ยอมรับและเข้าใจว่าเด็กป่วย มีความยืดหยุ่น คาดหวังเด็กตามความเป็นจริง
จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม ไม่มีสิ่งรบกวนและสิ่งเร้าต่อเด็กมากเกินไป จัดบ้านให้มีระเบียบ ไม่มีบรรยากาศวุ่นวาย
การหากิจกรรมช่วยเสริมทักษะ เช่น การเรียนดนตรี การเรียนศิลปะ การอ่านหนังสือ กีฬา หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความรุนแรงเพราะจะกลับกลายไปกระตุ้นอาการสมาธิสั้นให้อาการแย่ลงไปอีก
พ่อแม่ต้องมีความเข้าใจ อดทน มีความหนักแน่นในหลักการ และที่สำคัญต้องไม่ใช่ความรุนแรงในการลงโทษ โดยการตกลงกันไว้ก่อนแทน เช่น งดเวลาในการดูโทรทัศน์ หักค่าขนม
มีการสื่อสารที่สั้น กระชับ ชัดเจน หากไม่แน่ใจให้เด็กทบทวนว่าสิ่งที่สอนไปคืออะไรบ้าง ไม่ควรจับกลุ่มให้เด็กสมาธิสั้นอยู่ใกล้ชิดกับเด็กที่มีปัญหาแบบเดียวกัน เพราะจะทำให้เป็นเด็กเกเรก้าวร้าวได้
ยารักษาที่ดีที่สุดคือ ความรักความใกล้ชิดจากครอบครัว จะทำให้เด็กสมาธิสั้นมีโอกาสคืนสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น อย่าทำให้เด็กรู้สึกว่าตนเองเป็นปมด้อย
ปรึกษาจิตแพทย์ และนักกิจกรรมบำบัดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมของเด็ก เพราะการรักษาจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป
คือการใช้กิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมายในการรักษา เพื่อแก้ไขความบกพร่องของเด็ก
ตำแหน่งโต๊ะเรียนควรให้นั่งแถวหน้าสุดใกล้คุณครู เพื่อคุณจะได้สามารถเตือนเรียกสมาธิเด็กได้และให้เด็กนั่งติดกับนักเรียนที่เรียบร้อย
เมื่อเห็นเด็กหมดสมาธิจริงๆ ควรให้เด็กมีกิจกรรมเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ควรอนุญาตให้เด็กลุกจากที่ได้บ้างแต่ในทางสร้างสรรค์เช่น ช่วยคุณครูลบกระดานหรือช่วยแจกสมุด เป็นต้น
ในกรณีที่เด็กสมาธิสั้นมากสามารถใช้วิธีลดระยะเวลา ในการทำงานให้สั้นลง แต่ทำบ่อยกว่าคนอื่น โดยเน้นความรับผิดชอบและความสามารถในการทำงานให้สำเร็จแม้ว่าจะต้องใช้เวลาทำหลายครั้ง
การสื่อสารกับเด็กควรสังเกตว่า เด็กอยู่ในภาวะที่พร้อมที่จะให้ความสนใจอยู่หรือไม่ หากสนใจก็สามารถพูดกับเด็ก โดยใช้คำพูดที่กระชับได้ใจความ หากเด็กกำลังอยู่ในช่วงวอกแวกไม่ได้สนใจ ควรเรียกหรือแตะตัวอย่างนุ่มนวลให้เด็กรู้สึกตัวและหันมาสนใจให้ความสนใจและชื่นชมเมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ดี เช่น สนใจเรียนได้นาน ไม่รบกวนเพื่อนและเมื่อเด็กทำผิด โดยไม่ตั้งใจ ควรใช้คำพูดปลอบใจ มีท่าทีเห็นใจแนะนำวิธีแก้ไข ไม่ประจาน ประฌามหรือตรงหน้าว่าเป็นเด็กไม่ดี และไม่ลงโทษด้วยความรุนแรง หากเป็นพฤติกรรมที่มาจากโรคสมาธิสั้น เพราะเด็กควบคุมตัวเองได้ไม่ดีควรจะปราบ เตือนและสอนอย่างสม่ำเสมอว่าพฤติกรรมใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เปิดโอกาสให้เด็กได้แก้ไขด้วยตนเอง เช่นเก็บของเข้าที่ใหม่ ชดใช้ของที่เสียหาย
เด็กอาจมีปัญหาการปรับตัวเข้ากับเพื่อนเพราะเด็กมักจะใจร้อน หุนหัน เล่นแรง ในช่วงแรกอาจต้องอาศัยคุณครูช่วยให้คำตักเตือน แนะนำด้วยท่าทีที่เข้าใจ เพื่อให้เด็กปรับตัวได้และเข้าใจกฏเกณฑ์การอยู่ร่วมกับผู้อื่น