคการแพทย์ Narrow Band Image (NBI) จากโรงพยาบาลซาโน ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้คิดค้นวิธีการตรวจขึ้น เนื่องจากญี่ปุ่นมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ติดอันดับ Top 10 ของโลก ช่วยให้เห็นติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ได้ชัด แม้แต่ชนิดแบนราบที่ดูเหมือนกับผิวลำไส้ใหญ่ (Serrated Polyp) ยากที่จะมองเห็น เพิ่มความละเอียดแม่นยำในการตรวจและตัดติ่งเนื้อ  ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. สมิติเวช สุขุมวิทติดตามตัวชี้วัดคุณภาพครบทุกด้านตามมาตรฐาน ASGE เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนี้

ตัวชี้วัดคุณภาพการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (สมิติเวช สุขุมวิท vs. ASGE)

  1. ตรวจเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น
  • สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 80%
  1. ความสะอาดของลำไส้ก่อนส่องกล้องได้ตามมาตรฐาน (Bowel Preparation Adequacy Rate)
  •  สมิติเวช สุขุมวิท 90% | ASGE 85%
  1. ตรวจครบความยาวลำไส้ทุกเคส (Cecal Intubation Rate)
  • สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 95%
  1. ระยะเวลาตรวจขณะถอยกล้องออกจากลำไส้ ≥ 6 นาที
  • สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 100%
  1. รายงานผลตรวจครบถ้วนตามมาตรฐานการแพทย์
  • สมิติเวช สุขุมวิท 100% | ASGE 95%

ตัวชี้วัดผลลัพธ์การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (สมิติเวช สุขุมวิท vs. ASGE)

  1. ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการส่องกล้อง (Perforation Rate)
  • สมิติเวช สุขุมวิท 0% | ASGE 0.1%
  1. อัตราเลือดออกหลังตัดติ่งเนื้อ
  • สมิติเวช สุขุมวิท 0.1% | ASGE 1%
  1. อัตราตรวจพบความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ ก่อนติ่งเนื้อกลายเป็นมะเร็ง (Adenoma Detection Rate)
  • กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป: สมิติเวช สุขุมวิท 45% | ASGE 35%
  • ทุกช่วงอายุ: สมิติเวช สุขุมวิท 40% | ASGE 35%

โปรแกรมส่องกล้องตรวจสุขภาพลำไส้ใหญ่

โปรแกรม            ราคาโปรโมชั่น
(บาท)

โปรแกรมส่องกล้องตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยี AI-assisted Colonoscopy
ซื้อโปรแกรม: Samitivej Sukhumvit Shop

28,000
31,055
โปรแกรมส่องกล้องกระเพาะอาหาร และ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Gastroscopy and Colonoscopy) 47,000
51,055
โปรแกรมตรวจความสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร และ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ 34,500
56,055
โปรแกรมตรวจสุขภาพ+ ส่องกล้องของคนวัย 40-50 ปี (ชาย)รายการตรวจ 42,400*
70,055
โปรแกรมตรวจสุขภาพ + ส่องกล่องของคนวัย 40-50 ปี (หญิง)รายการตรวจ 49,000*
77,555
โปรแกรมตรวจสุขภาพ + ส่องกล้องของคนวัย 50 ปีขึ้นไป (ชาย)รายการตรวจ 50,000*
79,055
โปรแกรมตรวจสุขภาพ+ ส่องกล้องของคนวัย 50 ปีขึ้นไป (หญิง)รายการตรวจ 56,400*
89,055
โปรแกรมตรวจสุขภาพ + ส่องกล้องของคนวัย 60 ปีขึ้นไป (ชาย)รายการตรวจ 59,000*
95,055
โปรแกรมตรวจสุขภาพ+ ส่องกล้องของคนวัย 60 ปีขึ้นไป (หญิง)รายการตรวจ 65,000*
105,055

เงื่อนไข:

