แชร์ข้อความนี้

กินช็อกโกแลตอย่างไร ให้หัวใจแข็งแรง

HIGHLIGHTS:

  • จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานดาร์กช็อกโกแลตประมาณ 50-100 กรัม ( ให้พลังงาน 300-600 แคลอรี่) 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจลดอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่ไม่ทานเลย เนื่องจากสารสำคัญในช็อกโกแลตช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดสมดุลและเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจ
  • การกินช็อกโกแลตให้มีประโยชน์สูงสุดควรเลือกดาร์กช็อกโกแลต  (Dark Chocolate) ที่ผลิตจากผลโกโก้ที่ได้มาตรฐาน คือมีปริมาณของโกโก้สูง 70-85%
  • แม้ดาร์กช็อกโกแลตจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและนมน้อยมาก  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย ดังนั้นจึงควรกินช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสม 

 

นอกจากกุหลาบแดง ก็คงเป็นช็อกโกแลตที่ขายดิบขายดีช่วงวาเลนไทน์  อาจด้วยความเชื่อดั้งเดิมว่าช็อกโกแลตช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้ หรือด้วยรูปลักษณ์สวยงามและความหอมหวานน่าพึงพอใจก็ตาม แต่ใครจะรู้บ้างว่าในความงามและความอร่อยนั้น ช็อกโกแลตอุดมด้วยประโยชน์ที่ดีต่อหัวใจด้วยเช่นกัน

ช็อกโกแลตทำให้หัวใจแข็งแรง

ช็อกโกแลตมีสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และช่วยป้องกันโรคได้อย่างหลากหลาย เช่น

  • สารคาเฟอีน (Caffeine) มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ
  • สารทิโอโบรมีน (Theobromine) ช่วยลดความดันโลหิต กระตุ้นการเต้นของหัวใจ สามารถลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้
  • สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ในกลุ่มโพลิฟีนอล (Polyphenol) ต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือดหัวใจและสมอง ช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของโรคหัวใจได้

งานวิจัยเกี่ยวกับช็อกโกแลต​

  • งานวิจัยในประเทศอิหร่าน โดยมีผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย จำนวน 60 คน เมื่อทานช็อกโกแลตแบบดาร์กช็อกโกแลต (มีปริมาณโกโก้สูง 70-85%) และไวท์ช็อกโกแลต วันละ 25 กรัม เป็นเวลา 2 เดือน พบว่าความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่รับประทานดาร์กช็อกโกแลต โดยเชื่อว่า สารทิโอโบรมีน (Theobromine) ที่มีปริมาณมากในดาร์กช็อกโกแลต ช่วยลดความดันโลหิตได้  สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องไขมันในเลือดสูงจากการทานช็อกโกแลต แนะนำให้ทานเป็นชนิดดาร์กช็อกโกแลต ในปริมาณน้อยแทน เนื่องจากมีงานวิจัยสนับสนุนว่ายังมีประโยชน์  โดยพบงานวิจัยจากประเทศอิหร่าน ทดลองกับกลุ่มคนไข้ที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคอ้วนลงพุง 114 คน ทานดาร์กช็อกโกแลตเข็มข้น 74% ขนาด 20- 40 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 2 เดือน ผลที่ได้คือ ไม่มีนัยสำคัญในการเพิ่มระดับคอลเลสเตอรอลโดยรวม ไขมันชนิดเลว และ ไตรกลีเซอไรด์ ในผู้ป่วยกลุ่มนี้
  • งานวิจัยในประเทศ​สวีเดน ติดตามดูผู้ป่วยที่เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) โดยเลือกเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานมาจำนวน 1,169 คน ให้กรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับปริมาณช็อกโกแลตที่รับประทานใน 12 เดือน จากนั้น นำมาแบ่งเป็นกลุ่มตามจำนวนครั้งของการรับประทาน แล้วตามดูคนทั้งหมดนี้ไปนานจนถึง 8 ปี พบว่ากลุ่มที่ทานช็อกโกแลตมาก มีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ทานช็อกโกแลตเลย โดยที่ความสัมพันธ์ระหว่าง โอกาสเสียชีวิต กับการรับประทานช็อกโกแลตนี้เป็นแบบแปรผันตามปริมาณที่รับประทาน (dose dependent) ซึ่งสรุปได้ว่า ​ กลุ่มที่ทานช็อกโกแลตไม่เกินเดือนละครั้ง ลดอัตราตายได้ 27%, กลุ่มที่ทานช็อกโกแลตถึงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ลดอัตราตายได้ 44%, กลุ่มที่ทานช็อกโกแลตสัปดาห์ละ 2 ครั้งขึ้นไป ลดอัตราตายได้ 66% (เมื่อเทียบกับกลุ่มไม่ทานช็อกโกแลต)
  • วารสารทางการแพทย์ของอังกฤษ (British Medical​ Journal 2012) รายงานการวิจัยฉบับหนึ่ง ถึงการกินดาร์กช็อกโกแลต (dark chocolate) ติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 10ปี จะช่วยป้องกันอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ ที่ไม่ถึงตายได้ 70 รายต่อ 10,000 คน และป้องกันชนิดรุนแรงถึงตายได้ 15 รายต่อ 10,000 คน  โดยการศึกษานี้ติดตามประชากรจำนวน 2,013 คน ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือด โดยที่มีพุงโตเฉลี่ย 39 นิ้ว มีระดับเฉลี่ยของความดันตัวบน 1 มม. และมีไขมันคอเรสเตอรอล เฉลี่ยประมาณ 239 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร โดยที่ค่าน้ำตาลสะสมยังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเป็นโรคเบาหวาน และทั้งหมดมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 53.6 ปี โดยทั้งหมดวิเคราะห์เทียบกับปริมาณของสารโพลีฟีนอล (polyphenol)ในช็อกโกแลตดำที่เทียบเท่า 100 กรัมต่อวัน

