แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Mako SmartRobotics™
ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ที่เคยรักษาด้วยการรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือการรักษาด้วยวิธีทางเลือกอื่น แต่อาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาด้วย "การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม" เพื่อรักษาอาการปวดเข่าจากโรคข้อเข่าเสื่อมอย่างตรงจุด หลังการผ่าตัดรักษาผู้ป่วยจะสามารถใช้ข้อเข่าได้ใกล้เคียงปกติ เดินลงน้ำหนักได้ งอ-เหยียดเข่าได้เต็มที่ นั่งพื้นหรือนั่งยองๆ ได้ และกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ
สารบัญเนื้อหา
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม แบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
1.1 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total Knee Arthroplasty: TKA)
1.2 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (Unicompartment Knee Arthroplasty: UKA)
1.3 ตารางเปรียบเทียบการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบบางส่วน (UKA) กับทั้งหมด (TKA) - หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Mako SmartRobotics™ มีประโยชน์อย่างไร
- ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อที่มีประสบการณ์สูง
- การฟื้นฟูหลังผ่าตัดเข่า โดยทีมวิสัญญีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
- แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ราคาเท่าไหร่ มีบริการปรึกษาแผนการรักษากับแพทย์ (Second Opinion)
- FAQ คำถามที่พบบ่อย
1. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม แบ่งออกเป็น 2 แบบ
1.1 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total Knee Arthroplasty: TKA)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (Total Knee Arthroplasty: TKA) คือ การผ่าตัดที่นำผิวข้อเข่าที่เสื่อมสภาพออกทั้งหมด แล้วใส่ข้อเข่าเทียมที่ทำจากโลหะและแผ่นพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดพิเศษเข้าไปแทนที่ เพื่อแก้ไขอาการปวดเข่าและการเคลื่อนไหวที่ลำบาก
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมรุนแรง กระดูกอ่อนและเอ็นภายในข้อเข่าเกิดความเสียหายอย่างมาก รวมถึงผู้ที่มีแนวขาผิดรูปหรือขาโก่ง ซึ่งสามารถผ่าตัดรักษาได้ในคราวเดียวกันได้
1.2 การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (Unicompartment Knee Arthroplasty: UKA)
- การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (Unicompartment Knee Arthroplasty: UKA) คือ การเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเฉพาะส่วนที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพเท่านั้น โดยยังคงรักษาส่วนที่แข็งแรงไว้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมไม่รุนแรงและเสื่อมเพียงด้านในหรือด้านนอกด้านเดียว
- จุดเด่นของการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ - สามารถแก้ไขความเจ็บปวดจากโรคข้อเข่าเสื่อมได้ดี โดยเก็บรักษาผิวข้อเข่า กระดูกอ่อน และเส้นเอ็นที่ยังดีไว้ ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ข้อเข่าได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ให้ความรู้สึก "เป็นธรรมชาติ" สามารถงอเหยียดเข่าได้เต็มที่ นั่งพื้น นั่งยองๆ นั่งพับเพียบ หรือนั่งคุกเข่าได้
- แผลเล็ก เจ็บน้อย – การผ่าตัดแบบ UKA เป็นการผ่าตัดแบบ Minimal Invasive Surgery มีแผลเพียง 3-3.5 นิ้ว ทำให้กล้ามเนื้อเสียหายน้อย สูญเสียเลือดน้อย เจ็บปวดน้อย ไม่มีการตัดเนื้อเยื่อเส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ดีออก การฟื้นตัวจึงรวดเร็ว พักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 3-4 วัน
- กลับมาใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น - ผู้ป่วยสามารถเดินลงน้ำหนักขาที่ผ่าตัดได้หลังผ่าตัดเพียง 1-2 วัน กลับไปดำเนินชีวิตตามปกติได้รวดเร็ว และกลับไปทำงานได้ภายใน 3-4 สัปดาห์หลังออกจากโรงพยาบาล
