การที่สุขภาพช่องปากและฟันของเด็กจะแข็งแรงในอนาคตได้นั้น คุณพ่อคุณแม่จะต้องเริ่มดูแลฟันของลูกน้อยตั้งแต่ยังเล็ก เพราะหากมีฟันน้ำนมผุอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก รวมถึงอาจเพิ่มโอกาสในการมีโรคในช่องปากและฟันเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลต่อบุคลิกภาพและสภาพจิตใจของลูกน้อยในภายหลังได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเมื่อลูกน้อยมีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกหาหมอฟันครั้งแรกเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน รวมถึงเริ่มมองหาแปรงสีฟันและยาสีฟันเด็ก ที่เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยสามารถพิจารณาเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันทารกตามอายุของลูกน้อย เพื่อให้การทำความสะอาดฟันมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ห่างไกลจากฟันผุ
การเลือกแปรงสีฟันให้เหมาะสมกับเด็กจะช่วยป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกซื้อแปรงสีฟันเด็กได้ตามคำแนะนำต่อไปนี้
2.1. ขนาดหัวแปรงสีฟัน
ขนาดหัวแปรงสีฟันจะต้องมีขนาดเล็กมากพอที่จะแปรงฟันลูกน้อยได้อย่างทั่วถึงทุกซอกทุกมุมผิวฟัน เพราะหากเลือกหัวแปรงที่มีขนาดใหญ่เกินไปก็จะทำให้การแปรงฟันไม่มีประสิทธิภาพมากพอ และอาจเผลอบีบยาสีฟันเด็กเกินพอดีได้
2.2. ลักษณะของขนแปรงสีฟัน
ขนแปรงสีฟันที่เหมาะกับเด็กเล็กจะเป็นแปรงสีฟันขนนุ่ม ปลายขนกลมมน หน้าตัดตรง เพื่อให้ขนแปรงแนบไปกับผิวฟัน และสามารถทำความสะอาดฟันได้เต็มที่ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าขนแปรงจะไปทำร้ายเหงือก รวมถึงต้องเลือกขนแปรงที่ไม่ยาวมากจนเกินไป เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกระคายเคืองขณะแปรงฟันได้
2.3. ด้ามจับของแปรงสีฟัน
ด้านจับแปรงสีฟันเด็กควรเลือกตามความถนัดของผู้แปรง เพื่อให้ผู้จับด้ามแปรงสีฟันสามารถแปรงฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในกรณีที่เด็กเริ่มต้นแปรงฟันเองได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถพาเด็กไปเลือกแปรงสีฟันด้วยตัวเองเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการแปรงฟัน
ทั้งนี้ ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเด็กทุกๆ 3 เดือนหรือเมื่อขนแปรงสีฟันเสื่อมสภาพ และควรเข้ารับการตรวจฟันเด็กเด็กทุกๆ 6 เดือน เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูกน้อย
ในช่วงแรกๆ ที่ต้องเริ่มแปรงฟันให้กับลูกน้อย เด็กอาจมีพฤติกรรมต่อต้านการแปรงฟัน ซึ่งการเลือกยาสีฟันเด็กให้ถูกใจลูกน้อยสามารถเพิ่มแรงจูงใจในการแปรงฟัน และสร้างความคุ้นชินให้กับเด็กได้ดียิ่งขึ้น โดยสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนการเลือกยาสีฟันเด็กมีดังนี้
3.1. มีกลิ่นและรสชาติที่ดี
ยาสีฟันเด็กที่มีกลิ่นและรสชาติดีจะช่วยทำให้เด็กรู้สึกอยากแปรงฟันมากขึ้น โดยคุณพ่อคุณแม่อาจจะเลือกยาสีฟันเด็กประมาณ 2-3 กลิ่น แล้วให้ลูกน้อยลองใช้แปรงฟันก่อน หากไม่ถูกใจก็สามารถเปลี่ยนกลิ่นอื่นได้เรื่อยๆ เพื่อให้เด็กสนุกกับการแปรงฟันมากขึ้น
3.2. มีฟองในยาสีฟันน้อย
การเลือกยาสีฟันเด็กที่มีฟองเยอะเกินไปจะไปเพิ่มโอกาสที่ทำให้เด็กกลืนยาสีฟัน และอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตได้ยากว่าลูกน้อยมีการแปรงฟันอย่างทั่วถึงแล้วหรือยัง ดังนั้น การเลือกยาสีฟันเด็กจึงควรเลือกที่มีฟองน้อยเพื่อลดโอกาสกลืนยาสีฟัน และลดอาการระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นในช่องปากของเด็กบางคนได้
3.3. มีฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสม
ยาสีฟันเด็ก 6 เดือนจนถึงอายุ 6 ปี ควรมีฟลูออไรด์ผสมเพื่อช่วยป้องกันฟันผุ แต่ปริมาณฟลูออไรด์ควรมีเข้มข้นไม่เกิน 1,000 ppm เพื่อลดโอกาสในการเกิดอันตรายจากการรับสารฟลูออไรด์มากเกินไป เว้นแต่ทันตแพทย์จะแนะนำให้เลือกใช้ยาสีฟันเด็กที่มีปริมาณฟลูออไรด์สูง ในกรณีที่เด็กมีความเสี่ยงฟันผุสูง
