แชร์ข้อความนี้

ท้องสองอย่างไรไม่ให้คลอดก่อนกำหนด

HIGHLIGHTS:

  • คุณแม่ที่เคยคลอดลูกคนแรกก่อนกำหนด จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดในท้องสองมากถึง 15%
  • การคลอดก่อนกำหนด จะมีความเสี่ยงที่ทารกคลอดออกมาจะมีผลต่อการพัฒนาอวัยวะต่างๆ เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น  และอาจทำให้ทารกเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
  • การตรวจคัดกรองความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดในท้องสอง สามารถทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ซึ่งเป็นวิธีป้องกันที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

 

คลอดก่อนกำหนด

การตั้งครรภ์ครบสมบูรณ์ตามกำหนดคลอดคือช่วงสัปดาห์ที่ 37-40 ดังนั้นหากมีการคลอดก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์ เรียกว่า “ภาวะคลอดก่อนกำหนด”  ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เป็นกังวลเนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อทั้งตัวคุณแม่เองและทารกแรกเกิด      การคลอดก่อนกำหนดเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น คุณแม่ตั้งครรภ์สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่เป็นประจำ การดื่มแอลกฮอล์ รับประทานยาบางชนิด คุณแม่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ  ทำงานหนักระหว่างตั้งครรภ์ และการติดเชื้อในช่วงตั้งครรภ์ เป็นต้น

นอกจากนี้คุณแม่ที่เคยคลอดลูกคนแรกก่อนกำหนด จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดในท้องสองมากถึง   15%   และความเสี่ยงจะมากขึ้นเรื่อยๆ  ตามจำนวนครั้งที่เคยคลอดก่อนกำหนดมาแล้ว

วิธีป้องกันการคลอดก่อนกำหนด (ในท้องสอง)

แม้การที่คุณแม่เคยคลอดก่อนกำหนด ในท้องแรก ถือเป็นปัจจัยสำคัญเพิ่มโอกาสการคลอดก่อนกำหนดของท้องสอง  จนคุณแม่หลายคนไม่กล้าตั้งครรภ์อีก  แต่หากคุณแม่เรียนรู้การป้องกันก็จะสามารถลดภาวะคลอดก่อนกำหนดของท้องสองได้ ด้วยวิธีการดังนี้

  • งดสูบบุหรี่และเลิกดื่มแอลกอฮอล์ หากสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ถือเป็นวิธีลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดในท้องสองที่ดีที่สุด
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • รักษาอาการติดเชื้อให้หาย เนื่องจากการอักเสบและการติดเชื้อยิ่งทำให้มีโอกาสการคลอดก่อนกำหนดได้
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หรือตามแพทย์แนะนำ เพื่อลดปัญหาการขาดสารอาหารที่จำเป็น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรนอนหลับอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อให้เลือดไหลเวียนไปสู่มดลูกได้ดี
  • งดทำงานหนัก ไม่ยกของหนักหรือทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากๆ หากต้องการออกกำลังกายควรอยู่ในความดูแลของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
  • มีเพศสัมพันธ์อย่างระวัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและขอคำแนะนำเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกวิธีขณะตั้งครรภ์ 
  • หลีกเลี่ยงความเครียด โดยเฉพาะคุณแม่ที่กลัวว่าท้องสองจะคลอดก่อนกำหนด ควรปรึกษาแพทย์และพูดคุยถึงปัญหาหรือความวิตกกังวลให้แพทย์ทราบ รวมถึงพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจคัดกรองความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนด

การตรวจคัดกรองความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดในท้องสอง ถือเป็นอีกวิธีป้องกันที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ สามารถตรวจได้หลายวิธี ดังนี้

  • การตรวจด้วยอัลตราซาวด์ผ่านทางปากมดลูก สามารถทำได้ตั้งแต่การตั้งครรภ์ในสัปดาห์ที่ 16
  • การตรวจเลือดและสารคัดหลั่งจากช่องคลอดของคุณแม่ตั้งครรภ์
  • การตรวจทางพันธุกรรม  นอกจากตรวจคัดกรองภาวะคลอดก่อนกำหนด ยังสามารถดูแนวโน้มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนทางพันธุกรรม และครรภ์เป็นพิษ ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้การป้องกันมีประสิทธิภาพที่สุด

