เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (Total Knee Arthroplasty: TKA) กับเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty: UKA) ต่างกันอย่างไร?

เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (Total Knee Arthroplasty: TKA) กับเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty: UKA) ต่างกันอย่างไร?

HIGHLIGHTS:

  • ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมและต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อทุกคน หากข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน อาจเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) ซึ่งสามารถเก็บกระดูกและเอ็นเดิมไว้ได้มากกว่า
  • การเลือกระหว่างเปลี่ยนทั้งข้อ (TKA) กับเปลี่ยนบางส่วน (UKA) ขึ้นอยู่กับว่าข้อเข่าเสื่อมมากน้อยเพียงใด และโครงสร้างส่วนอื่นของข้อยังแข็งแรงหรือไม่ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน
  • ความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อเทียมมีผลต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัด เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดอย่าง MAKO จึงเข้ามาช่วยสนับสนุนการวางแผนและการผ่าตัดของแพทย์ให้ละเอียดขึ้น เมื่อผสานกับประสบการณ์ของศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ

Table of contents เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ vs เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน

  1. ข้อเข่าเสื่อมแบบไหนเหมาะกับการผ่าตัด
  2. เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) หรือ UKA คืออะไร
  3. เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (Total Knee Arthroplasty) คืออะไร
  4. ใครเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA)
  5. ใครเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA)
  6. เปรียบเทียบ TKA กับ UKA แบบเห็นภาพ
  7. ทำไมความแม่นยำในการผ่าตัดเข่าจึงสำคัญ
  8. หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีบทบาทอย่างไร
  9. ทีมศัลยแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ที่รพ. สมิติเวช สุขุมวิท
  10. คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจผ่าตัด
  11. คำถามที่พบบ่อย

1. ข้อเข่าเสื่อมแบบไหนเหมาะกับการผ่าตัด

โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเมื่อข้อเข่าเสื่อมอยู่ในระดับรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น ยังปวดเข่ามากจนรบกวนการใช้ชีวิต เดินลำบาก หรือเริ่มมีข้อเข่าผิดรูป ในกรณีเหล่านี้ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ข้อเข่าอาจเสียหายมากขึ้นและทำให้การผ่าตัดในภายหลังซับซ้อนกว่าเดิม

เมื่อพิจารณาว่าควรผ่าตัด ขั้นต่อไปคือการเลือกว่าจะเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสื่อม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าความเสื่อมกระจายอยู่ในข้อเข่ามากน้อยเพียงใด

2. เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) คืออะไร

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน หรือ Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) เป็นการผ่าตัดที่มุ่งเปลี่ยนเฉพาะบริเวณของข้อเข่าที่เสื่อม โดยยังคงเก็บรักษากระดูก เอ็น และโครงสร้างส่วนที่ยังแข็งแรงเอาไว้ให้มากที่สุด เหมาะกับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมเพียงบางส่วน ไม่ได้เสื่อมทั้งข้อ จุดเด่นของวิธีนี้ ได้แก่

  • เปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสื่อม จึงรบกวนเนื้อเยื่อรอบข้อน้อยกว่า
  • เก็บกระดูกเดิมไว้ได้มากกว่า เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนทั้งข้อ
  • เก็บเอ็นเดิมของข้อเข่าไว้ได้มากกว่า ซึ่งมีส่วนช่วยให้ข้อเข่าทำงานใกล้เคียงธรรมชาติ

3. เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (Total Knee Arthroplasty) คืออะไร

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือ Total Knee Arthroplasty (TKA) คือการเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อด้วยข้อเทียม มักใช้ในผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วนหรือเสื่อมรุนแรง รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือมีข้อเข่าผิดรูปเกิดขึ้นแล้ว การผ่าตัดวิธีนี้ช่วยลดอาการปวด เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อเข่ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น


4. ใครเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA)

ผู้ที่อาจเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน หรือ Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) มักมีลักษณะเบื้องต้น ดังนี้

  • ข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน ในขณะที่ส่วนอื่นของข้อยังอยู่ในสภาพดี
  • โครงสร้างเอ็นภายในข้อเข่ายังแข็งแรงและทำงานได้ดี
  • ข้อเข่ายังไม่มีความผิดรูปมาก และยังขยับได้ในช่วงที่เหมาะสม

5. ใครเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA)

ผู้ที่มักเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือ Total Knee Arthroplasty (TKA) มีลักษณะเบื้องต้นดังนี้

  • ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วน หรือข้อเข่าเสื่อมทั้งข้อ
  • มีอาการปวดเข่ารุนแรง ปวดมากจนรบกวนการใช้ชีวิต และรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น
  • เริ่มมีข้อเข่าผิดรูป หรือข้อเข่าโก่งผิดปกติ

6. เปรียบเทียบ TKA กับ UKA แบบเห็นภาพ

ตารางสรุปความแตกต่างหลักของการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ vs เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน ทั้งนี้รายละเอียดที่แน่นอนขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยแต่ละราย

หัวข้อ เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA)
บริเวณที่เปลี่ยน เปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อ เปลี่ยนเฉพาะส่วนของข้อที่เสื่อม
ความรุนแรง ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วน หรือเสื่อมรุนแรง ข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน ส่วนอื่นยังดี
การเก็บกระดูก/เอ็นเดิม เก็บได้น้อยกว่า เพราะเปลี่ยนทั้งข้อ เก็บกระดูกและเอ็นเดิมที่ยังแข็งแรงไว้ได้มากกว่า
ความรู้สึกของข้อเข่า เป็นข้อเทียมทั้งข้อ มักให้ความรู้สึกใกล้เคียงข้อเข่าธรรมชาติมากกว่า
ความสำคัญของความแม่นยำ สำคัญมาก สำคัญมาก โดยเฉพาะการวางตำแหน่งข้อเทียม

การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเข่า 
การเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก รบกวนเนื้อเยื่อรอบข้อน้อยกว่า ผู้ป่วยจึงมักฟื้นตัวเร็ว เดินลงน้ำหนักได้ภายใน 1-2 วัน พักฟื้นในโรงพยาบาลราว 3-4 วัน และกลับไปทำงานได้ภายใน 3-4 สัปดาห์ ขณะที่การเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) มักใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัดของผู้ป่วยแต่ละราย

รายการข้างต้นเป็นแนวทางสังเกตและการเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ความเหมาะสมในการผ่าตัดแต่ละแบบต้องอาศัยการตรวจประเมินโดยแพทย์


7. ทำไมความแม่นยำในการผ่าตัดเข่าจึงสำคัญ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) เป็นการรักษาที่มุ่งเปลี่ยนเฉพาะบริเวณข้อเข่าที่เสื่อม โดยยังคงรักษากระดูก เอ็น และโครงสร้างส่วนที่ยังแข็งแรงเอาไว้ให้มากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อหรือบางส่วน ความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อเทียมล้วนมีความสำคัญอย่างมาก เพราะตำแหน่งของข้อเทียมที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อการกระจายน้ำหนัก การเคลื่อนไหวของข้อเข่า และการทำงานร่วมกันของเนื้อเยื่อรอบข้อ โดยเฉพาะการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนที่ต้องการความประณีตในการเก็บโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด

ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนผ่าตัดอย่างละเอียด เพื่อให้ข้อเทียมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสรีระของผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์แล้ว ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเข้ามาสนับสนุนการวางแผนและการผ่าตัดให้ละเอียดยิ่งขึ้น แล้วหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีบทบาทอย่างไร?

8. หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีบทบาทอย่างไร

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด MAKO สามารถใช้ได้ทั้งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) และการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) แม้ว่าจะเรียกว่า “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” แต่ MAKO ไม่ได้ทำการผ่าตัดแทนแพทย์ ทุกขั้นตอนยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของศัลยแพทย์กระดูกและข้อ

บทบาทสำคัญของ MAKO คือการช่วยให้แพทย์สามารถวางแผน ประเมิน และดำเนินการผ่าตัดได้อย่างละเอียดมากขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ Plan, Assess, Balance และ Cut