ยาสีฟันควรมีฟลูออไรด์เท่าไหร่ ? ปกติปริมาณความเข้มข้นฟลูออไรด์สำหรับเด็กที่แนะนำจะอยู่ในช่วง 1,000-1,500 ppm เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กฟันผุ แต่เนื่องจากปริมาณยาสีฟันที่ใช้กับเด็กแต่ละช่วงอายุต่างกัน ดังนั้นการเลือกใช้ยาสีฟันเด็กจะคำนึงถึงความเหมาะสมแต่ละช่วงอายุ ดังนี้
4.1. เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
สำหรับเด็กที่เริ่มมีฟันน้ำนมซี่แรก-อายุ 3 ปี ควรใช้ยาสีฟันเด็กที่มีความเข้มข้นของฟลูออไรด์ 1,000 ppm โดยบีบยาสีฟันปริมาณ 0.1 มิลลิกรัมหรือเท่ากับขนาดของเมล็ดข้าวสาร (ให้เห็นว่าพอมียาสีฟันแตะขนแปรง) เนื่องจากเด็กในวัยนี้อาจยังไม่สามารถบ้วนฟองยาสีฟันออกมาเองได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรเป็นคนแปรงฟันและเช็ดฟองออกให้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้อยกลืนยาสีฟันเข้าไป
หมายเหตุ กรณีที่เด็กมีความเสี่ยงฟันผุมาก แนะนำใช้ยาสีฟันเด็กที่มีความเข้มข้นของฟลูออไรด์ 1,500 ppm ภายใต้คำแนะนำจากทันตแพทย์
4.2. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3-6 ปี
สำหรับเด็กที่มีอายุ 3-6 ปี ควรใช้ยาสีฟันเด็กที่มีความเข้มข้นของฟลูออไรด์ 1,000 ppm โดยบีบยาสีฟันปริมาณ 0.25 มิลลิกรัมหรือเท่ากับขนาดของเมล็ดถั่ว (ด้านกว้างของแปรงสีฟันเด็ก) สำหรับเด็กในวัยนี้จะเริ่มแปรงฟันเองได้แล้วแต่อาจจะยังไม่สะอาด แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่คอยสอนและเฝ้าลูกน้อยแปรงฟันทุกครั้ง รวมถึงคอยเช็กเรื่องความสะอาดในการแปรงฟันด้วย
หมายเหตุ กรณีที่เด็กเสี่ยงฟันผุมาก แนะนำใช้ยาสีฟันเด็ก 1500 ppm ภายใต้คำแนะนำจากทันตแพทย์
4.3. เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป
สำหรับเด็กที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป ควรใช้ยาสีฟันเด็กที่มีความเข้มข้นของฟลูออไรด์ 1,500 ppm โดยบีบยาสีฟันปริมาณ 1 มิลลิกรัมหรือเท่ากับด้านยาวของแปรงสีฟัน สำหรับเด็กในวัยนี้จะสามารถแปรงฟันเองได้แล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยตรวจเรื่องความสะอาดซ้ำอีกครั้งหลังลูกน้อยแปรงฟันเสร็จ
แม้ว่าจะเลือกยาสีฟันสำหรับเด็กตามช่วงอายุแล้วก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ก็ควรให้ความสำคัญในการแปรงฟันเด็กอย่างถูกต้อง เพื่อให้ฟันของลูกน้อยสะอาด ปราศจากคราบแบคทีเรีย โดยวิธีการทำความสะอาดช่องปากสำหรับเด็กมีดังนี้
• แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้า-ก่อนเข้านอน) ครั้งละอย่างน้อย 2 นาที
• แปรงฟันให้ครบทุกซี่ โดยจะต้องแปรงทั่วทุกด้านผิวฟัน ได้แก่ ด้านนอก ด้านใน และด้านที่ฟันกระทบกัน
• หลังแปรงฟันเสร็จแล้ว ให้บ้วนยาสีฟันเด็กออก แต่ถ้าเด็กยังไม่สามารถบ้วนยาสีฟันออกเองได้ ให้เช็ดเอาฟองออก ไม่จำเป็นต้องให้เด็กบ้วนน้ำออกด้วยตัวเอง
ในช่วงแรกๆ ที่ต้องเริ่มแปรงฟันให้กับลูกน้อย เด็กอาจดูหงุดหงิด ร้องไห้ และไม่อยากแปรงฟันเพราะรู้สึกไม่คุ้นชิน แต่ถ้าพยายามบังคับให้เด็กแปรงฟันก็อาจทำให้ลูกน้อยต่อต้านการแปรงฟัน จนคุณพ่อคุณแม่ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมในการแปรงฟันเด็กนานขึ้น หัวข้อนี้ได้รวบรวมเทคนิคที่จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสนุกและเพลิดเพลินไปกับการแปรงฟันมากขึ้น
• ร้องเพลง เล่านิทานระหว่างแปรงฟัน
• ให้เด็กช่วยเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันเด็ก เพื่อให้เด็กมีส่วนร่วมและรู้สึกอยากแปรงฟันมากขึ้น
• แปรงฟันไปพร้อมๆ กับเด็ก
• ให้คำชมหรือรางวัลเล็กๆ น้อยๆ หลังแปรงฟันเสร็จ เช่น สติกเกอร์หรือคำชมเชย
7.1. กลืนยาสีฟันเด็กอันตรายไหม?
