แพ็กเกจผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคข้อไหล่
โปรแกรม |
ราคา
|
ผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคข้อไหล่ (Arthroscopic Shoulder Surgery Package) นอนโรงพยาบาล 1 คืน |
250,000 |
ผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคข้อไหล่ (Arthroscopic Shoulder Surgery Package) นอนโรงพยาบาล 2 คืน |
265,000 |
เงื่อนไข
- ราคาดังกล่าวครอบคลุม
- ค่าห้องผ่าตัด ค่าห้องพักฟื้น ค่าเวชภัณฑ์ ค่ายาที่ใช้ในการผ่าตัด ค่าทีมแพทย์ทำหัตถการ วิสัญญีแพทย์ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดตามที่ระบุเท่านั้น
- ค่าห้องพักมาตรฐาน (ตามจำนวนวันที่กำหนด ในกรณีปรับเปลี่ยนประเภทของห้องพัก ผู้ป่วยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มตามจริง)
- ค่าบริการพยาบาล ค่าบริการห้องพัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องมือทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ค่าเวชภัณฑ์ ค่ายาผู้ป่วยใน เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด อุปกรณ์ทางการแพทย์ขณะนอนพักในรพ. (ตามที่กำหนด)
- รายการที่ไม่ครอบคลุม
- ไม่รวมการตรวจร่างกายผู้ป่วยเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการผ่าตัด
- ไม่รวมค่าการปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง (ถ้ามี)
- ไม่รวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับโรคประจำตัวของผู้ป่วยและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนอกเหนือการผ่าตัด เช่น เวชภัณฑ์ อุปกรณ์พิเศษ ที่ใส่ในร่างกายของผู้ป่วย ค่าการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ หรืออื่นๆ ถ้ามี
- ในกรณีที่ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องพักรักษาตัวที่หออภิบาลผู้ป่วยกึ่งวิกฤติ หออภิบาลผู้ป่วยวิกฤต ซึ่งเกินจากห้องพักมาตรฐานที่กำหนด หรือในกรณีผู้ป่วยขออยู่ต่อจากเหตุผลอื่น ๆ ทางโรงพยาบาลจะเรียกเก็บเงินตามจริง
- ไม่รวมค่าการตรวจชิ้นเนื้อพิเศษ, ค่าวัสดุอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม (ถ้ามี) และค่าแพทย์พยาธิวิทยา
- ไม่รวมค่ายากลับบ้าน และยาโรคประจำตัวของผู้ป่วย
- ราคาดังกล่าวสำหรับคนไทย และชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทสไทยเท่านั้น
- แพ็กเกจนี้ไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรมส่งเสริมการขายอื่นๆ การเรียกเก็บกับบริษัทคู่สัญญา บริษัทประกัน รวมถึงส่วนลดอื่นๆ
- ราคาดังกล่าวสามารถใช้ได้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กระดูก ข้อ และกระดูกสันหลัง ชั้น 1 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์
หมายเหตุ : โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยมิได้แจ้งล่วงหน้า

1) การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่คืออะไร?
เป็นการผ่าตัดที่แพทย์ใช้ “กล้องขนาดเล็ก (arthroscope)” สอดเข้าไปในข้อไหล่ผ่านแผลเล็ก ๆ เพื่อดูภายในข้อไหล่แบบขยายบนจอ และใช้เครื่องมือขนาดเล็กซ่อมแซมเอ็น กระดูกอ่อน หรือเนื้อเยื่อที่เสียหาย เป็นการซ่อมแซมหรือรักษาภาวะผิดปกติในข้อไหล่ เช่น เอ็นฉีก ไหล่หลุดซ้ำ การกดทับในไหล่ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดที่ต้องรักษาด้วยการส่องกล้อง คือ โรคเอ็นรอบข้อไหล่ฉีก (rotator cuff tear) และปัญหาความไม่มั่นคงของไหล่ (ไหล่หลุดซ้ำ / labral tear) การผ่าตัดส่องกล้องจะช่วยลดอาการปวด ฟื้นตัวเร็ว แผลเป็นมีขนาดเล็ก และได้ผลการรักษาที่ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าการผ่าตัดแบบเปิดในหลายโรค
2) อาการบาดเจ็บของหัวไหล่ จำเป็นต้องผ่าตัดไหม? มีทางเลือกอื่นหรือไม่
แพทย์จะพิจารณาตามอาการ ในบางรายจะให้การรักษาโดยไม่ผ่าตัดก่อน เช่น กายภาพบำบัด ฉีดสเตียรอยด์ลดอักเสบ พักการใช้งาน แต่หากเอ็นฉีกมาก ไหล่หลุดซ้ำบ่อย หรือรักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 3–6 เดือนแล้วยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจจะแนะนำให้ทำการผ่าตัด
3) ผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ รักษาอาการอะไรได้บ้าง?
การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ เหมาะสำหรับ การรักษาอาการ
- เอ็น Rotator Cuff ฉีก
- ไหล่หลุดซ้ำ (Bankart Lesion)
- SLAP lesion การฉีกขาดของกระดูกอ่อนบริเวณ แลบรัม (labrum)
- หินปูนเกาะเส้นเอ็นไหล่
- อาการอักเสบ/กดทับในไหล่ (Impingement)
- เส้นเอ็นหรือกระดูกมีปุ่มงอก
4) การผ่าตัดใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยรวมแล้ว การผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมง (ไม่นับรวมเวลารอเตรียมตัวก่อน–หลังผ่า)
5) หลังผ่าตัดจะมีอาการเจ็บ-ปวดมากแค่ไหน? จะควบคุมอาการปวดอย่างไร?
ส่วนใหญ่จะมีอาการปวดตึงและหน่วงบริเวณไหล่ในช่วง 2–3 วันแรก โดยโรงพยาบาลส่วนมากจะใช้เทคนิคผ่าตัดแบบส่องกล้องร่วมกับการบล็อกเส้นประสาทและยาแก้ปวด ทำให้ “เจ็บน้อยลงอย่างชัดเจน” เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดแผล ผู้ป่วยส่วนใหญ่ให้ระดับปวดอยู่ในระดับที่ทนได้ และค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
การควบคุมอาการปวด ระหว่างนอนโรงพยาบาล จะให้ยาแก้ปวดทั้งชนิดฉีดและชนิดรับประทาน หลังกลับบ้านจะให้ผู้ป่วยรับประทานยาแก้ปวด ประคบเย็น ใส่ผ้าคล้องแขน และทำกายภาพบำบัด หากมีอาการปวดมากผิดปกติ บวมแดงร้อน มีไข้ หรือชา–อ่อนแรงมาก ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
6) การทำกายภาพฟื้นฟูหลังผ่าตัดต้องทำอย่างไร?
หลังการผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ แพทย์จะวาง “โปรแกรมกายภาพบำบัด” ให้เหมาะกับแต่ละคน โดยทั่วไปจะแบ่งออกเป็นหลายระยะ เริ่มจากช่วงแรกที่เน้นปกป้องเอ็นที่เย็บใหม่ ลดอาการปวดและบวม ด้วยการใส่ผ้าคล้องแขน ขยับได้เฉพาะนิ้ว มือ และข้อศอก ยังไม่ให้ยกแขนเอง
เมื่อพ้นช่วง 3–6 สัปดาห์ จะเริ่มให้ขยับข้อไหล่แบบ “มีคนช่วยยก” (Passive / Active-assisted exercise) เพื่อป้องกันไหล่ติด แต่อยู่ในองศาที่ปลอดภัย ไม่ทำให้ไหมเย็บฉีกขาด จากนั้นจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นการยกแขนด้วยตัวเองมากขึ้น และเริ่มบริหารกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่และสะบักทีละน้อย
ช่วง 3–6 เดือน จะเป็นช่วงเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อไหล่ ให้กลับไปทำงาน ใช้แขนยกของ หรือออกกำลังกายเบา ๆ ได้อย่างมั่นใจ ส่วนการกลับไปเล่นกีฬาเต็มรูปแบบ มักอยู่ในช่วงประมาณ 6 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดเอ็นที่ฉีก วิธีผ่าตัด และความร่วมมือในการทำกายภาพของคนไข้เอง
“การทำกายภาพบำบัดที่ถูกต้องและต่อเนื่อง” เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลการผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ดีขึ้นและกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติอีกครั้ง
7) ผ่าตัดแล้ว สามารถกลับไปเล่นกีฬาได้เมื่อไร?