การตรวจทางพันธุกรรม

การตรวจยีนก่อนตั้งครรภ์ เป็นการตรวจสุขภาพแบบ “Precision Medicine” ที่ช่วยเจาะจงความเสี่ยงลงลึกในระดับยีนของแต่ละบุคคล ทั้งทางด้านครอบครัว พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และรูปแบบการใช้ชีวิต  ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อตรวจหาความเสี่ยงภาวะคลอดก่อนกำหนดและวางแผนการรักษา  โดยเริ่มต้นตั้งแต่การซักประวัติอย่างละเอียด หากพบว่าคนไข้เคยมีประวัติคลอดก่อนกำหนดมาก่อน  จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงทันที

นอกจากนี้ยังมีการตรวจคัดกรองโดยการวัดความยาวของปากมดลูกด้วย ultrasound ทางช่องคลอด หากความยาวของปากมดลูกมีขนาดสั้นกว่าหรือเท่ากับ 25 มิลลิเมตร ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณแม่มีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด  ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 16 สัปดาห์  หากพบการอักเสบภายในมดลูก แพทย์สามารถให้ยาป้องกันได้และลดการอักเสบ เพื่อลดภาวะการคลอดก่อนกำหนดได้ รวมถึงการตรวจหาสาร Fetal Fibronectin  ที่อยู่ระหว่างถุงน้ำคร่ำกับเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อหาแนวโน้มการคลอดก่อนกำหนดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นำมาใช้ในทางการแพทย์

การรักษาเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

กรณีตรวจพบความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด แพทย์จะทำการรักษาเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ดังนี้

  • การให้ยา natural progesterone เพื่อป้องกันไม่ให้มดลูกหดรัดตัว
  • ใช้ห่วงพยุงปากมดลูก (Cervical pessary) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับปากมดลูก ในกรณีที่ให้ยา natural progesterone แล้วไม่ได้ผล ปากมดลูกยังคงสั้นอยู่
  • การรักษาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด หากการรักษาทั้ง 2 วิธี ที่กล่าวมาไม่ได้ผล คุณแม่ยังคงเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดอยู่ แพทย์จะให้ยาระงับการหดรัดตัวของมดลูกเพื่อชะลอการคลอดไว้ให้ได้อย่างน้อย 48 ชั่วโมง จากนั้นจึงให้ยาในกลุ่ม Steroid เพื่อกระตุ้นการทำงานของปอดของทารก และป้องกันเลือดออกในสมอง สุดท้ายจึงปล่อยให้ทารกคลอด และเข้าสู่กระบวนการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจากทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีความเสี่ยงต่อการพัฒนาอวัยวะต่างๆ และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการหายใจลำบาก เกิดภาวะอุณหภูมิต่ำหรือตัวเย็น เกิดภาวะตัวเหลือง และซีด มีการสำลักนม ท้องอืดง่าย ติดเชื้อโรคได้ง่าย ฯลฯ และอาจทำให้ทารกเสี่ยงต่อการเสียชีวิต รวมถึงระยะยาวอาจพบปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคหัวใจวายพิการแต่กำเนิด มีความผิดปกติของสมอง ชัก หูหนวก ตาบอด และการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ไอคิวต่ำ เป็นต้น

ดังนั้นหากตรวจพบปัจจัยเสี่ยง คุณแม่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะคุณแม่ที่เคยประสบภาวะคลอดก่อนกำหนดในท้องแรกมาก่อน ไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไปจนเกิดความเครียดการฝากครรภ์ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนดได้ รวมถึงการดูแลสุขภาพ นอนหลับพักผ่อน กินอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ ไม่เครียด และมาตรวจตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 5 จาก 5 จำนวนโหวต 1 โหวด

ผู้เขียน

รศ.ดร.นพ. บุญศรี จันทร์รัชชกูล สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์