อาการปวดศีรษะในเด็กและวัยรุ่นพบได้บ่อย หากปวดบ่อยหรือรุนแรงจนกระทบชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณของ
ไมเกรนในเด็ก ซึ่งอาการอาจต่างจากผู้ใหญ่ การวินิจฉัยและดูแลที่เหมาะสมเฉพาะด้านโรคสมองและระบบประสาทในเด็กจึงสำคัญ เพื่อการดูแลและรักษาให้เด็กใช้ชีวิตได้เต็มศักยภาพ
อาการปวดศีรษะบางอย่างอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางสมองที่ร้ายแรง พ่อแม่ไม่ควรละเลยความผิดปกติต่าง ๆ และควรรีบนำเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมทันที เมื่อเกิดอาการต่อไปนี้:
ไมเกรนมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับปัจจัยกระตุ้นในชีวิตประจำวัน (Triggers) การจดบันทึกและหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมอาการ ซึ่งมีหลายปัจจัยร่วมกัน
การวินิจฉัยไมเกรนโดยทั่วไปทำได้จากการซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะลักษณะการปวด ความรุนแรง ระยะเวลา ความถี่ รวมถึงปัจจัยกระตุ้นและประวัติครอบครัว
หากมีสัญญาณอันตราย (Red Flags) ร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาส่งตรวจเพื่อหาสาเหตุของโรคทางสมองที่ร้ายแรงต่อไป ด้วยการตรวจเพิ่มเติม ดังนี้
การรักษาไมเกรนในเด็กแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ป้องกันการกำเริบ และเมื่อเกิดอาการ โดยเน้นการสร้างวินัยที่ดีควบคู่กับการใช้ยา เพื่อให้เด็กสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มศักยภาพที่สุด
การจัดการไมเกรนเรื้อรังเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อลดความถี่และความรุนแรงของการปวดลง ด้วยการปรับพฤติกรรม และการใช้ยา
ใช้ยาเพื่อหยุดอาการปวดทันทีที่เริ่มปวด:
ไมเกรนในเด็ก อาจไม่หายขาดในทุกคน แต่สามารถควบคุมได้ และมักดีขึ้นเมื่อโตขึ้น การดูแลตั้งแต่แรกเริ่มด้วยความรู้ การปรับพฤติกรรม และใช้ยาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้เด็กใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ หากลูกรักมีอาการปวดศีรษะรุนแรง หรือไม่สามารถควบคุมได้ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่ถูกต้อง
ศูนย์โรคลมชัก โรคสมองและระบบประสาทในเด็ก (Pediatric Epilepsy, Brain and Neurological Diseases Center) ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีบริการตรวจและรักษาตั้งแต่ทารกแรกเกิดที่มีความผิดปกติด้านระบบประสาท โดยทีมกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท