โดยทั่วไปแพทย์จะพิจารณาการผ่าตัดเมื่อข้อเข่าเสื่อมอยู่ในระดับรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น ยังปวดเข่ามากจนรบกวนการใช้ชีวิต เดินลำบาก หรือเริ่มมีข้อเข่าผิดรูป ในกรณีเหล่านี้ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ข้อเข่าอาจเสียหายมากขึ้นและทำให้การผ่าตัดในภายหลังซับซ้อนกว่าเดิม
เมื่อพิจารณาว่าควรผ่าตัด ขั้นต่อไปคือการเลือกว่าจะเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสื่อม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าความเสื่อมกระจายอยู่ในข้อเข่ามากน้อยเพียงใด
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน หรือ Unicompartmental Knee Arthroplasty (UKA) เป็นการผ่าตัดที่มุ่งเปลี่ยนเฉพาะบริเวณของข้อเข่าที่เสื่อม โดยยังคงเก็บรักษากระดูก เอ็น และโครงสร้างส่วนที่ยังแข็งแรงเอาไว้ให้มากที่สุด เหมาะกับผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมเพียงบางส่วน ไม่ได้เสื่อมทั้งข้อ จุดเด่นของวิธีนี้ ได้แก่
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ หรือ Total Knee Arthroplasty (TKA) คือการเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อด้วยข้อเทียม มักใช้ในผู้ป่วยที่ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วนหรือเสื่อมรุนแรง รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือมีข้อเข่าผิดรูปเกิดขึ้นแล้ว การผ่าตัดวิธีนี้ช่วยลดอาการปวด เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อเข่ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
ตารางสรุปความแตกต่างหลักของการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ vs เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน ทั้งนี้รายละเอียดที่แน่นอนขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยแต่ละราย
| หัวข้อ | เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) | เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) |
| บริเวณที่เปลี่ยน | เปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อ | เปลี่ยนเฉพาะส่วนของข้อที่เสื่อม |
| ความรุนแรง | ข้อเข่าเสื่อมหลายส่วน หรือเสื่อมรุนแรง | ข้อเข่าเสื่อมเฉพาะบางส่วน ส่วนอื่นยังดี |
| การเก็บกระดูก/เอ็นเดิม | เก็บได้น้อยกว่า เพราะเปลี่ยนทั้งข้อ | เก็บกระดูกและเอ็นเดิมที่ยังแข็งแรงไว้ได้มากกว่า |
| ความรู้สึกของข้อเข่า | เป็นข้อเทียมทั้งข้อ | มักให้ความรู้สึกใกล้เคียงข้อเข่าธรรมชาติมากกว่า |
| ความสำคัญของความแม่นยำ | สำคัญมาก | สำคัญมาก โดยเฉพาะการวางตำแหน่งข้อเทียม |
การฟื้นตัวหลังผ่าตัดเข่า
การเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก รบกวนเนื้อเยื่อรอบข้อน้อยกว่า ผู้ป่วยจึงมักฟื้นตัวเร็ว เดินลงน้ำหนักได้ภายใน 1-2 วัน พักฟื้นในโรงพยาบาลราว 3-4 วัน และกลับไปทำงานได้ภายใน 3-4 สัปดาห์ ขณะที่การเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) มักใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและการดูแลหลังผ่าตัดของผู้ป่วยแต่ละราย
รายการข้างต้นเป็นแนวทางสังเกตและการเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ความเหมาะสมในการผ่าตัดแต่ละแบบต้องอาศัยการตรวจประเมินโดยแพทย์
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (Unicompartmental Knee Arthroplasty) เป็นการรักษาที่มุ่งเปลี่ยนเฉพาะบริเวณข้อเข่าที่เสื่อม โดยยังคงรักษากระดูก เอ็น และโครงสร้างส่วนที่ยังแข็งแรงเอาไว้ให้มากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อหรือบางส่วน ความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อเทียมล้วนมีความสำคัญอย่างมาก เพราะตำแหน่งของข้อเทียมที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อการกระจายน้ำหนัก การเคลื่อนไหวของข้อเข่า และการทำงานร่วมกันของเนื้อเยื่อรอบข้อ โดยเฉพาะการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วนที่ต้องการความประณีตในการเก็บโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด
ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงให้ความสำคัญกับการวางแผนผ่าตัดอย่างละเอียด เพื่อให้ข้อเทียมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับสรีระของผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์แล้ว ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเข้ามาสนับสนุนการวางแผนและการผ่าตัดให้ละเอียดยิ่งขึ้น แล้วหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมีบทบาทอย่างไร?
เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด MAKO สามารถใช้ได้ทั้งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) และการเปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน (UKA) แม้ว่าจะเรียกว่า “หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” แต่ MAKO ไม่ได้ทำการผ่าตัดแทนแพทย์ ทุกขั้นตอนยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของศัลยแพทย์กระดูกและข้อ
บทบาทสำคัญของ MAKO คือการช่วยให้แพทย์สามารถวางแผน ประเมิน และดำเนินการผ่าตัดได้อย่างละเอียดมากขึ้นสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย ผ่าน 4 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ Plan, Assess, Balance และ Cut
*ที่มา:
Bell SW, Anthony I, Jones B, MacLean A, Rowe P, Blyth M. Improved accuracy of component positioning with robotic-assisted unicompartmental knee arthroplasty. Journal of Bone and Joint Surgery (Br). 2016.
Kleeblad LJ, van der List JP, Pearle AD. Survivorship of robotic-arm assisted unicompartmental knee arthroplasty at 5-10 years follow-up. Journal of Arthroplasty.
ที่รพ. สมิติเวช สุขุมวิท มีทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมโดยตรง ที่ทำได้ทั้งการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ (TKA) และการเปลี่ยนเฉพาะบางส่วน (UKA)