มะเร็งลำไส้ใหญ่: ทำไมควรเริ่มตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 45 ปี

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกมักยังไม่แสดงอาการ

หลายคนจึงเข้าใจว่าเมื่อไม่ปวดท้อง หรือไม่มีเลือดปนอุจจาระ ก็น่าจะยังไม่เสี่ยง แต่ความจริงแล้ว โรคสามารถค่อย ๆ พัฒนาอยู่ภายในลำไส้ได้หลายปี ก่อนจะแสดงอาการเมื่อเริ่มลุกลาม ซึ่งอาจทำให้การรักษาซับซ้อนขึ้น

ใครบ้างที่ควรตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ?

✅ อายุ 45 ปีขึ้นไปทุกคน ที่ไม่มีอาการผิดปกติ
✅ มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ไม่ต้องรอถึงอายุ 45 ปี)
✅ ผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น เคยพบติ่งเนื้อ หรือมีโรคทางเดินอาหารบางชนิด (ไม่ต้องรอถึงอายุ 45 ปี)

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่สามารถค้นหาความผิดปกติหรือ “ติ่งเนื้อ” ได้ตั้งแต่ก่อนจะพัฒนาเป็นมะเร็ง และสามารถตัดออกได้ในขั้นตอนเดียวกัน หากพบตั้งแต่ระยะแรก โอกาสรักษาหายขาดจะสูงขึ้นอย่างมาก และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ

ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีอาการ อาจเป็นจังหวะที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นพูดคุยกับแพทย์ด้านโรคระบบทางเดินอาหาร

สมิติเวชมีประสบการณ์ในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว 27,687 ราย
ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่สมิติเวช สุขุมวิท 

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คลิก


มะเร็งลำไส้ใหญ่มักพบมากขึ้นหลังอายุ 50 ปี และความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างชัดเจน

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมไม่ควรรอให้ถึง 50 แล้วค่อยเริ่มคิดเรื่องการตรวจ
“อายุ” เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แม้ไม่มีอาการ และไม่มีประวัติครอบครัว ก็ยังสามารถพบโรคได้ ด้วยเหตุนี้ แนวทางการคัดกรองจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ U.S. Multi-Society Task Force on Colorectal Cancer ซึ่งเผยแพร่ผ่าน American Society for Gastrointestinal Endoscopy (ASGE) จึงแนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองในผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไปตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป (ที่มา: U.S. Multi-Society Task Force on Colorectal Cancer. Updates on age to start and stop colorectal cancer screening. เผยแพร่โดย American Society for Gastrointestinal Endoscopy (ASGE), 2022.)

คำแนะนำดังกล่าวจัดทำขึ้นจากการทบทวนข้อมูลทางระบาดวิทยาและแนวโน้มการพบผู้ป่วยในกลุ่มอายุน้อยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และถูกนำไปใช้เป็นแนวทางในการดูแลผู้ป่วยในวงการแพทย์อย่างแพร่หลาย
การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงการตรวจหาโรค แต่ช่วยค้นหาความผิดปกติหรือ “ติ่งเนื้อ” ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็ง และสามารถตัดออกได้ในขั้นตอนเดียวกัน ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ
ถ้าคุณอายุ 45 ปีขึ้นไป อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการเริ่มต้นพูดคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรอง

สมิติเวชมีประสบการณ์ในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว 27,687 ราย
ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่สมิติเวช สุขุมวิท

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คลิก


อาการท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องเรื้อรัง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม ในมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการมักปรากฏเมื่อโรคพัฒนาไปมากแล้ว

แตกต่างจากโรคทั่วไปที่เริ่มมีอาการตั้งแต่ระยะแรก มะเร็งลำไส้ใหญ่ในช่วงเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการชัดเจน เมื่อเริ่มมีอาการ เช่น การขับถ่ายเปลี่ยนแปลง น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลียผิดปกติ หลายกรณีพบว่าโรคอยู่ในระยะลุกลาม ซึ่งอาจทำให้การรักษาซับซ้อนขึ้น
ความเสี่ยงของโรคเพิ่มขึ้นตามอายุ จึงไม่ควรรอให้มีอาการก่อนค่อยตรวจ แนวทางการคัดกรองแนะนำให้เริ่มปรึกษาแพทย์ตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป เพื่อค้นหาความผิดปกติหรือ “ติ่งเนื้อ” ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็ง และสามารถตัดออกได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ
ถ้าคุณอายุ 45 ปีขึ้นไป การตรวจคัดกรองคือวิธีดูแลสุขภาพลำไส้ที่ดีกว่าการรอให้มีอาการ

สมิติเวชมีประสบการณ์ในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว 27,687 ราย
ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่สมิติเวช สุขุมวิท

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คลิก 


หลายคนดูแลสุขภาพอย่างดี กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงคิดว่าตนเองไม่น่ามีความเสี่ยง

หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งลำไส้ใหญ่คือ “อายุ” และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามช่วงวัยอย่างชัดเจน แม้ไม่มีอาการ และไม่มีประวัติครอบครัว ก็ยังสามารถพบโรคได้

ด้วยเหตุนี้ แนวทางการคัดกรองจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเผยแพร่โดย American Society for Gastrointestinal Endoscopy (ASGE) และ U.S. Multi-Society Task Force on Colorectal Cancer จึงแนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองในผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไปตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป เพื่อค้นหาความผิดปกติหรือ “ติ่งเนื้อ” ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็ง และสามารถตัดออกได้ตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ (ที่มา: U.S. Multi-Society Task Force on Colorectal Cancer. Updates on age to start and stop colorectal cancer screening. เผยแพร่โดย American Society for Gastrointestinal Endoscopy (ASGE), 2022.)

ใครบ้างที่ควรตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่?

✅ อายุ 45 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการผิดปกติ
✅ มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ (อาจไม่ต้องรอถึง 45 ปี)
✅ เคยพบติ่งเนื้อ หรือมีโรคทางเดินอาหารบางชนิด (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนอายุ 45 ปี)

การตรวจคัดกรองจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีอาการ แต่เป็นแนวทางการดูแลสุขภาพตามช่วงอายุและระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
ถ้าคุณอายุ 45 ปีขึ้นไป การตรวจคัดกรองคือวิธีดูแลสุขภาพลำไส้ที่ดีกว่าการรอให้มีอาการ

สมิติเวชมีประสบการณ์ในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว 27,687 ราย
ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่สมิติเวช สุขุมวิท

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คลิก


ประมาณ 90% ของมะเร็งลำไส้ใหญ่เริ่มต้นจาก “ติ่งเนื้อ” ขนาดเล็ก ซึ่งอาจใช้เวลา 3–5 ปีในการพัฒนาไปเป็นมะเร็ง

ติ่งเนื้อในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ และยังไม่ใช่มะเร็ง หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจพบ วันหนึ่งอาจเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้อร้ายได้ แต่ข้อสำคัญคือ หากพบตั้งแต่ยังเป็นติ่งเนื้อ ก็สามารถตัดออกได้ทันทีในระหว่างการส่องกล้อง เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต

มะเร็งลำไส้ใหญ่มักพบมากหลังอายุ 50 ปี แนวทางการคัดกรองจึงแนะนำให้เริ่มประเมินตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป เพื่อค้นหาและจัดการความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนที่ติ่งเนื้อจะเติบโต
ถ้าคุณอายุ 45 ปีขึ้นไป การตรวจคัดกรองคือวิธีดูแลสุขภาพลำไส้ที่ดีกว่าการรอให้มีอาการ

สมิติเวชมีประสบการณ์ในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว 27,687 ราย
ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่สมิติเวช สุขุมวิท

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คลิก


หลายคนตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และเมื่อผลตรวจออกมาปกติ ก็มักสบายใจว่าไม่มีความเสี่ยง 

แต่การตรวจสุขภาพทั่วไปไม่สามารถมองเห็น “ติ่งเนื้อ” ภายในลำไส้ใหญ่ได้โดยตรง

ติ่งเนื้อขนาดเล็กในลำไส้ใหญ่มักไม่แสดงอาการ และไม่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ทั่วไป ความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่จึงไม่ได้ดูจากผลตรวจสุขภาพประจำปีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูภายในลำไส้โดยตรง

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติหรือติ่งเนื้อได้ชัดเจน และสามารถตัดออกได้ทันทีในระหว่างการตรวจ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคต

โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป แม้ผลตรวจสุขภาพทั่วไปจะปกติ การปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรองเพิ่มเติม อาจเป็นอีกขั้นตอนสำคัญในการดูแลสุขภาพลำไส้ให้ครบถ้วน

ถ้าคุณอายุ 45 ปีขึ้นไป ไม่ว่าคุณจะตรวจสุขภาพไปแล้วหรือกำลังจะตรวจในปีนี้ อย่าลืมปรึกษาแพทย์เรื่องการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพิ่มเติม

สมิติเวชมีประสบการณ์ในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ และมีส่วนช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว 27,687 ราย
ด้วยมาตรฐานความละเอียดในการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่สมิติเวช สุขุมวิท

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คลิก


การส่องกล้องลำไส้ใหญ่และตัดติ่งเนื้อออก ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ และถือเป็นก้าวสำคัญในการดูแลสุขภาพลำไส้ของคุณ

อย่างไรก็ตาม ติ่งเนื้อสามารถเกิดขึ้นใหม่ได้อีกในตำแหน่งอื่นของลำไส้ แม้จะเคยตัดออกไปแล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงมักแนะนำให้ตรวจติดตามซ้ำทุก 3–5 ปี หรือทุก 5 ปี ขึ้นอยู่กับขนาด จำนวน และลักษณะของติ่งที่เคยพบ

การตรวจซ้ำไม่ได้หมายความว่าการตรวจครั้งก่อน “ไม่ได้ผล” แต่เป็นการดูแลต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับต่ำ

หากคุณจำไม่ได้ว่าควรกลับมาตรวจเมื่อใด สามารถติดต่อสอบถามประวัติการตรวจและคำแนะนำเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ทีมพยาบาลสามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลและแนะนำขั้นตอนถัดไปให้คุณได้

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คลิก


คะแนนบทความ