โปรแกรมตรวจสมรรถภาพร่างกาย ประเมินความแข็งแรงและการทรงตัวในผู้สูงอายุ โปรแกรมตรวจสมรรถภาพร่างกาย ประเมินความแข็งแรงและการทรงตัวในผู้สูงอายุ

โปรแกรมตรวจสมรรถภาพร่างกาย ประเมินความแข็งแรงและการทรงตัวในผู้สูงอายุ

ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569

โปรแกรมตรวจสมรรถภาพร่างกาย ประเมินความแข็งแรงและการทรงตัวในผู้สูงอายุ

ภาวะเปราะบาง (Frailty) คืออะไร  
ภาวะเปราะบาง (Frailty) ไม่ใช่โรค แต่เป็นสภาวะความเสื่อมถอยของร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายจึงสูญเสียความยืดหยุ่นและการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้เมื่อเกิดการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย ผู้สูงอายุที่มีภาวะเปราะบางจะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วและฟื้นตัวได้ยากกว่าปกติ นำไปสู่ความเสี่ยงในการหกล้ม กระดูกหัก ทุพพลภาพ หรือภาวะติดเตียง


ทำไมต้องตรวจคัดกรองภาวะเปราะบาง

ภาวะเปราะบางเป็นช่วงรอยต่อสำคัญระหว่างการมีสุขภาพดี  และภาวะทุพพลภาพ (Disability) หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Pre-frailty) จะสามารถย้อนคืนสู่สภาวะปกติหรือชะลอความเสื่อมถอยได้ ผ่านการดูแลที่ตรงจุด ได้แก่

  • การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย  การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและการทรงตัว
  • การปรับโภชนาการ การเสริมโปรตีนและวิตามินที่จำเป็นต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ
  • การบริหารจัดการโรคเรื้อรัง การดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน

การตรวจสมรรถภาพร่างกายและการทรงตัว ไม่ใช่เพียงการตรวจหาโรค แต่คือการประเมินศักยภาพในการใช้ชีวิต 

  • เพื่อชะลอความเสื่อม ผู้สูงอายุสามารถคงความเป็นอิสระ เพิ่มคุณภาพชีวิต และคงความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพึ่งพาการดูแลได้อย่างยาวนาน
  • เพื่อคัดกรองความเสี่ยงของภาวะเปราะบางและการเสื่อมของระบบการเคลื่อนไหวตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
  • เพื่อป้องกันการหกล้ม กระดูกหัก และการสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง
  • เพื่อวางแผนการรักษา ฟื้นฟู และการออกกำลังกายที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล 
  •  

โปรแกรมนี้ตรวจอะไร

เป็นโปรแกรมคัดกรองและประเมิน “ภาวะเปราะบาง (Frailty)” และ “ภาวะเสื่อมของระบบการเคลื่อนไหว (Locomotive Syndrome)” ในผู้สูงอายุ เช่น การตรวจหาระดับการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและกระดูก การขาดวิตามินและสารอาหารที่สำคัญต่อกล้ามเนื้อและกระดูก  และคัดกรองโรคเรื้อรังซ่อนเร้นอื่นๆในผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันการเกิดกระดูกหัก ทุพพลภาพ หรือภาวะติดเตียงในอนาคต