โดยทั่วไปหลังผ่าตัดส่องกล้องรักษาอาการบาดเจ็บหัวไหล่ จะต้องใส่ที่คล้องแขนประมาณ 4–6 สัปดาห์ และค่อย ๆ เริ่มกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ ช่วง 3 เดือนแรก จะเป็นช่วงเน้นการฟื้นตัวและกลับไปทำกิจวัตรประจำวันให้ใกล้เคียงปกติ
ส่วนการ “กลับไปเล่นกีฬา” มักเริ่มได้ในช่วงประมาณ เดือนที่ 4–6 หลังผ่าตัด ซึ่งเป็นระยะที่เอ็นเริ่มสมานตัวดีขึ้น และกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่แข็งแรงพอ โดยมักเริ่มจากการออกกำลังกายเบา ๆ หรือกีฬาที่ไม่ใช้ไหล่หนักมากก่อน เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำเบา ๆ หรือกอล์ฟ แล้วจึงค่อย ๆ เพิ่มความหนักของกีฬาไปทีละขั้น สำหรับกีฬาที่ต้องใช้แขนเหนือศีรษะมาก หรือมีการปะทะสูง เช่น เทนนิส แบดมินตัน วอลเลย์บอล หรือการยกน้ำหนักเหนือศีรษะ มักจะแนะนำให้รอ 6 เดือนขึ้นไป และต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน
8) มีความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง หลังผ่าตัด?
- ความเสียหายต่อโครงสร้างภายในข้อไหล่หรือบริเวณใกล้เคียงโดยไม่ตั้งใจ
- เส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือน อาจเกิดอาการชา อ่อนแรงบางส่วนรอบหัวไหล่และแขน (ส่วนใหญ่ดีขึ้นเอง แต่ในรายรุนแรงอาจใช้เวลานาน)
- มีเลือดออกมากในข้อไหล่ ทำให้บวมและปวดมากผิดปกติ
- การติดเชื้อในข้อไหล่
- แพ้ยาดมสลบหรือยาที่ใช้ในการผ่าตัด
- ภาวะ “ไหล่ติด” หลังผ่าตัด (Frozen shoulder / Adhesive capsulitis)
- เอ็นที่ซ่อม “ไม่ติดสนิท” หรือกลับมาฉีกซ้ำ
9) ต้องเตรียมตัวอย่างไงก่อนผ่าตัด?
ก่อนผ่าตัดส่องกล้องข้อไหล่ แพทย์จะนัดตรวจสุขภาพและประเมินความพร้อม โดยตรวจร่างกาย เจาะเลือด เอกซเรย์ และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจตามความเหมาะสม พร้อมทบทวนยาและโรคประจำตัวของผู้ป่วย หากใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด เช่น Aspirin, Plavix, Warfarin แพทย์อาจให้หยุดยาประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
ในช่วงก่อนวันผ่าตัดควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์ และหากมีอาการป่วยหรือมีไข้ก่อนวันผ่าตัดควรรีบแจ้งโรงพยาบาลทันที ในวันผ่าตัดจำเป็นต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนเข้าห้องผ่าตัด และควรอาบน้ำ สระผม ตัดเล็บ ถอดเครื่องประดับและของมีค่าทุกชนิด รวมถึงฟันปลอมและคอนแทคเลนส์ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยระหว่างการดมยาสลบ
หลังผ่าตัดควรเตรียมเสื้อผ้าที่ใส่ง่าย และให้มีญาติหรือผู้ดูแลมารับกลับบ้านและอยู่ดูแลใน 24 ชั่วโมงแรก เนื่องจากหลังผ่าตัดแขนข้างที่รับการผ่าตัดจะใช้งานได้น้อย
10) ผ่าตัดแบบส่องกล้องกับแบบเปิดต่างกันอย่างไร?