- อายุการใช้งานและการผ่าตัดแก้ไข - เมื่อรักษาอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะได้ผลดีและมีอายุการใช้งาน 10-20 ปี หากมีความจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต สามารถทำได้ง่ายกว่าการผ่าตัดแบบเปลี่ยนข้อเทียมทั้งหมดตั้งแต่เริ่มแรก
- ข้อจำกัดและผู้ที่ไม่ควรผ่าตัด UKA - การผ่าตัดวิธีนี้ไม่เหมาะกับ:
- ผู้ป่วยที่มีความโก่งงอของข้อเข่ามากเกินไป
- ผู้ที่เข่าเสื่อมหลายด้านหรือรุนแรง
- ผู้ที่เป็นโรคกระดูกบางชนิด (เช่น กระดูกพรุนรุนแรง โรครูมาตอยด์ โรคกระดูกอ่อนไม่แข็งแรง)
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก
- คนอายุน้อยที่ยังอยากวิ่งหรือเล่นกีฬาที่ใช้ข้อเข่าเยอะ เพราะอาจทำให้ข้อเข่าสึกเร็วกว่ากำหนด
- ตารางเปรียบเทียบการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบบางส่วน (UKA) กับทั้งหมด (TKA)
1.3 ตารางเปรียบเทียบการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบบางส่วน (UKA) กับทั้งหมด (TKA)

2. หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Mako SmartRobotics™ คืออะไร
Mako SmartRobotics™ คือเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ารุ่นใหม่ ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิทนำมาใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด และข้อเข่าบางส่วน เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ความปลอดภัย และลดการบาดเจ็บต่อกระดูกและเนื้อเยื่อรอบข้าง
นอกจากนี้ ความสามารถในการตัดกระดูกด้วยมุมที่แม่นยำยังเปิดโอกาสให้ศัลยแพทย์ประยุกต์แนวคิดการผ่าตัดรูปแบบใหม่ เช่น การจัดแนวข้อเทียมให้ใกล้เคียงกับโครงสร้างตามธรรมชาติของผู้ป่วยก่อนที่ข้อจะเกิดการเสื่อม ซึ่งช่วยให้ผลลัพธ์หลังผ่าตัดเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น และมีความพึงพอใจมากกว่าเดิม
ระบบนี้ไม่ใช่ “หุ่นยนต์ที่ผ่าตัดเอง” แต่เป็น ผู้ช่วยศัลยแพทย์ ที่ช่วยวางแผนและควบคุมความแม่นยำระหว่างผ่าตัด โดยศัลยแพทย์ยังเป็นผู้ควบคุมและตัดสินใจในทุกขั้นตอนเช่นเดิม
จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
- แม่นยำสูงด้วยระบบ 3D CT-based simulation
สร้างภาพจำลองสามมิติของข้อเข่าของผู้ป่วยได้อย่างสมจริง โดยใช้ข้อมูลจากการสแกน CT ของผู้ป่วยจริง เพื่อให้ศัลยแพทย์สามารถวางแผนการผ่าตัดเฉพาะบุคคลได้อย่างละเอียดและแม่นยำในระดับต่ำกว่ามิลลิเมตร - ปลอดภัยกว่า
ระบบ AccuStop™ Haptic Technology และ Haptic Boundary ช่วยควบคุมเครื่องมือให้อยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย ลดโอกาสตัดเกินหรือกระทบเนื้อเยื่อสำคัญ - ลดการบาดเจ็บต่อกระดูกและเนื้อเยื่อรอบข้าง
ด้วย Bone Registry Validation ที่มีความแม่นยำสูงกว่า 0.5 มิลลิเมตร จึงช่วยลดการกระทบต่อกระดูกและเนื้อเยื่อได้อย่างมาก - แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
ผู้ป่วยเจ็บหลังผ่าตัดน้อยลง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ไวกว่าเดิม
ผลลัพธ์จากงานวิจัยและข้อมูลเทียบเคียง
การเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดแบบดั้งเดิมกับการผ่าตัดด้วย Mako SmartRobotics™ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
| ด้านเปรียบเทียบ | การผ่าตัดแบบดั้งเดิม | การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ Mako SmartRobotics™ |
| ความแม่นยำของการลงทะเบียนกระดูก | มาตรฐานทั่วไป | แม่นยำสูง < 0.5 มม. |
| การจัดวางอุปกรณ์เทียม | ขึ้นกับทักษะแพทย์ | หุ่นยนต์ช่วยนำทาง ลดข้อผิดพลาด |
| การบาดเจ็บของเนื้อเยื่ออ่อน | มากกว่า | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
| ระยะเวลาฟื้นตัว | นานกว่า | สั้นกว่า |
| ความเจ็บหลังผ่าตัด | สูงกว่า | ลดลงได้ถึง 55.4% |
| การใช้ยาแก้ปวด | มากกว่า | ลดลงอย่างเห็นได้ชัด |
| การผ่าตัดซ้ำ | มาตรฐานทั่วไป | ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง |
| การทำงานของข้อในระยะยาว | มาตรฐานทั่วไป | ลดลงได้ถึง 30% |
| อัตราการอยู่รอดของข้อเทียม(ข้อเข่าบางส่วน) | มาตรฐานทั่วไป | 95.6% ภายใน 5 ปี* |
