แพ็กเกจผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า แบบส่องกล้อง แพ็กเกจผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า แบบส่องกล้อง

แพ็กเกจผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า แบบส่องกล้อง

ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2569

แพ็กเกจผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่า แบบส่องกล้อง

โปรแกรม

ราคา
(บาท)

การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าร่วมกับการสร้างเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าใหม่ (Arthroscopy knee with ACL Reconstruction)  นอนโรงพยาบาล 2 คืน 

255,000 

การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าร่วมกับการซ่อมหมอนรองข้อเข่าและสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ (Arthroscopy knee Meniscus repaired and ACL Reconstruction)  นอนโรงพยาบาล 2 คืน 

255,000 

เงื่อนไข

  • ราคาดังกล่าวครอบคลุม
    • ค่าห้องผ่าตัด ค่าห้องพักฟื้น ค่าเวชภัณฑ์ ค่ายาที่ใช้ในการผ่าตัด ค่าทีมแพทย์ทำหัตถการ วิสัญญีแพทย์ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดตามที่ระบุเท่านั้น 
    • ค่าห้องพักมาตรฐาน (ตามจำนวนวันที่กำหนด ในกรณีปรับเปลี่ยนประเภทของห้องพัก ผู้ป่วยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มตามจริง)
    • ค่าบริการพยาบาล ค่าบริการห้องพัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องมือทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ค่าเวชภัณฑ์ ค่ายาผู้ป่วยใน เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด อุปกรณ์ทางการแพทย์ขณะนอนพักในรพ. (ตามที่กำหนด)
  • รายการที่ไม่ครอบคลุม
    • ไม่รวมการตรวจร่างกายผู้ป่วยเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการผ่าตัด
    • ไม่รวมค่าการปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง (ถ้ามี)
    • ไม่รวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโรคประจำตัวของผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนอกเหนือการผ่าตัด เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์พิเศษ ที่ใส่ในร่างกายของผู้ป่วย ค่าการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ หรืออื่นๆ ถ้ามี
    • ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องพักรักษาตัวที่หออภิบาลผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ หออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งเกินจากห้องพักมาตรฐานที่กำหนด หรือในกรณีผู้ป่วยขออยู่ต่อจากเหตุผลอื่น ๆ ทางโรงพยาบาลจะเรียกเก็บเงินตามจริง
    • ไม่รวมค่าการตรวจชิ้นเนื้อพิเศษ, ค่าวัสดุอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม (ถ้ามี) และค่าแพทย์พยาธิวิทยา
    • ไม่รวมค่ายากลับบ้าน และยาโรคประจำตัวของผู้ป่วย 
  • ราคาดังกล่าวสำหรับคนไทย และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทสไทยเท่านั้น 
  • แพ็กเกจนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมส่งเสริมการขายอื่นๆ การเรียกเก็บกับบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกัน รวมถึงส่วนลดอื่นๆ
  • ราคาดังกล่าวสามารถใช้ได้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
  • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กระดูก ข้อ และกระดูกสันหลัง ชั้น 1 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

หมายเหตุ : โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า

1) เอ็นไขว้หน้าเข่าคืออะไร และทำไมบางคนถึงจำเป็นต้องผ่าตัด?

เอ็นไขว้หน้า (ACL) เป็นเอ็นสำคัญในข้อเข่าที่ช่วยให้เข่ามั่นคง โดยเฉพาะเวลาวิ่ง หยุดกะทันหัน หมุนตัว หรือเปลี่ยนทิศทางเร็ว ๆ ถ้า ACL ฉีกขาด ข้อเข่ามักจะ “หลวม–ทรุด–บิดง่าย” เดินหรือเล่นกีฬาแล้วรู้สึกไม่มั่นคง และถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ เสี่ยงทำให้หมอนรองข้อเข่าและกระดูกอ่อนสึก เกิดข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยได้
ทำไมต้องผ่าตัด?

ในคนที่ยังเล่นกีฬา ใช้เข่าหนัก หรือมีอาการเข่าทรุดบ่อย ๆ แพทย์มักแนะนำ ผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ เพื่อให้เข่ากลับมามั่นคง ลดโอกาสบาดเจ็บซ้ำ และลดความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมในอนาคต

บางคนที่ไม่ค่อยได้ใช้เข่าหนัก หรือมีอาการไม่มาก แพทย์อาจเลือกให้ทำกายภาพบำบัดและใส่สนับเข่าแทนการผ่าตัด

2) ผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า แบบส่องกล้อง ต่างจากผ่าตัดแบบเปิดอย่างไร?

