วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิดพ่นจมูก ป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ ไม่ต้องฉีด

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิดพ่นจมูก ป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ ไม่ต้องฉีด

Highlight

  • โรคไข้หวัดใหญ่ยังเป็นปัญหาสำคัญในไทย ปี 2025 เพียง 8 เดือนแรก พบผู้ป่วยกว่า 460,000 ราย เสียชีวิต 53 ราย การฉีดวัคซีนจึงเป็นมาตรการหลักที่ช่วยลดทั้งอัตราป่วย การนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิตได้จริง
  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิดใหม่แบบพ่นจมูก (Live Attenuated Influenza Vaccine : LAIV) ไม่ต้องใช้เข็มฉีดยา เหมาะสำหรับผู้มีอายุ 2–49 ปี ผ่านการใช้งานทั่วโลกมากว่า 20 ปี รวมกว่า 200 ล้านโดส งานวิจัยชี้ว่าป้องกันโรคได้สูงถึง 88% ในเด็กและวัยรุ่น ลดการนอนโรงพยาบาลกว่า 60% และภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานถึง 12 เดือน
  • ข้อดีที่แตกต่างจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันทั้งในเยื่อบุทางเดินหายใจและในเลือด อีกทั้งยังเป็นทางเลือกที่เหมาะกับคนกลัวเข็มฉีดยา ปลอดภัย ผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น คัดจมูกหรือมีน้ำมูก ซึ่งหายได้เอง

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในทุกช่วงอายุและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ ในประเทศไทยพบการระบาดได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว 
ตัวเลขจากกรมควบคุมโรคในปี 2025 ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีคนป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 464,891 ราย พบทั้งเด็กและผู้ใหญ่  อัตราป่วย 716.18 ราย ต่อประชากรหนึ่งแสนคน อาการรุนแรงจนเสียชีวิต 53 ราย (อัตราป่วยเสียชีวิต 0.011%) รายงานป่วยเพิ่มสัปดาห์ต่อสัปดาห์ร่วม 10,000 ราย 
 

การได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดอัตราการติดเชื้อ ลดการนอนโรงพยาบาล และการเสียชีวิตได้

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดใหม่ เป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น ที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ แบบพ่นทางจมูก ไม่ต้องใช้เข็มฉีด และได้รับอนุมัติการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิดพ่นจมูก ไม่ใช้เข็มฉีดยา คืออะไร

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ชนิดพ่นจมูก (Live Attenuated Influenza Vaccine : LAIV) คือ การให้วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นแบบพ่นทางจมูก ไม่จำเป็นต้องฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ วัคซีนชนิดพ่นจมูกนี้ยังคงต้องให้แพทย์ หรือกุมารแพทย์ เป็นผู้สั่งยาและให้วัคซีน ยังไม่สามารถซื้อมาพ่นเองได้

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิดพ่นจมูก เหมาะกับใคร

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 2 - 49 ปี 

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ชนิดพ่นจมูก มีประสิทธิภาพอย่างไร

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก มีใช้ทั่วโลกมากว่า 20 ปี และมีการใช้ไปแล้วมากกว่า 200 ล้านโดส ข้อดีที่โดดเด่นของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก มีดังนี้

  • ไม่ต้องใช้วิธีฉีด วิธีการให้วัคซีนเป็นแบบพ่นทางจมูก นับว่าเป็นวิธีที่บริหารตัวยาได้ง่าย และเพิ่มการยอมรับวัคซีนได้ดีขึ้น เนื่องจากไม่จำเป็นต้องฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ สำหรับบุคคลที่กลัวเข็มฉีดยา กลัวเจ็บ แต่วัคซีนชนิดพ่นจมูกนี้ ยังคงต้องให้แพทย์ หรือกุมารแพทย์ เป็นผู้สั่งยาและให้วัคซีน ยังไม่สามารถซื้อมาพ่นเองได้ 
  • วัคซีนมีประสิทธิภาพสูง จากการวิเคราะห์ข้อมูล (meta-analysis) พบว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในเด็กและวัยรุ่นสูงถึง 88% นอกจากนี้การศึกษาเปรียบเทียบยังพบว่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก มีประสิทธิภาพดีกว่าวัคซีนแบบฉีด ชนิดเชื้อตาย (TIV) ถึง 54.9%  ลดการนอนโรงพยาบาลได้ 63% 
  • มีการศึกษาพบว่า ภูมิคุ้มกันของวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก จะอยู่ได้นานถึง 12 เดือน ในขณะที่วัคซีนแบบฉีดจะเริ่มลดลงในช่วงเดือนที่ 4 - 6 
  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก ช่วยลดการแพร่ระบาดในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สูงที่สุดและสามารถแพร่เชื้อได้นานกว่าผู้ใหญ่ การให้วัคซีนในกลุ่มนี้จึงช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนและลดการระบาดได้ 
  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า โดยวัคซีนจะเลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ จึงช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันทั้งในเยื่อบุทางเดินหายใจ (IgA) และในเลือด รวมถึงภูมิคุ้มกันชนิด T-cell ที่จำเพาะต่อโรคได้ดีกว่าวัคซีนแบบฉีดชนิดเชื้อตาย การตอบสนองของ T-cell ยังคงอยู่นานอย่างน้อย 1 ปี 

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิดพ่นจมูก มีขนาดการให้วัคซีน ดังนี้

อายุ ขนาดวัคซีน ตารางการให้วัคซีน
เด็กอายุตั้งแต่ 2 ปี - 8 ปี รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่น 1 หรือ 2 โดส* 
1 โดส (0.2 มิลลิลิตร)** 
ในกรณีที่ให้ 2 โดส ให้วัคซีนแต่ละโดสห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน
เด็กอายุตั้งแต่ 9 ปี – ผู้ใหญ่ 49 ปี รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่น  1 โดสปริมาตร 0.2 มิลลิลิตร** -

หมายเหตุ :
* 1 หรือ 2 โดส ขึ้นอยู่กับประวัติการได้รับวัคซีนตามคำแนะนำการให้วัคซีนประจำปี เพื่อป้องกันและควบคุมไข้หวัดใหญ่ของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน
** พ่นจมูกข้างละ 0.1 มิลลิลิตร

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก

  • อาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นอาการเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น มีน้ำมูกไหล คัดจมูก หรือไข้ ซึ่งสามารถหายได้เอง 
  • การให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูกจะรู้สึกเย็น เพราะละอองจะเล็กกว่ายาพ่นจมูก

ปัจจุบันสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยและสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ได้แนะนำการให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง โดยมีวัคซีนให้เลือกทั้งชนิด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก สำหรับผู้ที่มีอายุ 2-49 ปี และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป 
 

ความปลอดภัยและข้อควรรู้เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก ได้รับการออกแบบให้เป็นชนิด cold-adapted virus และ temperature sensitive ซึ่งหมายความว่าจะเจริญเติบโตได้เฉพาะในอุณหภูมิที่ต่ำอย่างในโพรงจมูกหรือทางเดินหายใจส่วนบนเท่านั้น จึงปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดโรคเมื่อเข้าสู่ร่างกายส่วนอื่นที่มีอุณหภูมิสูงกว่า

เอกสารอ้างอิง

คะแนนบทความ