*อ้างอิงจากข้อมูลของ Stryker ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการแพทย์
3. ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อที่มีประสบการณ์สูง
นอกจากเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด Mako SmartRobotics™ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแล้ว ประสบการณ์ของศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มีทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม อาทิ นพ. กฤษกมล สิทธิทูล ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ที่มีประสบการณ์มากกว่า 13 ปี ผ่านการฝึกอบรมระดับนานาชาติด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และได้รับประกาศนียบัตร Fellowship in Arthroplasty จาก The Hannover Medical School (MHH) ประเทศเยอรมนี
4. การฟื้นฟูหลังผ่าตัดเข่า โดยทีมวิสัญญีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเข่าจะได้รับการระงับความรู้สึกด้วยเทคนิค Combined Spinal–Epidural Block ร่วมกับ Nerve Block (Adductor Canal Block) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ยาจะออกฤทธิ์ทำให้ขาไม่ขยับและไม่รู้สึกเจ็บบริเวณที่ผ่าตัด ช่วยให้การผ่าตัดดำเนินไปอย่างราบรื่น
หลังผ่าตัด ทีมแพทย์วิสัญญีที่สมิติเวช จะติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมความเจ็บปวดต่อเนื่อง ยาที่ทำให้ขาเคลื่อนไหวไม่ได้จะค่อย ๆ ลดลงจนหมด ทำให้ผู้ป่วยสามารถ กลับมาเคลื่อนไหวขาได้ตามปกติโดยไม่เจ็บปวด ส่งเสริมการฟื้นตัวที่ราบรื่นและพร้อมเริ่มกายภาพบำบัดได้อย่างมั่นใจ เทคนิคนี้ที่ สมิติเวช ดำเนินการด้วย ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูงของทีมแพทย์วิสัญญี
ที่ สมิติเวช สุขุมวิท เราผสานการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เข้ากับโปรแกรมฟื้นฟูและออกกำลังกายเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้เต็มที่ ปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายหลังผ่าตัด
- Isokinetic Testing and Training – ใช้เครื่องวัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและช่วงการเคลื่อนไหวจริง เพื่อออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงขึ้น หรือกลับไปทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงและความคล่องตัวสูง โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาให้คำแนะนำตลอดการฝึก
- Advanced Rehabilitation Programme – โปรแกรมฟื้นฟูเฉพาะบุคคล ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย จนสามารถทำกิจกรรมได้เต็มที่เหมือนก่อนผ่าตัด หรือมากกว่าเดิม
- Medical Exercise Service – โปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคล ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา (ระดับปริญญาเอก) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นตัวและป้องกันการบาดเจ็บในอนาคต
5. แพ็กเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ราคาเท่าไหร่
-
โปรแกรมผ่าตัดข้อเข่าหรือข้อเข่าบางส่วน ราคา 529,000* บาท
เงื่อนไข*
- ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล
- ราคาดังกล่าวรวมค่าห้องพัก 4 วัน และค่าอุปกรณ์ (implant) ในการผ่าตัด
- ราคาดังกล่าว ไม่รวม การตรวจร่างกายก่อนการผ่าตัดและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากโรคประจำตัว
- รับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 ที่ศูนย์กระดูก ข้อ กระดูกสันหลังและการแพทย์กีฬา โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท
สมิติเวชมีทีมพร้อมช่วยเหลือและให้บริการ
- ปรึกษาแผนการรักษากับแพทย์ (Second Opinion)
- วางแผนการรักษาหากมีประวัติการรักษาหรือใบประเมินราคาจากโรงพยาบาลอื่น
- การวางแผนค่าใช้จ่าย โดยทีมงานประเมินราคา พร้อมรับประกันราคา (เฉพาะแพ็กเกจหัตถการที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน)
- ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลและความคุ้มครองเบื้องต้นกับบริษัทประกัน ทั้งไทยและต่างประเทศ (เฉพาะบริษัทประกันคู่สัญญา)
1. ใครที่เหมาะกับการผ่าตัด หรือไม่เหมาะกับการผ่าตัด ?
- ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดข้อเข่าเทียมคือผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมรุนแรงที่รักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล
- ผู้ที่ไม่เหมาะสม (ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์) คือผู้ที่มีภาวะติดเชื้อที่ข้อเข่า หรือมีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวานหรือโรคหัวใจที่รุนแรง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการผ่าตัด
2. ถ้าปล่อยไว้ไม่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะเกิดอะไรขึ้น ?
อาการจะรุนแรงขึ้นจนเดินไม่ไหวและเจ็บปวดมากขึ้น กระดูกและเส้นเอ็นเสื่อมมากขึ้น ทำให้การผ่าตัดในภายหลังมีความซับซ้อน และอาจเกิดผลลัพธ์ที่ไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงการกินยาแก้ปวดนานๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับและไต โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุ3. จะรู้ได้อย่างไรว่าควรผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งหมด (TKA) หรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) ?
ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อที่มีประสบการณ์ เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม ตำแหน่งที่เสื่อม กิจกรรมที่ต้องการทำหลังผ่าตัด และช่วงอายุที่เหมาะสม4. ควรเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัดอย่างไรบ้าง ?
- ก่อนผ่าตัด ควรเตรียมสุขภาพ งดยาบางชนิด (ตามแพทย์สั่ง)
- หลังผ่าตัด ต้องดูแลแผลให้แห้งและไม่โดนน้ำ ทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอเพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงในช่วงแรก จัดบ้านให้ปลอดภัย และพบแพทย์ตามนัดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
5. ผ่าตัดแล้วจะเจ็บมากไหม ? และพักฟื้นกี่วัน ?
หลังผ่าตัดมักมีความเจ็บปวด แต่แพทย์จะมีการให้ยาแก้ปวดที่เพียงพออย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมอาการ และแนะนำให้ทำกายภาพบำบัด ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมความเจ็บปวดได้ดีและอาการจะค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อฟื้นตัวการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (UKA) ทำให้พักฟื้นในโรงพยาบาลเพียง 3-4 วัน สูญเสียเลือดน้อย เจ็บน้อย และภาวะแทรกซ้อนลดลง
6. หลังผ่าตัดจะกลับมาเดินได้เมื่อไหร่ ? และกลับมาออกกำลังกายได้เมื่อไหร่ ?
สามารถเดินลงน้ำหนักได้หลังผ่าตัดเพียง 1-2 วัน สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ และกลับไปทำงานได้ภายใน 3-4 สัปดาห์เป้าหมายคือผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้โดยไม่มีอาการปวด แนะนำการออกกำลังกายที่ไม่มีแรงกระแทกต่อข้อเข่า เช่น ว่ายน้ำ ออกกำลังกายในน้ำ ปั่นจักรยาน ซึ่งช่วยยืดอายุข้อเข่าเทียม ไม่แนะนำกีฬาที่มีแรงกระแทก เช่น วิ่ง บาสเกตบอล หรือกีฬาปะทะ เช่น รักบี้
7. ข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานนานกี่ปี ? และข้อเข่าเทียมราคาแพงจะมีอายุการใช้งานนานกว่าจริงหรือไม่ ?
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมบางส่วน (UKA) เมื่อรักษาอย่างถูกต้องโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีอายุการใช้งาน 10-20 ปี และหากต้องผ่าตัดแก้ไขในอนาคต ทำได้ง่ายกว่าการเปลี่ยนข้อเทียมทั้งหมดอายุการใช้งานไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยรวมกัน เช่น คุณสมบัติของวัสดุที่ใช้ เทคนิคการผ่าตัดของศัลยแพทย์ และที่สำคัญคือการดูแลใช้งานของผู้ป่วยเอง ซึ่งมีผลต่อความทนทานของข้อเทียมมากกว่าราคา
