ท้องผูก

ท้องผูก
  • ท้องผูกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า
  • ภาวะการเบ่งถ่ายที่ผิดวิธีเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยถึงร้อยละ 30

ท้องผูก อาการเป็นอย่างไร

ท้องผูกเป็นภาวะที่พบได้บ่อยโดยพบประมาณร้อยละ 10 ของประชากรทั่วไป และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า อาการท้องผูกในแต่ละบุคคลอาจมีความหมายแตกต่างกันไป

บางคนมาด้วยถ่ายอุจจาระยากต้องเบ่ง ถ่ายแข็ง หรือบางคนมาด้วยอาการนานๆ ถ่ายครั้งหนึ่ง

และบางคนอาจมีอาการของลำไส้แปรปรวน ได้แก่ อาการปวดท้อง ท้องอืดร่วมด้วยกับอาการท้องผูกได้

สาเหตุของอาการท้องผูก

สาเหตุของอาการท้องผูกมีมากมาย แต่อาจสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ แบบปฐมภูมิที่มักเกิดจากสรีรวิทยาการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป และแบบทุติยภูมิที่มีสาเหตุจากปัจจัยบางอย่าง เช่น

  • ยา ได้แก่ยาลดความดันโลหิตบางชนิด ยาแก้ปวดท้องบางชนิด
  • อาหารเสริม เช่น แคลเซียมหรือธาตุเหล็ก เป็นต้น
  • โรคทางต่อมไร้ท่อ ได้แก่ โรคไทรอยด์ต่ำ เป็นต้น
  • โรคทางระบบทางเดินอาหารเอง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่

วิธีรักษา

โดยทั่วไปอาการท้องผูกมักเป็นภาวะที่สามารถรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการใช้ยาระบายเบื้องต้นดูก่อนได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมีอาการท้องผูกร่วมกับอาการเตือน ได้แก่

  • อาการน้ำหนักลด
  • ถ่ายเป็นเลือด
  • ท้องผูกสลับท้องเสีย
  • คลำได้ก่อน
  • ประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • หรือเริ่มมีอาการท้องผูกตอนอายุมากกว่า 50 ปี

ในกรณีนี้ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาถึงความน่าจะเป็นที่ผู้ป่วยอาจจะมีโอกาสพบโรคร้ายแรงอื่นๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ร่วมด้วย

ในทางปฏิบัตินั้นการรักษาเบื้องต้นของภาวะท้องผูกนั้นสามารถทำได้โดยการปรับปลี่ยนพฤติกรรมเบื้องต้น ได้แก่ การปรับเพิ่มอาหารที่มีกากใย การดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้น การออกกำลังกายตลอดจนพฤติกรรมการนั่งขับถ่าย และการใช้ยาระบายเบื้องต้น

ท้องผูก รักษาไม่หาย กับการวินิจฉัยภาวะ dyssynergia

หากผู้ป่วยท้องผูกเรื้อรังที่ได้รับการหาสาเหตุทั่วไปและการรักษาเบื้องต้นดังกล่าวแล้วยังไม่ตอบสนองต่อการรักษา สาเหตุที่อาจพบได้และพบได้บ่อยถึงร้อยละ 30 ของท้องผูกแบบปฐมภูมิ คือ ภาวะการเบ่งถ่ายที่ผิดวิธี กล่าวคือมีผู้ป่วยหลายคนที่ขมิบ หรือไม่ยอมคลายหูรูดทวารหนัก ระหว่างการเบ่งถ่าย ทำให้ไม่สามารถเบ่งอุจจาระออกมาได้ เราเรียกภาวะนี้ว่า dyssynergia

ซึ่งมีโรงพยาบาลเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีเครื่องมือ anorectal manometry ที่สามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้ ซึ่งหากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยภาวะ dyssynergia แล้ว การรักษาหลักที่ได้ผลจะไม่ใช่การให้ยาระบายแต่จะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเบ่งถ่ายให้ทำงานถูกต้องและสามารถให้ผลดีได้ในระยะยาว ซึ่งวิธีการฝึกดังกล่าวเราเรียกว่า biofeedback


วิดีโอคอลปรึกษาหมอออนไลน์ คลิกอ่านเพิ่มเติม


คะแนนบทความ

มีบัญชีผู้ใช้อยู่แล้ว?