ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปอาจมีอาการเหล่านี้ ซึ่งระดับความรุนแรงของอาการปวดเข่าจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแล อาจมีอาการรุนแรงขึ้น
อาการปวดเข่าไม่ได้แปลว่าเป็น “ข้อเข่าเสื่อม” เสมอไป เพราะข้อเข่าเป็นข้อต่อที่ประกอบด้วยกระดูก กระดูกอ่อนผิวข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ และหมอนรองกระดูกเข่า ความผิดปกติของส่วนใดส่วนหนึ่งก็ทำให้ปวดได้ทั้งสิ้น สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่
ความกังวลอันดับต้นๆ ของผู้ที่เริ่มมีอาการปวดเข่า คือกลัวว่าจะต้องผ่าตัด แต่ในความเป็นจริง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่อาการยังอยู่ในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง สามารถดูแลให้อาการดีขึ้นได้ด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด
โดยแพทย์จะประเมินระดับความรุนแรงเป็นรายบุคคล และเลือกแนวทางที่เหมาะสม เพื่อลดอาการปวด ชะลอความเสื่อม และให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติมากที่สุด การเข้ารับการตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ ยิ่งช่วยให้มีทางเลือกในการรักษาที่ไม่ต้องผ่าตัดมากขึ้น
แนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายระดับ ตั้งแต่การดูแลด้วยตนเองไปจนถึงการผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย โดยสรุปได้ดังนี้
รายละเอียดและข้อบ่งชี้ของแต่ละวิธี อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ ข้อเข่าเสื่อม ปัญหาที่รักษาได้
สำหรับผู้ที่แพทย์พิจารณาว่าควรผ่าตัด รายละเอียดการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อกับเปลี่ยนบางส่วน อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ เปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อ vs เปลี่ยนข้อเข่าบางส่วน ต่างกันอย่างไร (ลิงก์ภายในเว็บไซต์)
สัญญาณและอาการปวดเข่าบางอย่างที่ไม่ควรปล่อยไว้ และควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมิน ได้แก่
การเข้าพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป แต่จะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และได้แนวทางการดูแลที่เหมาะสมที่สุดก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้น
ที่ศูนย์สุขภาพข้อเข่า โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เราดูแลสุขภาพเข่าแบบองค์รวม ตั้งแต่การส่งเสริม การป้องกัน ไปจนถึงการรักษา โดยเริ่มจากการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวด เพราะอาการปวดเข่าไม่ได้มาจากข้อเข่าเสมอไป บางครั้งอาจเป็นผลต่อเนื่องมาจากสะโพก กระดูกสันหลัง หรือเท้าและข้อเท้า ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขาที่ทำงานร่วมกัน ผู้ที่มีอาการปวดเข่าจึงได้รับการตรวจประเมินอย่างรอบด้านและได้แนวทางการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การรักษาแบบไม่ผ่าตัดไปจนถึงการผ่าตัดเมื่อจำเป็น