ฟันขาว ยิ้มสดใส ด้วยการฟอกสีฟัน

ฟันขาว ยิ้มสดใส ด้วยการฟอกสีฟัน

HIGHLIGHTS:

  • การแปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน หลีกเลี่ยงอาหารเครื่องดื่มที่มีสี เลิกสูบหรี่ และ ตรวจสุขภาพฟันร่วมกับขูดหินปูนปีละ 2 ครั้ง เป็นวิธีการป้องกันฟันมีสีคล้ำที่ทุกคนสามารถทำได้
  • เทคโนโลยีฟอกสีฟัน White speed Technology : Advanced LED เป็นวิธีที่มีความปลอดภัย สามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้ 3-8 ระดับ ด้วยการรักษาเพียง 1 ครั้ง
  • หากมีปัญหาฟันไม่ขาว การพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจฟันและค้นหาสาเหตุที่แท้จริงจะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้อย่างปลอดภัยและตรงจุด

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีฟันที่ขาวสวย นอกจากจะเพิ่มความมั่นใจให้กับรอยยิ้มแล้ว

ฟันที่เรียงสวยและขาวใสยังเป็นส่วนสำคัญของใบหน้า ช่วยให้ผู้ยิ้มดูน่ามองและสร้างเสริมบุคลิกภาพในการพูดคุย

สาเหตุที่ฟันไม่ขาว

  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีสีเป็นประจำ เช่น ชา กาแฟ รวมถึงการอมลูกอมหรือยาอมบางชนิด
  • การสูบบุหรี่ ร่วมกับการแปรงฟันไม่สะอาดพอ ทำให้คราบอาหาร  แบคทีเรีย และหินปูน  เกาะติดสะสมตามซอกฟัน กระทั่งเห็นเป็นสีเหลือง  น้ำตาล หรือดำ  สามารถรักษาด้วยการขูดหินปูน
  • ฟันผุ ซึ่งมักพบว่ามีสีเหลืองเข้ม หรือสีน้ำตาล โดยเฉพาะฟันที่อยู่ด้านหน้าทำให้มองเห็นได้ชัดเจน ควรรักษาด้วยการอุดฟัน
  • ฟันตาย ทำให้ฟันมีสี ทึบ ไม่โปร่งเหมือนฟันที่มีชีวิตอยู่ โดยฟันตายหมายถึง ฟันที่ไม่มีประสาทฟันและเลือดมาหล่อเลี้ยง เกิดขึ้นกับฟันที่ผุมาก ๆ และทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน จนฟันผุลุกลามถึงโพรงประสาทฟัน ทั้งนี้ยังอาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือถูกกระแทกอย่างแรง จนมีการฉีกขาดของเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงฟัน หากทิ้งไว้โดยไม่มีการดึงประสาทฟันออก ฟันจะยิ่งมีสีคล้ำมากขึ้น วิธีรักษาคือ หลังรักษารากฟันแล้วทันตแพทย์สามารถใส่น้ำยาฟอกสีฟันภายในตัวฟันเพื่อฟอกสีให้ขาวขึ้นได้ แต่ในกรณีฟันสีคล้ำมากอาจต้องรักษาด้วยการทำครอบฟัน
  • ฟันมีสีผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากเป็นโรคหรือการได้รับยาบางชนิดมากเกินไป เช่น ยาเตตราไซคลีน ซึ่ง ส่งผลต่อสีของฟัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการสร้างฟันน้ำนม ในเด็กอายุ 3-9 เดือน และฟันแท้ในเด็กอายุ 3-12 ปี ทำให้ฟันแทบทุกซี่มีสีค่อนข้างเหลือง หรือมีแถบสีเทาดำเห็นชัดเจน
  • การได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป จนมีจุดสีน้ำตาลปนขาวบนฟัน ที่เรียกว่า ฟันตกกระ ซึ่งไม่สามารถทำให้ฟันขาวโดยการฟอกสีฟันได้ ควรทำครอบฟันหรือวีเนียร์
  • อายุ เมื่ออายุมากขึ้น เคลือบฟันจะบางลง จนมองเห็นสีเหลืองหรือน้ำตาลของเนื้อฟันชัดมากขึ้น

วิธีทำให้ฟันขาว

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทำให้การฟอกสีฟัน  เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย และปลอดภัย ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

  1. ฟอกสีฟันที่คลินิกหรือโรงพยาบาลโดยทันตแพทย์ (In-office Bleaching)
  2. ฟอกสีฟันที่บ้าน (At Home Bleaching)
  3. การซื้อผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดมาใช้เอง (Over-the-counter Products)

ผลข้างเคียงจากการฟอกสีฟัน

การฟอกสีฟันอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ดังนี้

  • เสียวฟัน สามารถเกิดได้กับการฟอกสีฟันทุกชนิด  แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเองภายใน 2-5 วัน หลังการฟอกสีฟันทุกครั้งควรงดรับประทานอาหารที่ร้อนหรือเย็นมากๆ  นอกจากนี้หากมีอาการเสียวฟันมากให้หยุดการฟอกสีฟัน 2-3 วัน ร่วมกับใช้ยาสีฟันช่วยลดอาการเสียวฟัน ซึ่งมีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรต หรือ ฟลูออไรด์
  • แสบเหงือกหรือเนื้อเยื่อในช่องปาก  มักพบในกรณีที่ซื้อผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันมาใช้เอง เนื่องจากถาดฟอกสีฟันไม่พอดี ทำให้น้ำยาฟอกสีฟันสัมผัสกับเนื้อเยื่อในช่องปาก ซึ่งต่างจากถาดพิมพ์ปากที่ได้จากทันตแพทย์โดยตรงจะมีความแนบมากกว่า ทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก

การดูแลหลังฟอกสีฟัน

เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนาน ควรแปรงฟันให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน หลีกเลี่ยงอาหารเครื่องดื่มที่มีสี เลิกสูบหรี่ และ ตรวจสุขภาพฟันร่วมกับขูดหินปูนปีละ 2 ครั้ง

แม้การฟอกสีฟันจะทำได้ง่ายและปลอดภัย อีกทั้งยังสามารถทำได้เองที่บ้านโดยปรึกษาทันตแพทย์ หรือกระทั่งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เอง อย่างไรก็ตามการพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจฟันและค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของฟันที่ไม่ขาวสวยเป็นการดูแลรักษาฟันให้ขาวสะอาดอย่างได้ผลและถูกวิธี มีผลกระทบข้างเคียงน้อย รวมถึงลดปัญหาช่องปากที่อาจตามมา

ปัจจุบันมีการฟอกสีฟันที่ทันสมัย ด้วยเทคโนโลยีฟอกสีฟัน  White speed Technology : Advanced LED เป็นวิธีที่มีความปลอดภัย สามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้ 3-8 ระดับ ด้วยการรักษาเพียง 1 ครั้ง โดยระยะเวลารักษาอยู่ที่ 30-60 นาที

สอบถามเพิ่มเติม

*โปรดระบุ

ชื่อ*
ชื่อ*
นามสกุล*
นามสกุล*
ประเภทคำถาม*
ประเภทคำถาม*
คำถามของคุณ*
คำถามของคุณ*
อีเมล*
อีเมล*
คะแนนบทความ

มีบัญชีผู้ใช้อยู่แล้ว?