  1. Plan: วางแผนจากข้อเข่าจริงของผู้ป่วยแต่ละคน 
    ก่อนการผ่าตัด ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจ CT Scan เพื่อสร้างภาพข้อเข่าแบบ 3 มิติ
    แพทย์สามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการวางแผนตำแหน่ง ขนาด และแนวการวางข้อเทียมล่วงหน้าก่อนเข้าห้องผ่าตัด ทำให้เห็นรายละเอียดของโครงสร้างข้อเข่าแต่ละบุคคลได้ชัดเจนกว่าการอาศัยภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว
  2. Assess: ประเมินการเคลื่อนไหวและสภาพเนื้อเยื่อรอบข้อ
    ข้อเข่าที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระดูกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเอ็น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรอบข้อ
    ระหว่างการผ่าตัด ระบบจะช่วยให้แพทย์ประเมินการเคลื่อนไหวของข้อเข่า การเรียงตัวของข้อ และความตึงของเนื้อเยื่ออ่อนในแต่ละช่วงการเคลื่อนไหว เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการปรับแผนผ่าตัดให้เหมาะสมกับผู้ป่วย
  3. Balance: ปรับสมดุลก่อนตัดกระดูกจริง
    หนึ่งในจุดเด่นของ MAKO คือความสามารถในการช่วยให้แพทย์ประเมินและปรับสมดุลของข้อเข่าแบบ Real-time
    แพทย์สามารถทดลองปรับตำแหน่งของข้อเทียมบนระบบคอมพิวเตอร์ก่อนเริ่มตัดกระดูกจริง เพื่อดูว่าตำแหน่งใดให้สมดุลของข้อและการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยรายนั้น
  4. Cut: ตัดเฉพาะส่วนที่จำเป็นตามแผนผ่าตัด
    เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเตรียมกระดูก ระบบจะมีเทคโนโลยี Haptic Guidance หรือระบบกำหนดขอบเขตการทำงานเสมือน ช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื้อข้างเคียง
    ระบบจะช่วยให้แพทย์ทำงานอยู่ภายในบริเวณที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ช่วยสนับสนุนความแม่นยำในการเตรียมกระดูกและการวางข้อเทียมตามแผนผ่าตัด
    สำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) แนวทางนี้ยังช่วยให้แพทย์สามารถเก็บรักษากระดูกและโครงสร้างข้อเข่าที่ยังแข็งแรงไว้ได้มากที่สุด
    *งานวิจัยบางส่วนพบว่า การผ่าตัดด้วยระบบ robotic-assisted surgery สามารถช่วยให้ตำแหน่งของข้อเทียมใกล้เคียงกับที่แพทย์ได้วางแผนเอาไว้มากกว่าวิธีผ่าตัดแบบดั้งเดิม ซึ่งอาศัยการประเมินและการวางตำแหน่งข้อเทียมโดยศัลยแพทย์ระหว่างการผ่าตัด โดยในการศึกษาหนึ่ง การผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์สามารถวางข้อเทียมได้ตามแผนที่กำหนดไว้ในประมาณ 8 ใน 10 ราย เทียบกับประมาณ 2 ใน 10 รายของวิธีดั้งเดิม*
    นอกเหนือจากการช่วยวางแผนและดำเนินการผ่าตัด งานวิจัยติดตามผลระยะยาวบางส่วนยังพบว่า มากกว่า 95% ของข้อเทียมยังคงทำงานได้ตามปกติโดยไม่ต้องผ่าตัดแก้ไขซ้ำหลังการติดตามผล 5-10 ปี*

*ที่มา:
Bell SW, Anthony I, Jones B, MacLean A, Rowe P, Blyth M. Improved accuracy of component positioning with robotic-assisted unicompartmental knee arthroplasty. Journal of Bone and Joint Surgery (Br). 2016.
Kleeblad LJ, van der List JP, Pearle AD. Survivorship of robotic-arm assisted unicompartmental knee arthroplasty at 5-10 years follow-up. Journal of Arthroplasty.


9. ทีมศัลยแพทย์ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ที่รพ. สมิติเวช สุขุมวิท

ที่รพ. สมิติเวช สุขุมวิท มีทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยตรง ที่ทำได้ทั้งการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) และการเปลี่ยนเฉพาะบางส่วน (UKA)

  • นพ. วิเชียร จิระบุญศรี – ศัลยแพทย์ Orthopedic เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและเวชศาสตร์การกีฬา ศึกษาต่อด้าน Arthroplasty ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และด้านเวชศาสตร์การกีฬาที่ประเทศเยอรมนี
  • นพ. กฤษกมล สิทธิทูล - ศัลยแพทย์ Orthopedic เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ศึกษาต่อที่ประเทศเยอรมนีและสวีเดน
  • นพ. สีหธัช งามอุโฆษ - ศัลยแพทย์ Orthopedic เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • นพ. บัญญัติ เกตุมาลาศิริ - ศัลยแพทย์ Orthopedic เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมและการแพทย์กีฬา ศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา


10. คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจผ่าตัด

  • ข้อเข่าของฉันเสื่อมมากน้อยแค่ไหน และเสื่อมเฉพาะส่วนหรือทั้งข้อ?
  • ฉันเหมาะกับการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนหรือทั้งข้อ เพราะอะไร?
  • ยังมีทางเลือกอื่นที่ยังไม่ต้องผ่าตัดสำหรับฉันหรือไม่?
  • การผ่าตัดแต่ละแบบมีข้อดี ข้อจำกัด และการดูแลหลังผ่าตัดต่างกันอย่างไร?
  • ความแม่นยำในการผ่าตัด และเทคโนโลยีที่ใช้ มีผลต่อผลลัพธ์ของฉันอย่างไร?

References

คะแนนบทความ