โดยปกติแล้วการรักษาผู้มีบุตรยากโดยใช้เทคโนโลยีในการเจริญพันธุ์ ก็จะต้องมีการกระตุ้นฮอร์โมน โดยการฉีดฮอร์โมนเพื่อสร้างไข่หลายๆ ฟอง อัตราการตั้งครรภ์จึงจะดี แต่ทั้งนี้ไข่ที่มีก็จะต้องมีความสมบูรณ์ด้วยถึงจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ในการสร้างตัวอ่อน ซึ่งไข่ที่สมบูรณ์จะมี 2 แบบ ด้วยกันคือ
- ไข่สุกสมบูรณ์ในตัวจากการกระตุ้นด้วยฮอร์โมน เมื่อไข่สุกแล้วแพทย์ก็จะมีการดูดออกเพื่อนำมาใช้ผสมกับอสุจิต่อไป
- ไข่อ่อนที่ถูกนำมาเลี้ยงข้างนอกจนสมบูรณ์ ลักษณะนี้จะเป็นกรณีที่คนไข้ไม่สามารถรับการกระตุ้นไข่ด้วยฮอร์โมนได้ แพทย์ก็จะดูดไข่อ่อนออกมาเลี้ยงข้างนอกให้เป็นไข่ที่สมบูรณ์แล้วจึงนำมาใช้
ซึ่งกระบวนการในข้อที่ 2 นี่เองที่เป็นหลักการและกระบวนการของ IVM แรกเริ่มเดิมทีนั้น IVM ถูกนำมาใช้ในกลุ่มคนไข้ที่ได้รับการกระตุ้นฮอร์โมนแล้วมีการตอบสนองมากเกินไปซึ่งโดยเฉพาะคนไข้ที่มีอายุยังไม่มาก มีร่างกายผอมและมีรังไข่เป็นชนิดพิเศษ คือ มีถุงไข่ขนาดเล็กในรังไข่มากกว่าปกติ ทางการแพทย์เรียกว่าภาวะ PCOS (Polycystic Ovarian Syndrome) เมื่อได้รับฮอร์โมนร่างกายของคนไข้ก็จะตอบสนองมากเกินเป็นเหตุให้จำนวนถุงไข่เพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งเกิดเส้นเลือดรั่ว เป็นโรคบวมน้ำ ซึ่งอาจมีน้ำท่วมปอดได้นอกจากมีน้ำในช่องท้องมาก หากแพทย์พบว่ามีภาวะนี้ก็จะมีการดูดน้ำในช่องท้องออกและใส่น้ำใหม่กลับเข้าไปในเส้นเลือดเพื่อทดแทน ซึ่งในภาวะแบบนี้การนำเทคโนโลยี IVM เข้ามาช่วยจึงเป็นทางออกที่ตอบโจทย์การรักษามากๆ เพราะไม่
พัฒนาการของเทคโนโลยี IVM ของโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
หลังจากที่เริ่มแรกใช้ในกรณีที่คนไข้ได้รับการกระตุ้นฮอร์โมนแล้วมีการตอบสนองมากเกินไป ต่อมา IVM ก็ได้มีการพัฒนานำมาใช้ในกรณีที่คนไข้ตอบสนองกับฮอร์โมนแบบครึ่งๆ กลางๆ ด้วย คือ คนไข้ได้รับการกระตุ้นฮอร์โมนไปสักพักถุงไข่ก็มีการตอบสนองอยู่ในช่วงหนึ่ง แต่ต่อมาก็หยุดการโตไป ซึ่งกรณีแบบนี้ก็มีเหมือนกันและจะเป็นคนไข้เองด้วยที่เดินเข้ามาหาหมอและแจ้งความประสงค์ที่จะใช้เทคโนโลยี IVM นี้ในการแก้ปัญหาการมีบุตรของพวกเขา ทำให้เราเห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้มากขึ้น ต่อมาจึงได้มีการขยายนำไปใช้ในกลุ่มคนไข้ที่มีปัญหากับการรับฮอร์โมน อย่างกรณีคนไข้ที่เป็นเส้นเลือดอุดตัน หรือ คนไข้ที่มีมะเร็งที่หน้าอก ซึ่งกลุ่มเหล่านี้คนไข้เกรงว่าฮอร์โมนจะไปกระตุ้นอาการหรือโรคที่เขาเป็นอยู่ให้หนักขึ้น ซึ่งก็อีกเช่นกันคนไข้ในกลุ่มเหล่านี้มาโรงพยาบาลและแจ้งความประสงค์เองว่าต้องการใช้เทคโนโลยี IVM ในการรักษาเรื่องการมีบุตรยากของพวกเขา ซึ่งทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีอันนี้มากขึ้น เมื่อย้อนกลับไปราว 7 – 8 ที่ผ่านมา เทคโนโลยี IVM ที่เราใช้ยังเป็นแบบ conventional แต่มาในปี 2016 นี้ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี IVM ให้ก้าวหน้าไปกว่าเดิมกลายเป็น Modulator IVM ซึ่งความก้าวหน้าตรงนี้ก็คือ การเก็บไข่อ่อนจากรังไข่มาเลี้ยงในห้องทดลองด้วยน้ำยาเฉพาะและฮอร์โมนจนโตเต็มที่อันจะเป็นการช่วยทำให้ไข่มีความสมบูรณ์เต็มที่มากขึ้น ก่อนที่จะทำการผสมกับเชื้ออสุจิจนมีการปฏิสนธิที่สมบูรณ์ ซึ่งความก้าวหน้าตรงนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์มีมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง
ปี 2016 จึงเป็นปีแห่งความภาคภูมิใจของเราอีกปีหนึ่งที่เราได้นำ Modulator IVM มาใช้อย่างเป็นทางการและก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี อันเป็นจุดประสงค์ของเราที่ต้องการช่วยให้ความปรารถนาของคู่สมรสในการมีบุตรเป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น