  1. โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลฯ
  2. เป็นโปรแกรมส่องกล้องแบบใช้ยานอนหลับ
  3. โปรแกรมดังกล่าวรวมค่ายาระบาย ค่าห้องส่องกล้องและค่าห้องพักฟื้นสังเกตอาการหลังส่องกล้อง
  4. โปรแกรมดังกล่าวไม่รวมค่าตรวจร่างกายก่อนการส่องกล้อง
  5. โปรแกรมดังกล่าวไม่รวมค่าปรึกษาแพทย์ครั้งแรกก่อนการส่องกล้อง
  6. กรณีส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ที่มีการตัดชิ้นเนื้อขนาดไม่เกิน 1 ซม. มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท / ชิ้น (ไม่รวมค่าอุปกรณ์การตัดชิ้นเนื้อเพิ่ม) และกรณีที่ขนาดชิ้นเนื้อไม่เกิน 2 ซม. คิดค่าใช้จ่ายตามจริง
  7. กรุณาตรวจสอบสิทธิ์ประกันสุขภาพก่อนเข้ารับบริการส่องกล้องเพื่อประโยชน์ของผู้รับบริการ
  8. ขอสงวนสิทธิ์สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
  9. ระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2569
  10. สามารถรับบริการส่องกล้องได้ที่ ศูนย์ดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เวลา 8.00 – 18.00 น. รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เท่านั้น
  11. *ราคาโปรแกรมตรวจสุขภาพตามอายุ และการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2569 
    รับบริการตรวจสุขภาพได้ที่ ศูนย์สุขภาพ เวลา 7.00 – 15.30 น. รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เท่านั้น
    สามารถรับบริการส่องกล้องได้ที่ ศูนย์ดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เวลา 8.00 – 18.00 น. รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เท่านั้น


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่องกล้อง

1. การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คืออะไร

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ หรือ การตรวจระบบทางเดินอาหารส่วนล่างโดยการส่องกล้อง (Colonoscopy) เป็นการใช้กล้องชนิดอ่อนใส่ผ่านเข้าทางทวารหนัก ค่อยๆ สอดเข้าไปในลำไส้ใหญ่ หมุนกล้องรอบทิศ 360 องศา เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่ผนังของลำไส้ใหญ่ ด้วยความยาวของลำไส้ใหญ่ 160 – 180 เซนติเมตร และวิธีการตรวจแบบพิถีพิถัน ร่วมกับเทคนิคการส่องกล้องแบบ Narrow Band Image (NBI) และเทคโนโลยี AI ของญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้การส่องกล้องและการวินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ เห็นได้ชัดเจนและละเอียดมากยิ่งขึ้น

2. ประโยชน์ของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างไร

เนื่องจากมะเร็งลำไส้ใหญ่เริ่มต้นจากการเกิดติ่งเนื้อขึ้นภายในลำไส้ ร่วมกับปัจจัยที่กระตุ้นให้มีโอกาสการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สูงขึ้นจากการใช้ชีวิตหรือประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ของครอบครัว การมาตรวจสุขภาพด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จึงทำให้เราสามารถพบติ่งเนื้อดังกล่าวและตัดทิ้งเพื่อป้องกันได้เร็วก่อนกลายเป็นมะเร็งได้ถึง 90%

3. ใครที่ควรส่องกล้องตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่

  • ผู้ที่มีประวัติมะเร็งในครอบครัว หรือ เคยเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือ มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
  • ผู้ที่มีอายุ 45 ปี ขึ้นไป
  • มีอาการป่วยแทรกซ้อนหลายโรค เช่น เบาหวาน โรคอ้วน  ไขมันในตับ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
ผู้ที่ควรมาส่องกล้องลำไส้ใหญ่ คือ กลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีอายุถึงเกณฑ์ที่แพทย์แนะนำให้ตรวจสุขภาพลำไส้ และกลุ่มบุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาทิ อายุ 45 ปีขึ้นไป ประวัติครอบครัวมีผู้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่สูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น 

4. การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ และขั้นตอนการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคนิค NBI

  • ผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการตรวจ
  • เคลียร์ลำไส้ให้สะอาด โดยใช้ยาระบาย ซึ่งเป็นยาผงผสมน้ำให้คนไข้ดื่มในช่วงเย็น แล้วจึงเข้ารับการตวรจในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น
  • แพทย์จะฉีดยานอนหลับกับผู้ที่เข้ารับการส่องกล้อง หากผู้เข้ารับการส่องกล้อง เป็นผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว อาจใช้วิธีดมยานอนหลับที่ไม่แรงและหมดฤทธิ์ได้เร็ว
  • เมื่อผู้เข้ารับการส่องกล้องหลับ แพทย์จะเริ่มสอดกล้องที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร 60 เซนติเมตร เข้าไปทางทวารหนัก โดยกล้องสามารถเข้าไปได้ลึกประมาณ 70 – 80 เซนติเมตร อาจเช็คไปถึงส่วนต้นของลำไส้ใหญ่และตอนปลายของลำไส้เล็กบางส่วน