การผ่าตัดส่องกล้อง (Arthroscopic) คือเทคนิคที่ใช้กล้องขนาดเล็กและเครื่องมือผ่าตัดผ่านแผลเล็ก ๆ รอบเข่า ทำให้เห็นภาพภายในข้อเข่าบนจอมอนิเตอร์แบบขยายชัดเจน แทนการเปิดแผลยาวเหมือเมื่อก่อน

ข้อดีของการส่องกล้องเมื่อเทียบกับแบบเปิด (open surgery) คือ แผลเล็กกว่า เจ็บน้อยกว่า เสียเลือดน้อย เนื้อเยื่อรอบ ๆ ถูกทำลายน้อยลง เสี่ยงติดเชื้อน้อยกว่า ข้อติดน้อยกว่า พักฟื้นใน รพ. สั้นลง (เฉลี่ย 1–2 วัน)

3) ใช้เอ็นส่วนไหนมาสร้างเอ็นใหม่? ต่างกันอย่างไร?

เมื่อเอ็นไขว้หน้า (ACL) ขาด แพทย์จะ “สร้างเอ็นใหม่” โดยนำเอ็นจากส่วนอื่นของร่างกายมาทดแทน ซึ่งเรียกโดยรวมว่า “graft” (กราฟท์) ปกติจะใช้เอ็นจากบริเวณรอบ ๆ เข่า เช่น เอ็นสะบ้า หรือเอ็นหลังต้นขา มาใช้ในการผ่าตัดส่องกล้องซ่อมสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ ปัจจุบัน graft ที่ใช้บ่อยมี 4 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่
  • Hamstring tendon (เอ็นหลังต้นขา) 
  • Bone–Patellar Tendon–Bone (BPTB / เอ็นสะบ้าพร้อมชิ้นกระดูก)
  • Quadriceps tendon (เอ็นด้านหน้าต้นขา)
  • เอ็นจากผู้บริจาค (Allograft)
การจะเลือกใช้เอ็นชนิดใด แพทย์จะดูจาก อายุ ไลฟ์สไตล์ ระดับการเล่นกีฬา โครงสร้างเข่า ลักษณะการใช้ชีวิต/อาชีพ เคยผ่าตัดเข่ามาก่อนหรือไม่ รวมถึง โรคร่วมอื่น ๆ

4) ผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า นอนโรงพยาบาลกี่คืน?

การผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าแบบส่องกล้อง (ACL Reconstruction) มักต้องพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 1–2 คืน ก่อนกลับบ้านแพทย์จะตรวจประเมินความปลอดภัยในการเดิน ดูแลแผล และให้คำแนะนำสำหรับการฟื้นฟูที่บ้าน

5) หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าจะมีอาการเจ็บ-ปวดมากแค่ไหน? จะควบคุมอาการปวดอย่างไร?

หลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดและบวมใน 2–3 วันแรก แต่เป็นอาการที่ควบคุมได้ด้วยยา และมักดีขึ้นชัดเจนภายใน 3–5 วัน
ควบคุมอาการปวดด้วยยาแก้ปวด การประคบเย็น การจัดท่าการวางขาที่ถูกต้อง และการเริ่มกายภาพตั้งแต่หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมงแรก 

6) ผ่าตัดเอ็นไขว้หน้า พักฟื้นกี่วัน ระยะเวลาฟื้นตัวกี่วัน? สามารถเดินได้เมื่อไหร่?

หลังผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าแบบส่องกล้อง คนไข้จะค่อย ๆ ฟื้นตัวภายในประมาณ 6–9 เดือน เดินเร็วได้ใน 3–6 เดือน และกลับไปเล่นกีฬาประเภทใช้แรง เช่น ฟุตบอล บาส แบดมินตัน ได้ในช่วง 9–12 เดือน ขึ้นกับการทำกายภาพและความแข็งแรงของแต่ละคน
  • 1–2 สัปดาห์แรก เดินได้ด้วยไม้ค้ำ + สนับเข่า อาการปวดเริ่มลดลง 
  • ประมาณ 6 สัปดาห์ เดินได้ดีขึ้น กลับไปทำงานได้ เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ (ปั่นจักรยาน, เดินช้า)
  • 6–9 เดือน เริ่มซ้อมกีฬาและออกกำลังกายใช้แรงมากขึ้น
  • 9–12 เดือน หากผ่านการประเมินจากแพทย์ สามารถกลับไปเล่นกีฬาใช้แรง/แข่งขันเต็มที่ได้ใกล้เคียงเดิม

7) ผ่าตัดแล้วเอ็นจะกลับมาเหมือนเดิม 100% ไหม?

การผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมามั่นคงขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถเดิน วิ่ง และกลับไปเล่นกีฬาได้ใกล้เคียงระดับเดิม แต่อาจไม่สามารถรับประกันได้ว่า “เหมือนเดิม 100%” ในทุกคน เนื่องจากผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพข้อเข่าเดิม และความต่อเนื่องของการทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัด การฟื้นฟูสมรรถภาพข้อเข่าและกล้ามเนื้ออย่างถูกต้องเหมาะสม มีส่วนสำคัญในการป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ และช่วยให้ข้อเข่า กลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติได้มากที่สุด

8) ถ้าไม่ผ่าตัดได้ไหม?

ในบางกรณีสามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ โดยเฉพาะผู้ที่เข่าไม่หลวมมาก ไม่ได้เล่นกีฬาหรือใช้งานเข่าหนัก และสามารถปรับพฤติกรรมและการใช้ชีวิตให้หลีกเลี่ยงการบิด–หมุนข้อเข่า โดยแพทย์จะเน้นการทำกายภาพบำบัดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการทรงตัวให้มาช่วยพยุงข้อเข่าแทนเอ็นที่ขาด
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ยังต้องใช้เข่าหนัก เช่น นักกีฬา คนวัยทำงานที่ต้องเคลื่อนไหวเร็ว หรือมีภาวะเข่าหลวมร่วมกับหมอนรองเข่าหรือผิวข้อบาดเจ็บ แพทย์มักแนะนำการผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ เพื่อลดโอกาสบาดเจ็บซ้ำและป้องกันข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว

9) ความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดมีอะไรบ้าง?

ภาวะแทรกซ้อนพบได้ในอัตราต่ำ และส่วนใหญ่สามารถป้องกัน ดูแล และแก้ไขได้ด้วยมาตรฐานการผ่าตัดส่องกล้องที่ได้มาตรฐานสากล ร่วมกับการดูแลหลังผ่าตัดและการทำกายภาพบำบัดอย่างเหมาะสม
  • ปวดและบวมบริเวณแผลผ่าตัด
  • อ็นทดแทนฉีกขาด / หย่อนในภายหลัง
  • ข้อเข่าติดแข็ง / งอ–เหยียดไม่สุด
  • การติดเชื้อ (พบได้น้อยมาก)
  • อาการชาจากเส้นประสาทเสียหาย
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงจากการผ่าตัด ก่อนการผ่าตัด แพทย์จะต้องประเมินผู้ป่วยอย่างละเอียด ตรวจสอบประวัติการแพทย์และตรวจร่างกายอย่างละเอียด รวมถึงการใช้ภาพวินิจฉัย เช่น MRI หรือ CT scan เพื่อประเมินสภาพเข่าทีมีอาการบาดเจ็บ รวมถึงการเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด มีการแนะนำเกี่ยวกับการพักฟื้น การออกกำลังกาย และกิจกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำ

10) ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าแบบส่องกล้อง?

การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าแบบส่องกล้อง เหมาะกับผู้ที่มีอาการเข่าหลวมหรือไม่มั่นคงเรื้อรัง นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องใช้เข่าหนักในการทำงานและกิจกรรมที่ต้องวิ่ง เปลี่ยนทิศทาง หมุนตัว หรือกระโดดบ่อย ๆ รวมถึงผู้ที่มีบาดเจ็บอื่นในข้อเข่าร่วมด้วย เช่น หมอนรองเข่าฉีก หรือผิวข้อเสียหาย และกลุ่มที่รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
แพทย์จะประเมินร่วมกันจากอายุ อาชีพ ไลฟ์สไตล์ ระดับกิจกรรม และความคาดหวังในการกลับไปใช้เข่าของแต่ละคน เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดเป็นรายบุคคล

11) ผ่าตัดตอนอายุมากทำได้ไหม?

การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าแบบส่องกล้องไม่ได้จำกัดเฉพาะนักกีฬาหรือคนอายุน้อยเท่านั้น แพทย์จะประเมินจากสุขภาพโดยรวม ระดับกิจกรรม และความคาดหวังในการใช้เข่าของแต่ละคน หากผู้สูงอายุยังต้องใช้เข่ามาก เช่น เดินเยอะ เดินทางบ่อย หรือมีอาการเข่าหลวมทรุดจนรบกวนชีวิตประจำวัน การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
ในทางกลับกัน หากเป็นผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยใช้เข่าหนัก และยอมปรับพฤติกรรมเลี่ยงท่าบิด–หมุนเข่าได้ การรักษาแบบไม่ผ่าตัดร่วมกับกายภาพบำบัดก็อาจเพียงพอ แพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดเป็นรายบุคคล

12) จำเป็นต้องผ่าตัดกับศัลยแพทย์เฉพาะทางกีฬาไหม?

การผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าแบบส่องกล้องสามารถทำได้โดยศัลยแพทย์กระดูกและข้อทั่วไป แต่อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดกับศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ ชำนาญการด้านการส่องกล้องโรคข้อและเวชศาสตร์การกีฬา และดูแลร่วมกับทีมกายภาพบำบัดเฉพาะทาง มีข้อดีคือ แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจะมีประสบการณ์สูงในการดูแล รักษา ผู้ป่วยเอ็นไขว้หน้าและการบาดเจ็บจากกีฬา สามารถวางแผนเลือกชนิดเอ็น เทคนิคการผ่าตัด และโปรแกรมฟื้นฟูให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และระดับการเล่นกีฬาของแต่ละคน
ผลลัพธ์คือ ข้อเข่าที่มั่นคงขึ้น ลดโอกาสบาดเจ็บซ้ำ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตหรือเล่นกีฬาได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

13) ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการผ่าตัด?

ก่อนผ่าตัด ผู้ป่วยควรเตรียมตัวโดยงดน้ำและอาหารตามเวลาที่แพทย์กำหนด (โดยทั่วไปประมาณ 6–8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด) แจ้งรายชื่อยาทั้งหมดและหยุดยาบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์ เข้ารับการตรวจร่างกายและพบวิสัญญีแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมในการดมยาสลบ รวมถึงดูแลสุขภาพให้ดีที่สุดในช่วงก่อนผ่าตัด เช่น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ ออกกำลังกาย/กายภาพอย่างเหมาะสม และเตรียมคนดูแล–อุปกรณ์ช่วยเดินสำหรับช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัด

ผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าเข่าแบบส่องกล้อง ที่สมิติเวช 

สมิติเวช มีทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับกระดูกและข้อ รวมถึงอาการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกเข่า นอกจากศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ ชำนาญการด้านการส่องกล้องโรคข้อและเวชศาสตร์การกีฬา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาและการผ่าตัดแล้ว ยังมีทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัด พร้อมด้วยเครื่องมือที่ช่วยในการฟื้นฟูที่ทันสมัยแบบ Medical Grade มีสระธาราบำบัด (Hydrotherapy) ใช้คุณสมบัติของน้ำในการรักษาและฟื้นฟูร่างกาย แรงลอยตัวของน้ำช่วยลดน้ำหนักที่ข้อต่อและกระดูก ทำให้การเคลื่อนไหวในน้ำเป็นไปได้ง่ายขึ้นและเจ็บปวดน้อยลง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยใช้ความหนืดของน้ำเป็นแรงต้าน จึงมั่นใจได้ว่า หลังการผ่าตัดและรักษา ผู้ป่วยจะหายจากอาการเจ็บ หรืออาการจะทุเลาลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดังนั้น การเลือกแพทย์หรือสถานพยาบาลเพื่อทำการรักษาอาการบาดเจ็บของเอ็นไขว้หน้า จึงมีความสำคัญอย่างมาก แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคเฉพาะทาง และมีประสบการณ์สูงจะสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง และเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อลดอาการแทรกซ้อนและผลข้างเคียงจากการผ่าตัด รวมถึง การทำงานร่วมกันระหว่างทีมแพทย์สหสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็น ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ ชำนาญการด้านการส่องกล้องโรคข้อและเวชศาสตร์การกีฬา วิสัญญีแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้นหลังการผ่าตัด