โดยประกอบด้วยการตรวจ

  • ตรวจเลือด เพื่อดู
  • ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และภาวะซีด  
  • ระดับน้ำตาลในเลือด และน้ำตาลสะสม
  • ไขมันในเลือด
  • การทำงานของไต ตับ
  • วิตามินบี 12 
    การขาด B12 อาจทำให้มีอาการชาปลายมือปลายเท้า หรือการทรงตัวผิดปกติ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้ม  ช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อม อาการหลงลืม และช่วยให้ระบบประสาทสั่งการกล้ามเนื้อได้อย่างแม่นยำ  ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย
  • วิตามิน ดี
    กุญแจสำคัญของกระดูกและกล้ามเนื้อ   ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนและกระดูกหักหากเกิดการหกล้ม  วิตามินดีที่เพียงพอช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ลดอาการอ่อนแรงและการทรงตัวไม่อยู่  ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ลดการอักเสบในร่างกาย
  • เกลือแร่ Electrolyte
    เป็นการเช็กความสมดุลของแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และคลอไรด์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ 
    ทำไมผู้สูงอายุถึงต้องตรวจ Electrolyte
    1. ผู้สูงอายุมักมีความเสี่ยงต่อภาวะโซเดียมต่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการมึนงง สับสน หรือวูบจนนำไปสู่การหกล้มได้ง่าย
    2. โพแทสเซียมและเกลือแร่ต่าง ๆ มีหน้าที่ควบคุมการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ หากไม่สมดุลอาจทำให้เกิดอาการตะคริว กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    3. ผู้สูงอายุมักมีการตอบสนองต่อความกระหายน้ำลดลง การตรวจเกลือแร่จะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ (Dehydration) หรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เหนื่อยง่ายและทรงตัวไม่ดี
    4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องทานยาหลายชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ หรือยาลดความดัน มักมีผลกระทบต่อระดับเกลือแร่ในร่างกายโดยตรง
  • แคลเซี่ยม Calcium
    แคลเซียมมีความสำคัญต่อการรักษาความแข็งแรงของโครงสร้างร่างกายและการทำงานของระบบประสาทในผู้สูงอายุ  
    1. การตรวจระดับแคลเซียมในเลือดช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) หรือกระดูกบาง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่ายหากเกิดการอุบัติเหตุล้มเพียงครั้งเดียว
    2. แคลเซียมมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการยืดและหดตัวของกล้ามเนื้อ  หากระดับแคลเซียมในเลือดผิดปกติ อาจส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ตะคริว หรือมีการสั่งการของระบบประสาทที่ผิดเพี้ยนไป ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทรงตัว  
    3. ระดับแคลเซียมในเลือดมักถูกควบคุมโดยต่อมพาราไทรอยด์  การตรวจพบค่าแคลเซียมที่สูงหรือต่ำผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนของเนื้องอกหรือความผิดปกติของต่อมนี้ ซึ่งส่งผลเสียต่อการดึงแคลเซียมออกจากกระดูกมาใช้จนทำให้กระดูกเปราะบางได้   
  • แมกนีเซียม Magnesium
    แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่ทำงานร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดีในการดูแลระบบเคลื่อนไหว ของผู้สูงอายุ 
    1.  แมกนีเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายหลังจากที่แคลเซียมกระตุ้นให้หดตัว หากระดับแมกนีเซียมต่ำเกินไป ผู้สูงอายุอาจมีอาการตะคริว กล้ามเนื้อกระตุก หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งส่งผลต่อการทรงตัว
    2. แมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของมวลกระดูกและช่วยในการดูดซึมแคลเซียม การมีระดับแมกนีเซียมที่เหมาะสมจึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนและป้องกันกระดูกหักในอนาคต
    3. แมกนีเซียมช่วยควบคุมการส่งสัญญาณประสาทและจังหวะการเต้นของหัวใจ ช่วยลดความเสี่ยงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดอาการวูบหรือหน้ามืดได้
    4. แมกนีเซียม  มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกายและการผ่อนคลายระบบประสาท ช่วยลดอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของภาวะเปราะบาง
  • โฮโมซิสเตอีน Homocysteine
    โฮโมซิสเทอีน คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ถ้าหากมีระดับสูงเกินไป จะกลายเป็นสารพิษที่ทำลายผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดอักเสบ หนาตัว และตีบตันได้ง่ายขึ้น 
    ทำไมผู้สูงอายุถึงควรตรวจ
    1. ประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ (Stroke & Heart Disease)  ระดับที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงต่อภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ช่วยคัดกรองความเสี่ยงที่อาจไม่พบจากการตรวจไขมันในเลือดเพียงอย่างเดียว 
    2. สัญญาณเตือนของการขาดวิตามิน (Vitamin Deficiency)  ร่างกายใช้ วิตามิน B12 และโฟเลต (Folate) ในการกำจัดโฮโมซิสเทอีนออกจากกระแสเลือด   หากตรวจพบค่านี้สูง มักเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินบีอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทและการทรงตัวในผู้สูงอายุโดยตรง 
    3. ป้องกันภาวะสมองเสื่อม (Dementia)  การมีระดับโฮโมซิสเทอีนสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อเซลล์สมองและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์
  • ฮอร์โมนไทรอยด์ THS
    การตรวจ TSH (Thyroid Stimulating Hormone) เป็นการตรวจระดับฮอร์โมนที่กระตุ้นต่อมไทรอยด์ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากในผู้สูงอายุ เนื่องจากอาการผิดปกติของไทรอยด์ในวัยนี้มักไม่แสดงอาการชัดเจน  หรือถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความเสื่อมตามวัย 
    ทำไมต้องตรวจ TSH ในผู้สูงอายุ 
    1. ตรวจหาภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) อาการที่พบบ่อยคือ  อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เชื่องช้า ท้องผูก 
    2. ภาวะไทรอยด์ต่ำส่งผลโดยตรงต่อ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ทำให้ผู้สูงอายุก้าวขาไม่ออก หรือเคลื่อนไหวช้าลง ซึ่งอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาวะเปราะบาง (Frailty) จากสาเหตุอื่น
    3. ตรวจหาภาวะไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroidism)   อาการที่พบบ่อย ใจสั่น น้ำหนักลดผิดปกติ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง  ในผู้สูงอายุภาวะนี้อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือกระดูกพรุนรวดเร็วขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก
    4. สุขภาพสมองและอารมณ์ ความผิดปกติของค่า TSH อาจทำให้เกิดอาการหลงลืม สมาธิสั้น หรือซึมเศร้า ซึ่งทีมสหสาขาวิชาชีพต้องแยกแยะออกจากภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ในขั้นตอนการประเมิน
  • การประเมินสมรรถภาพการเคลื่อนไหว  TUG (Timed Up and Go), 5 Times Chair Stand Test, Gait Speed
  • การประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว
  • การประเมินความเสี่ยงต่อการหกล้ม
  • ตรวจมวลกระดูก Advance Bone Densitometer 
  • การประเมินมวลกล้ามเนื้อและองค์ประกอบร่างกาย Body composition
  • การซักประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน
  • การตรวจประเมินสมรรถภาพสมองและความจำ
  • การประเมินโดยทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ

เหมาะกับใคร
  • ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่เดินช้าลง ลุกนั่งลำบาก อ่อนแรง เหนื่อยง่าย หรือทรงตัวไม่ดี
  • ผู้ที่มีประวัติหกล้มในช่วง 6–12 เดือนที่ผ่านมา
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค หรือใช้ยาหลายชนิด
  • ผู้ที่ต้องการประเมินสมรรถภาพร่างกายเพื่อวางแผนดูแลสุขภาพระยะยาว

โปรแกรมนี้แตกต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไร การตรวจสุขภาพทั่วไป  มุ่งเน้นการตรวจเลือด เอกซเรย์ โดยใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก
โปรแกรมนี้มุ่งเน้น เสริมสมรรถภาพการเคลื่อนไหว ความแข็งแรง การทรงตัว และลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะติดบ้าน ติดเตียง ต้องพึ่งพาผู้อื่น

จุดเด่นของการตรวจ
  • เน้นการประเมินในทุกมิติ ได้แก่ สุขภาพร่างกายองค์รวม สุขภาพสมองและอารมณ์  ประเมินความแข็งแรงและคล่องตัวของกล้ามเนื้อเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ (Functional Assessment) ที่เห็นผลต่อการใช้ชีวิตจริง
  • มีการประเมินระดับความเปราะบาง และวัดระดับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องตลอดการรักษา
  • ได้แผนฟื้นฟู/ออกกำลังกายเฉพาะบุคคลจากแพทย์และนักกายภาพบำบัด
  • เน้นการป้องกันก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง 

ทำไมต้องตรวจกับสมิติเวช
  • ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ ศัลยกรรมกระดูกและข้อ และแพทย์ เวชศาสตร์ฟื้นฟู 
  • ทีมสหสาขาวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟู
  • เครื่องมือและแบบทดสอบมาตรฐานสากล
  • สามารถเชื่อมต่อการรักษา การทำกายภาพบำบัด และโปรแกรมฟื้นฟูต่อเนื่องในโรงพยาบาลเดียวกัน
  • มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลระดับสากล  

โปรแกรมตรวจสมรรถภาพร่างกาย ประเมินความแข็งแรงและการทรงตัวในผู้สูงอายุ

โปรแกรม ราคาโปรโมชั่น
(บาท)
โปรแกรมตรวจสมรรถภาพร่างกาย ประเมินความแข็งแรงและการทรงตัวในผู้สูงอายุเบื้องต้น | รายการตรวจ
ซื้อโปรแกรม: Srinakarin Shop | Lazada | Shopee
7,900
9,600
โปรแกรมตรวจสมรรถภาพร่างกาย ประเมินความแข็งแรงและการทรงตัวในผู้สูงอายุแบบครอบคลุม | รายการตรวจ
ซื้อโปรแกรม: Srinakarin Shop | Lazada | Shopee
19,000
23,500

หมายเหตุ:

  • ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลฯ
  • ระยะเวลา วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569
  • กรุณานัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ  
  • รับบริการได้ที่ ศูนย์ชีวายั่งยืน  โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์