| ข้อเปรียบเทียบ | ผ่าตัดส่องกล้องไหล่ (Arthroscopic) | ผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) |
| ขนาดแผลผ่าตัด | แผลเล็กหลายตำแหน่ง 0.5 – 1 ซม. | แผลยาวกว่า ต้องเปิดกล้ามเนื้อเพื่อเข้าถึงเอ็น |
| การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ | บาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อน้อยกว่า เนื่องจากแผลเล็ก | เลาะกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อมากกว่า ทำให้บวม–เจ็บมากกว่า |
| อาการปวดหลังผ่าตัด | ปวดน้อยกว่า เพราะเนื้อเยื่อถูกกระทบกระเทือนน้อย | ปวดมากกว่า เนื่องจากแผลใหญ่และเปิดกว้าง |
| โอกาสเลือดออก–ติดเชื้อ | เสียเลือดน้อย และโอกาสติดเชื้อน้อยกว่า | โอกาสเลือดออกมากกว่า และเสี่ยงติดเชื้อสูงขึ้นเล็กน้อย |
| เริ่มขยับไหล่ได้เมื่อไร | เริ่มทำกายภาพได้ตั้งแต่วันแรก–วันที่สองหลังผ่า → ฟื้นเร็ว | ต้องรอหลายวันจึงเริ่มเคลื่อนไหวได้ เพราะแผลใหญ่กว่า |
| ระยะเวลาพักฟื้น | ฟื้นตัวเร็วกว่า ใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่า | ฟื้นตัวช้ากว่า ต้องใช้เวลาให้กล้ามเนื้อและแผลสมานตัว |
| จำนวนคืนที่ต้องนอน รพ. | ส่วนใหญ่เป็นผ่าตัดแบบไป–กลับ หรือพัก 1 คืน | มักต้องนอน รพ. มากกว่า โดยเฉพาะหากผ่าเปิดกว้าง |
| ความสวยงามของแผล | แผลเล็กหลายจุด มองเห็นรอยน้อยกว่า | แผลยาวกว่า เห็นชัดกว่า |
| ความแม่นยำในการซ่อมเอ็น/เนื้อเยื่อ | มองเห็นภายในข้อไหล่ผ่านกล้องขยาย “ชัดเจนมาก” | เห็นด้วยตาเปล่าผ่านการเปิดแผล แต่บางตำแหน่งเข้าถึงยาก |
| เหมาะกับเคสแบบไหน | เอ็นฉีกไม่กว้าง, ไหล่หลุดซ้ำ, SLAP, impingement ฯลฯ | เคสเอ็นฉีกกว้างมาก, เนื้อเยื่อคุณภาพไม่ดี, ข้อไหล่เสื่อมมาก ต้องเปิด–หรือเปลี่ยนข้อเทียม |
| ค่าใช้จ่าย | โดยมากสูงกว่าเล็กน้อย (เพราะใช้อุปกรณ์ anchor/กล้อง) | อาจต่ำกว่า แต่ขึ้นกับเทคนิคและอุปกรณ์ที่ใช้ |
| ภาพรวมผลลัพธ์ | ฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ไวกว่า | ฟื้นช้ากว่า เจ็บมากกว่า แต่บางเคสจำเป็นและเหมาะสมกว่า |
ผ่าตัดส่องกล้องรักษาโรคข้อไหล่ ที่สมิติเวช
สมิติเวช มีทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บเกี่ยวกับกระดูกและข้อ รวมถึงอาการบาดเจ็บของหัวไหล่ นอกจากศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ ชำนาญการด้านการส่องกล้องโรคข้อและเวชศาสตร์การกีฬา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาและการผ่าตัดแล้ว ยังมีทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัด พร้อมด้วยเครื่องมือที่ช่วยในการฟื้นฟูที่ทันสมัยแบบ Medical Grade มีสระธาราบำบัด (Hydrotherapy) ใช้คุณสมบัติของน้ำในการรักษาและฟื้นฟูร่างกาย แรงลอยตัวของน้ำช่วยลดน้ำหนักที่ข้อต่อและกระดูก ทำให้การเคลื่อนไหวในน้ำเป็นไปได้ง่ายขึ้นและเจ็บปวดน้อยลง ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยใช้ความหนืดของน้ำเป็นแรงต้าน จึงมั่นใจได้ว่า หลังการผ่าตัดและรักษา ผู้ป่วยจะหายจากอาการเจ็บ หรืออาการจะทุเลาลง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ดังนั้น การเลือกแพทย์หรือสถานพยาบาลเพื่อทำการรักษาอาการบาดเจ็บของหัวไหล่ จึงมีความสำคัญอย่างมาก แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคเฉพาะทาง และมีประสบการณ์สูงจะสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง และเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อลดอาการแทรกซ้อนและผลข้างเคียงจากการผ่าตัด รวมถึง การทำงานร่วมกันระหว่างทีมแพทย์สหสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็น ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ ชำนาญการด้านการส่องกล้องโรคข้อและเวชศาสตร์การกีฬา วิสัญญีแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นฟูร่างกายได้เร็วขึ้นหลังการผ่าตัด