5. ส่องกล้องลําไส้ใหญ่ เจ็บไหม

ในขณะที่ทำการส่องกล้องนั้นผู้รับบริการจะหลับหรือชาบริเวณที่ทำหัตถการ และรู้สึกตัวอีกทีก็ต่อเมื่อหัตถการสำเร็จและยาชาหมดฤทธิ์เรียบร้อยแล้ว ด้วยระยะเวลาที่ใช้ในการส่องกล้องเพียง 40 – 60 นาที เท่านั้น โดยอาการที่มักพบเจอได้คือ มึนงงเล็กน้อยจากฤทธิ์ยาหรือมีอาการหน่วงบริเวณที่ทำหัตถการ ซึ่งใช้เวลาไม่นานจะสามารถหายได้เอง

6. หากส่องกล้องลำไส้ใหญ่ แล้วตรวจเจอ เนื้องอกในลําไส้ ไม่ใช่มะเร็ง รักษาอย่างไร

หากพบเป็นติ่งเนื้อขนาดเล็กกว่า 2.5 – 3 เซนติเมตร แพทย์ก็จะทำการตัดติ่งเนื้อผ่านกล้องได้ในทันที หากเป็นก้อนเนื้อขนาดใหญ่กว่านั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้เช่นกัน ด้วยเทคนิค ESD หรือการผ่าตัดแบบไม่เปิดหน้าท้องสำหรับก้อนเนื้อขนาดใหญ่ เพื่อลดอาการแทรกซ้อน ปลอดภัยและฟื้นตัวได้เร็วมากยิ่งขึ้น

7. หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะมีวิธีการรักษาอย่างไร

  • การผ่าตัด (Surgery) สามารถทำได้ในทุกระยะของโรค ทั้งนี้แพทย์อาจพิจารณาการรักษาควบคู่ไปกับการฉายรังสีและยาเคมีบำบัด
  • ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) การรับประทานหรือฉีดยาเคมีบำบัดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อ เพื่อให้ยาดูดซึมเข้าทางกระแสเลือดและออกฤทธิ์หยุดยั้งการแบ่งตัวหรือทำลายเซลล์มะเร็ง สามารถใช้ก่อนการผ่าตัดและ/หรือหลังผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสีรักษาหรือไม่ก็ได้  ยาเคมีบำบัดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับเซลล์ปกติและการทำงานของอวัยวะอื่นๆ เช่น มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และผมร่วง 
  • การฉายรังสีรักษา (Radiation therapy) ด้วยคลื่นที่มีพลังงานสูง เพื่อทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงยังช่วยลดอัตราการกลับมาเป็นซํ้า โดยสามารถทำควบคู่ไปกับการให้เคมีบำบัด เพื่อให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น
  • ยาเฉพาะเจาะจง (Targeted Therapy) เป็นการรักษาที่ตรงจุดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งแบบไม่ทำลายเซลล์ข้างเคียงและมีผลข้างเคียงน้อย ส่วนใหญ่มักทำการรักษาร่วมกับการให้เคมีบำบัด โดยเลือกใช้ในกลุ่มที่มีการกระจายของมะเร็ง จากการศึกษาพบว่าการรักษาด้วยยาเฉพาะเจาะจงสามารถยืดระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่ และช่วยให้มีระยะเวลาของการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากโรคนานกว่าการให้การรักษาด้วยเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว
  • ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตรวจจับและฆ่าเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ส่วนใหญ่ใช้ในกลุ่มที่มีการกระจายของมะเร็ง และต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อมะเร็งอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

8. ควรส่องกล้องทุกกี่ปี

แพทย์แนะนำให้ตรวจเช็คมะเร็งลำไส้ใหญ่ทุกๆ 5 ปี แต่ในกรณีผู้มีความเสี่ยงควรตรวจทุก 3 - 5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้แต่ละราย เช่น หากมีการตรวจพบตั้งแต่แรก อาจต้องเข้ารับการตรวจถี่ขึ้นเป็นทุกๆ 2 -3 ปี หรือตามดุลยพินิจของแพทย์

 

“สุขภาพลำไส้ที่ดีมีผลต่อสุขภาพโดยรวมและความแข็งแรงของร่างกายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลให้เราห่างไกลจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยเช่นกัน ในช่วงของการรณรงค์มะเร็งลำไส้ใหญ่นี้ สมิติเวชขอเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพลำไส้ของทุกคน เพราะเราไม่อยากให้ใครป่วย”