 

ทั้งนี้ ผลการวิจัยสรุปได้ว่าการรับประทานช็อกโกแลต “อาจ” ช่วยลดอัตราตายของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดในระยะยาวลงได้

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยในคนในแบบเชิงระบาดวิทยา จึงเป็นเพียงหลักฐานระดับกลางเท่านั้น และการทานในปริมาณมากเกินไปและขาดการออกกำลังกาย อาจทำให้เพิ่มระดับไขมันในเลือดและน้ำตาลในเลือดได้ในบางราย แม้ยังไม่มีงานวิจัยมายืนยันในเรื่องนี้ก็ตาม

 

ช็อกโกแลตทำให้อารมณ์ดี

นอกจากสารต่างๆ ที่ให้ประโยชน์กับหัวใจแล้ว พบว่าในช็อกโกแลตยังประกอบด้วย

  • สารอะนันดาไมด์ (Anandamide มีความหมายว่า ความสุขในภาษาสันสกฤต) ทำหน้าที่ลดความเจ็บปวด ควบคุมอุณหภูมิในร่างกายและกระตุ้นให้อารมณ์ดีขึ้น
  • สารแฟนิลเอทิลามีน (Phenylethylamine-PEA) ช่วยสร้างสารสื่อประสาทช่วยในการลดความเครียด ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การรับประทานช็อกโกแลตเกิดความรู้สึก ‘feel good’ อีกทั้งยังเพิ่มพลังทางเพศอีกด้วย

เลือกให้มาก กินให้พอดี

การกินช็อกโกแลตให้มีประโยชน์สูงสุดควรเลือกดาร์กช็อกโกแลต  (Dark Chocolate) ที่ผลิตจากผลโกโก้  ซึ่งมีปริมาณของโกโก้สูง 70-85%  โดยแนะนำให้ทาน 50- 100 กรัม ต่อวัน ความถี่ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์  เพื่อประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจ

แม้ดาร์กช็อกโกแลตจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและนมน้อยมาก  แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่เลย อีกทั้งแคลอรี่ในช็อกโกแลตมีปริมาณที่สูง ดังนั้นจึงควรกินช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสม ร่วมกับการออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ ทั้งนี้อาจเลือกทานเพื่อเพิ่มพลังงานก่อนการออกกำลังกาย หรือในเวลาที่เครียด และสามารถทานได้ในโอกาสพิเศษอย่างเช่น วันวาเลนไทน์

อ้างอิงจาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.88 จาก 5 จำนวนโหวต 8 โหวด

ผู้เขียน

นพ. ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท สรุป: