• หลังค่อม ในเด็กมักมีสาเหตุจากพฤติกรรม เช่น การนั่งผิดท่าซ้ำๆ ซึ่งสามารถปรับท่าทางหรือยืดตัวให้ตรงได้
• ในบางกรณี เด็กหลังค่อม เกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ไม่สามารถแก้ไขด้วยการปรับท่าทาง และบางครั้งอาจมีอาการปวดร่วมด้วย การวางแผนการรักษาจะพิจารณาจาก สาเหตุ โครงสร้างกระดูก ความรุนแรงของความโค้งงอ และ อายุของเด็ก
วัยเด็ก เป็นช่วงเวลาสำคัญของการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและบุคลิกภาพ หนึ่งในปัญหาที่พ่อแม่เจอ คือ “หลังค่อม” หรือภาวะที่กระดูกสันหลังโค้งผิดปกติ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังอาจกระทบต่อสุขภาพระยะยาวของเด็กโดยไม่รู้ตัว
หากสังเกตเห็นว่าลูกมีลักษณะ "หลังค่อม" ที่เป็นถาวร หรือมีกระดูกสันหลังโค้งงอผิดปกติอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะพยายามยืดตัวแค่ไหนก็ไม่สามารถตรงได้ นั่นอาจไม่ใช่แค่เรื่องของบุคลิกภาพ แต่เป็นสัญญาณของภาวะ "หลังค่อม (Kyphosis)" ซึ่งต้องการความเข้าใจและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง
หลังค่อม หรือ Kyphosis คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังส่วนอกโค้งไปด้านหลังมากกว่าปกติ ทำให้เกิดลักษณะโค้งนูนที่หลัง ซึ่งหากมีมากเกินไปอาจส่งผลต่อรูปร่าง การเคลื่อนไหว และอาจเกิดอาการปวดได้ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลัง ภาวะนี้แตกต่างจาก "หลังค่อม" ทั่วไปที่เกิดจากบุคคลิกภาพที่ไม่ดี ซึ่งมักจะสามารถยืดตัวให้ตรงได้
สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท ดังนี้
1. หลังค่อมจากท่าทาง (Postural Kyphosis)
2. หลังค่อมที่มีโครงสร้างผิดปกติ (Structural Kyphosis):
เกิดจากความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ซึ่งมักไม่สามารถแก้ไขด้วยการปรับท่าทาง และบางครั้งอาจมีอาการปวดร่วมด้วย สามารถแบ่งเป็นประเภทที่สำคัญๆ ได้แก่:
หากสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการหลังค่อม หรือมีท่าทางที่ผิดปกติ ควรรีบพาไปปรึกษาศัลยแพทย์กระดูกและข้อในเด็ก เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
การรักษาภาวะหลังค่อมในเด็ก จะปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะพิจารณาจาก โครงสร้างกระดูก ความรุนแรงของความโค้งงอ และ อายุของเด็ก เพื่อประกอบการตัดสินใจวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
การรักษาหลังค่อมที่มีโครงสร้างผิดปกติ (Structural Kyphosis):
หลังค่อมในเด็ก หรือ Pediatric Kyphosis เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อรูปร่าง การหายใจ และความมั่นใจของเด็ก ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่อาการปวดหลังหรือกระดูกผิดรูปถาวรได้ ในบางกรณีอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ เช่น เมื่อเด็กรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่าง ถูกเพื่อนล้อ หรือมีความเจ็บปวดเรื้อรัง ที่กระทบต่ออารมณ์และการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ลูกมีความเครียดและความกังวลสูง ซึ่งกรณีนี้ ผู้ปกครองอาจพิจารณาปรึกษาจิตแพทย์ร่วมด้วย
คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตท่าทางของลูกตั้งแต่เล็ก และพาไปตรวจสุขภาพตามวัย เพื่อรีบปรึกษาคุณหมอทันทีเมื่อมีข้อสงสัย จะช่วยให้ลูกเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ มีบุคลิกภาพที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่สดใสในอนาคต
โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีทีมกุมารแพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทางสำหรับเด็ก ซึ่งผ่านการฝึกอบรมกับสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ ให้บริการกายภาพฟื้นฟูหลังการรักษา แบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care Team) รวมถึงเทคโนโลยีในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย อาทิ หุ่นยนต์กายภาพ Robot-assisted Gait Training, Hybrid Assistive Limb (HAL) และ Redcord NEURAC เป็นต้น
นอกจากนี้ ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูเด็ก ได้รับรางวัล The Best Physiotherapist และ The Best Children’s Hospital จาก The Middle East Healthcare Leadership Awards of Dubai 2 ปีซ้อน