หากเด็กกลืนยาสีฟันเด็กที่มีฟลูออไรด์ในปริมาณน้อยจะไม่เป็นอันตรายต่อตัวเด็ก แต่ถ้าหากเด็กกลืนยาสีฟันที่มีปริมาณฟลูออไรด์บ่อยครั้งจนเกินไปก็จะส่งผลกระทบระยะยาว เช่น ฟันตกกระ เจ็บปวดข้อ หรืออาจทำให้เด็กมีสติปัญญาที่ลดลงได้ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรสอนลูกน้อยให้บ้วนยาสีฟันออกอยู่เสมอ หรือถ้าเด็กยังไม่สามารถแปรงฟันเองได้ คุณพ่อคุณแม่สามารถแปรงฟันลูกน้อยแล้วเช็ดฟองออกแทนได้เช่นกัน
7.2. ยาสีฟันเด็กแบบเจลและแบบครีม ต่างกันอย่างไร?
ยาสีฟันเด็กแบบครีมมีความเข้มข้นของผงขัดฟันมากกว่าแบบเจล จึงสามารถทำความสะอาดฟันได้ดี แต่ยาสีฟันแบบเจลจะมีผงขัดฟันที่ละเอียดและอ่อนโยนกับผิวฟันเด็กมากกว่า แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟันเด็กแบบครีมหรือแบบเจลล้วนผลิตขึ้นมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็ก ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกใช้ประเภทยาสีฟันเด็กได้ตามความเหมาะสม
7.3. ยาสีฟันเด็กแบบกลืนได้ ปลอดภัยหรือไม่?
ยาสีฟันเด็กแบบกลืนได้จะปลอดภัยหากไม่มีส่วนผสมอันตราย หรือส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผสมอยู่ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรอ่านส่วนผสมที่ระบุอยู่ข้างกล่องยาสีฟันให้เรียบร้อยก่อนซื้อยาสีฟันสำหรับเด็กเล็ก
การทำให้ลูกน้อยมีสุขภาพช่องปากที่ดี ไร้ฟันผุ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความใส่ใจเลือกแปรงสีฟันและยาสีฟันเด็กที่เหมาะสมกับช่วงอายุของเด็ก และฝึกสอนให้ลูกน้อยแปรงฟันอย่างถูกวิธี รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้เด็กมองว่าการแปรงฟันเป็นสิ่งที่สนุกสนาน เพื่อสร้างวินัยการแปรงฟันให้กับลูกน้อยตั้งแต่ยังเล็ก
ที่สำคัญควรพาลูกน้อยมาตรวจสุขภาพช่องปากทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์ตรวจความผิดปกติของช่องปากของเด็ก และสามารถรับการรักษาได้ทันทีหากพบฟันผุ รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีแปรงฟันเด็ก และการดูแลรักษาช่องปากอย่างถูกวิธี โดยที่คลินิกทันตกรรมเด็ก โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช มีหมอฟันเด็กที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาสุขภาพฟันของเด็กๆ โดยเฉพาะ สามารถใช้จิตวิทยาด้านการสื่อสารกับเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีบรรยากาศที่ออกแบบมาให้เป็นมิตรกับน้องๆ หนูๆ ช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ที่ดี หมดปัญหากลัวหมอฟันในอนาคต เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตโดยมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง พร้อมยิ้มอย่างสดใสสวยงามอยู่เสมอ
คลินิกทันตกรรมเด็ก ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล
คลินิกทันตกรรมเด็ก ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางสำหรับเด็กที่พร้อมดูแลสุขภาพเหงือกและฟันของลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น ให้บริการครอบคลุมทั้งทันตกรรมป้องกัน การรักษาโรคในช่องปากและฟัน การป้องกันฟันผุและเหงือกอักเสบ รวมถึงการดูแลเด็กกลุ่มพิเศษ (Special Needs) ตลอดจนการป้องกันและแก้ไขความผิดปกติของการสบฟันในช่วงเปลี่ยนจากฟันน้ำนมเป็นฟันแท้ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำฟัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กอย่างยั่งยืน