หมอนรองกระดูกเข่าฉีกแนวนอน เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด และเป็นชนิดที่ท้าทายการรักษา มีลักษณะเฉพาะคือ รอยฉีกแบ่งหมอนรองเข่าออกเป็นชั้นบนและชั้นล่าง และในผู้สูงอายุ เนื้อเยื่อมักมีการเปลี่ยนแปลงร่วมด้วย ได้แก่
ข้อจำกัดสำคัญคือ เลือดที่หล่อเลี้ยงหมอนรองเข่าในวัย 60 ปีขึ้นไป มีอยู่น้อยมาก การเย็บซ่อมจึงต้องถนอมเส้นเลือดอย่างระมัดระวัง หากเย็บตึงเกินไปจนรัดเส้นเลือด การสมานตัวจะลดลงทันที ต่างจากผู้ป่วยอายุน้อย ที่สามารถเย็บตึงได้มากกว่าโดยไม่กระทบต่อการไหลเวียนเลือดมากนัก หากปล่อยรอยฉีกไว้โดยไม่รักษา รอยฉีกมักขยายใหญ่ขึ้น ชิ้นหมอนรองกระดูกเข่าที่ฉีกขาดจะเสียดสีกับกระดูกอ่อนผิวข้อ และท้ายที่สุดนำไปสู่ข้อเข่าเสื่อม
A – Anatomy
หมอนรองเข่าในผู้สูงอายุอาจแบนและล้นออกนอกข้อ การรักษาต้องดึงหมอนรองเข่าที่ล้นออกกลับเข้าสู่ตำแหน่งในข้อ เพื่อคืนการกระจายแรงที่เหมาะสม
B – Blood Supply
การออกแบบแนวไหมต้องไม่กดหรือรัดเส้นเลือดที่เหลืออยู่ ความพอดีของแรงตึงและทิศทางของไหมมีความสำคัญ
C – Compression Direction
แรงกดของไหมต้องตั้งฉากกับรอยฉีก เพื่อให้ขอบแผลแนบสนิทอย่างแท้จริง หากเลือกวิธีที่ง่ายแต่แรงกดผิดทิศทาง อาจรัดเนื้อเยื่อโดยไม่ช่วยให้แผลสมานดีขึ้น
เทคนิค B-Stitch ในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเข่าแบบส่องกล้อง
การผ่าตัดด้วยวิธี ส่องกล้องข้อเข่า (Arthroscopy Knee Surgery) แม้เครื่องมือจะเป็นเครื่องมือพื้นฐานคล้ายเข็มขนาดเล็ก แต่ความสำคัญอยู่ที่การวางแนวไหมพื้นที่ทำงานภายในข้อเข่ามีขนาดจำกัดมาก สูงไม่ถึง 1 เซนติเมตร การหมุนเข็ม วางไหม และควบคุมแรงตึงต้องอาศัยความแม่นยำสูง
ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการออกแบบแรงให้เหมาะสม กระจายแรงและน้ำหนักที่ข้อเข่าอย่างสมดุล เวลาที่เราเดิน ยืน วิ่ง หรือขึ้นบันได
หลังจากที่ผู้ป่วยชายวัยเกษียณจากสหรัฐอเมริกา ได้อ่านบทความวิชาการเกี่ยวกับ เทคนิค B-Stitch ในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเข่าแบบส่องกล้องโดยนพ. วิญญู รัตนไชย และ ศ.เกียรติคุณ นพ. เจริญ โชติกวณิชย์ ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ จึงได้ตัดสินใจบินข้ามทวีปมาเพื่อทำการรักษาหมอนรองกระดูกเข่าฉีกที่สมิติเวช ศรีนครินทร์
อาการเริ่มต้นเป็นการปวดเข่าเรื้อรังต่อเนื่องยาวนานเกือบ 2 ปี ระยะแรกยังสามารถเดินได้พอสมควร แต่เมื่อเวลาผ่านไปพบว่า ระยะเดินลดลงอย่างชัดเจน มีอาการเข่าล็อกเป็นบางครั้ง ปวดมากจนเหลือเพียงการเดินภายในบ้าน ผู้ป่วยได้ทำ MRI ที่อเมริกา แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น หมอนรองกระดูกเข่าฉีกแนวนอน Meniscus Tear ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ
ช่วงแรกหลังผ่าตัดอาจมีอาการปวดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากเป็นกระบวนการกระตุ้นให้เกิดการสมานตัว การผ่าตัดจึงไม่ใช่การเปิดสวิตช์แล้วจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการฟื้นฟู เพราะการสมานตัวของหมอนรองเข่าในผู้สูงอายุใช้เวลา และต้องอาศัยกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังผ่าตัดประมาณ 6–7 สัปดาห์
หมอนรองกระดูกเข่าฉีกเป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนปัญหาของข้อเข่า ก่อนตัดสินใจผ่าตัด จำเป็นต้องประเมิน 3 ปัจจัยหลัก
ในผู้ป่วยรายนี้นี้ อาการปวดรุนแรงและระยะเดินลดลงอย่างชัดเจน แพทย์จึงพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดซ่อม ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด
การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว สามารถสรุปได้ 2 ประเด็นสำคัญ