ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี แบบผ่าตัดส่องกล้อง

ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี แบบผ่าตัดส่องกล้อง

นิ่วในถุงน้ำดี คืออะไร อาการเป็นอย่างไร

อาการของนิ่วในถุงน้ำดี มีดังนี้

  • ปวดท้อง ปวดเสียดท้องบริเวณลิ้นปี่ข้างขวา ปวดร้าวที่สะบักขวา โดยเฉพาะเวลาหลังอาหาร หรือหลังมื้ออาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง สาเหตุเกิดจากการอุดตันของปากถุงน้ำดี
  • ปวดระบมที่ชายโครงขวา คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ เพราะถุงน้ำดีอักเสบอย่างเฉียบพลัน
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ และอาหารไม่ย่อย เนื่องจากถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เนื่องจากนิ่วในถุงน้ำดีหลุดเข้าไป ทำให้ท่อน้ำดีใหญ่อุดตัน
  • ปวดท้องส่วนบน (บางรายอาจปวดมากหากนิ่วในถุงน้ำดีมีอาการรุนแรง) อาเจียนมาก สาเหตุมาจากตับอ่อนอักเสบเพราะนิ่วไปอุดตันอยู่ที่ส่วนปลาย ของท่อตับอ่อน

นิ่วในถุงน้ำดี อันตรายไหม เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

หากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ นิ่วหล่นลงมาอุดตันท่อน้ำดี ตับอ่อนอักเสบ

หากคุณเริ่มมีอาการปวดท้องที่ชวนให้กังวลใจว่าอาจเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้ามีไข้ มีอาการดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือกดเจ็บตรงบริเวณใต้ชายโครงขวา ควรรีบไปโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง


การวินิฉัยโรคนิ่วในถุงน้ำดี

เมื่อคนไข้เข้ามาพบแพทย์ เบื้องต้นแพทย์จะทำการซักประวัติตรวจร่างกาย และเจาะเลือด แต่หากมีเหตุปัจจัยให้สงสัยว่าอาจเป็นนิ่วในถุงน้ำดี แพทย์จะแนะนำให้คนไข้อัลตราซาวนด์ตรวจบริเวณช่องท้องส่วนบน (จำเป็นต้องงดอาหารก่อนทำ 6 ชั่วโมง) เพื่อตรวจดูว่ามีนิ่วในถุงน้ำดีหรือไม่ ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้ให้ผล แม่นยำมากกว่า 80 เปอร์เซนต์และทำได้อย่างรวดเร็ว แต่หากสงสัยว่ามีนิ่วในท่อน้ำดีใหญ่ด้วยจะใช้วิธีตรวจสอบด้วยการส่องกล้องผ่านกระเพาะลงไปตรวจที่ท่อน้ำดีใหญ่หรืออาจใช้เครื่อง MRI ก็ได้เช่นกัน


วิธีรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดี

  • ยาสลายนิ่ว ได้ผลหรือไม่

จากสถิติการรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีของแพทย์โดยส่วนใหญ่พบว่า การรับประทานยารักษามักไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากยาไม่สามารถละลายก้อนนิ่วได้หมด รวมถึงเมื่อหยุดยาก็อาจเกิดนิ่วใหม่ได้ ส่วนเครื่องสลายนิ่วจะใช้ได้ดีเฉพาะนิ่วในท่อไต แต่ไม่ได้ผลสำหรับนิ่วในถุงน้ำดี

  • การผ่าตัดส่องกล้อง รักษานิ่วในถุงน้ำดี

ปัจจุบันแพทย์จึงแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัดถุงน้ำดีออก ซึ่งเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการผ่าตัดถุงน้ำดี แบบส่องกล้อง (laparoscopic cholecystectomy) ซึ่งจัดเป็นรูปแบบหนึ่งของการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery หรือ MIS เป็นวิธีผ่าตัดที่เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง แผลผ่าตัดเล็ก และฟื้นตัวไว

อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยที่มีปัญหาซับซ้อน เช่น ถุงน้ำดีบวมมาก หรือมีพังพืดล้อมรอบมาก ทำให้แพทย์ไม่สามารถแยกได้ชัดเจนจากอวัยวะข้างเคียง อาจยังคงต้องใช้วิธี ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ด้วยวิธีเปิดแผลหน้าท้องแบบธรรมดา


 

แพ็กเกจ ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี แบบส่องกล้อง

  • โปรแกรม ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี แบบส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) (นอน รพ. 2 คืน) ราคา 242,000 บาท 


เงื่อนไข:

  1. ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569
  2. ราคาดังกล่าวขอสงวนสิทธิ์สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
  3. แพ๊กเกจผ่าตัด ไม่สามารถใช้สิทธิ์แลกรับคูปองต่างๆ ในแคมเปญได้

ราคาดังกล่าวรวม

  • เฉพาะค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ไม่รวมค่าวินิจฉัยก่อนการผ่าตัด
  • การเข้ารับการรักษาโปรแกรมผ่าตัดราคาพิเศษ อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น

ราคาดังกล่าวไม่รวม

  • ค่าใช้จ่ายในกรณีมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโรคประจำตัวของผู้ป่วย
  • ค่าปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ในกรณีจำเป็นต้องส่งปรึกษาเพิ่มเติม
  • สำหรับห้องพักผู้ป่วยในประเภท Standard เท่านั้น
  • รพ.ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกศัลยกรรมทั่วไป อาคาร 3 ชั้น 1 รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เวลา 07.00 น. – 20.00 น.


วิธีรักษาด้วยการ ‘ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี’ แบบผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy)

ปัจจุบันการผ่าตัดถุงน้ำดีแบบส่องกล้องได้ผลดีและเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก เนื่องจากมีแผลขนาดเล็กเพียง 0.5 ซม. ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว สามารถกลับบ้านภายใน 1 – 2 วัน

วิธีการผ่าตัดถุงน้ำดีแบบผ่านกล้อง แพทย์จะการเจาะแผลเล็ก ๆ บริเวณสะดือและชายโครงขวา เพื่อสอดกล้องขนาดเล็กและเครื่องมือเข้าไปตรวจดูนิ่วในถุงน้ำดี จากนั้นจึงทำการตัดเลาะถุงน้ำดีออก เมื่อเสร็จแล้วก็ดึงเครื่องและกล้องออกทำการเย็บปิดแผล เป็นอันจบขั้นตอนการรักษา

แม้การผ่าตัดแบบผ่านกล้องจะมีโอกาสสำเร็จมากถึง 95 % ก็ตาม แต่ผู้ป่วยที่มีภาวะถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลันนานกว่า 3 วัน รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคอื่นๆ ร่วมหลายโรค อาจมีโอกาสที่จะผ่าตัดผ่านกล้องไม่สำเร็จ โดยแพทย์จำเป็นต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ดังนั้น เมื่อเกิดอาการน่าสงสัยว่าเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ หรือปล่อยไว้เป็นเวลานานจนอาจไม่สามารถรักษาด้วยวิธีผ่าตัดแบบผ่านกล้องได้


รู้จักกับคุณหมอภัคพงศ์ วัฒนโอฬาร

นายแพทย์ภัคพงศ์ วัฒนโอฬาร มีความชำนาญด้านการผ่าตัดส่องกล้อง โดยใน 10 ปีที่ผ่านมา คุณหมอผ่าตัดส่องกล้อง Laparoscopic surgery (MIS) มามากกว่า 1,500 ราย ในจำนวนนี้เป็นการผ่าตัดไส้เลื่อน มากกว่า 500 ราย คุณหมอภัคพงศ์ วัฒนโอฬาร จบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และยังได้รับประกาศนียบัตรแพทย์เฉพาะทางอนุสาขาผ่าตัดส่องกล้องศัลยศาสตร์ทั่วไป คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

ห้องผ่าตัดส่องกล้อง ที่ศูนย์ Critical Care Complex

ห้องผ่าตัดที่ศูนย์ Critical Care Complex แตกต่างจากห้องผ่าตัดทั่วไป เพราะเราใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัด เช่น ระบบควบคุมความสว่างสั่งการด้วยเสียง โดยทีมแพทย์สามารถตั้งค่าความสว่างของแสงไฟ และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับทุกขั้นตอนของการผ่าตัดได้ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลาในการผ่าตัด

คลิกชมวิดีโอห้องผ่าตัด ที่ศูนย์ Critical Care Complex


ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี พักฟื้นกี่วัน

หากผ่าตัดนิ่งในถุงน้ำดีแบบส่องกล้อง คนไข้พักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพียง 2-3 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามเดิมได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่หากใช้วิธีการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบเปิดหน้าท้อง คนไข้จำเป็นต้องพักที่โรงพยาบาล 5-7 วัน และยังต้องพักฟื้นอีกเป็นเวลา 3-4 อาทิตย์


ห้องพักผู้ป่วยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน 

หลังการผ่าตัดส่องกล้อง MIS ส่วนใหญ่จะอยู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 1-2 วัน โดยที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มีห้องพักผู้ป่วยที่มี สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ต่างๆ ที่คนไข้หรือผู้รับบริการสามารถใช้เทคโนโลยี ควบคุมทุกอย่างได้ เช่น ระบบไฟ ระบบผ้าม่าน ระบบแอร์ โดยไม่ต้องลุกจากเตียง ที่ห้อง Intelligent Ward 

บริการ Samitivej PACE ติดตามคนไข้ทุกสถานะการผ่าตัด 

เพราะ #เราไม่อยากให้ใครห่วง โรงพยาบาลสมิติเวชจึงมีบริการ Samitivej PACE ระบบติดตามทุกสถานการณ์ผ่าตัด ช่วยให้เราสามารถรู้สถานะคนไข้ว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนใด เช่น กำลังอยู่ในห้องผ่าตัดหรือห้องพักฟื้น โดยไม่ว่าญาติผู้ป่วยจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าไปดูสถานะการผ่าตัดได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงแอดไลน์ @Samitivej


คะแนนบทความ