โรคข้ออักเสบในเด็ก (Juvenile Idiopathic Arthritis - JIA)

โรคข้ออักเสบในเด็ก (Juvenile Idiopathic Arthritis - JIA)

HIGHLIGHTS:

  • โรคข้ออักเสบในเด็ก (Juvenile Idiopathic Arthritis - JIA) เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดในเด็ก จัดเป็นโรคระบบภูมิคุ้มกันตนเอง (Autoimmune) ชนิดหนึ่ง
  • โรคข้ออักเสบไม่ทราบสาเหตุในเด็ก สังเกตอาการได้จากลูกมีอาการข้อขัดตอนเช้า บ่นปวดข้อ  เดินกะเผลก อาจพบข้อบวมแดงได้ มักเป็นระยะเวลานานกว่า 6 สัปดาห์
  • การรักษาคือการใช้ยากดภูมิเพื่อลดอาการอักเสบที่เกิดขึ้นในข้อ อาจพิจารณายากดภูมิแบบชีวภาพ เพื่อป้องกันข้อผิดรูปถาวรและการเติบโตที่ผิดปกติ ต้องรักษาและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อไม่มีอาการอักเสบ เข้าสู่ภาวะโรคสงบ

โรคข้ออักเสบ JIA คืออะไร

โรคข้ออักเสบ (Juvenile Idiopathic Arthritis) หรือ JIA คือ โรคข้ออักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุในเด็ก โดยอาการปวดข้อมักเกิดนานกว่า 6 สัปดาห์ เป็นต้นไป สามารถพบในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี โดยมีรูปแบบการแสดงอาการหลากหลาย มีทั้งชนิดที่พบร่วมกับไข้ และชนิดที่พบร่วมกับเอ็นอักเสบ สามารถพบม่านตาอักเสบร่วมด้วยได้

อาการสำคัญของโรคข้ออักเสบ JIA ที่ต้องสังเกต

อาการข้ออักเสบในเด็กเป็นสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรละเลย โดยอาการที่มักจะพบบ่อยเป็นอันดับแรก ๆ ได้แก่

  • ข้อฝืดตึงตอนเช้า (Morning Stiffness) เป็นลักษณะเฉพาะของโรค เด็กจะรู้สึกขยับข้อลำบากในช่วงตื่นนอน และอาการจะดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว
  • ปวดข้อหรือข้อบวมแดงร้อน โดยเฉพาะข้อขนาดใหญ่ เช่น หัวเข่า ข้อเท้า หรือข้อมือ อาการบวมซึ่งไม่สัมพันธ์กับการบาดเจ็บหรือเกิดจากอุบัติเหตุ
  • เดินกระเผลก หรือไม่ยอมใช้ข้อนั้น ๆ เนื่องจากการปวดและข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว เด็กอาจมีพฤติกรรมเคลื่อนไหวน้อยลง หรือไม่ยอมวิ่งเล่นเหมือนเดิม
  • ข้ออักเสบที่เป็นนานเกินกว่า 6 สัปดาห์

โรคข้ออักเสบ JIA พบบ่อยแค่ไหน

เป็นโรคที่พบได้น้อย พบประมาณ 1-2 ราย ต่อประชากรเด็ก 1,000 ราย 

สาเหตุของโรคข้ออักเสบ JIA

ในภาวะปกติภูมิคุ้มกันของเราจะช่วยป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งภูมิคุ้มกันของเราจะสามารถแยกแยะว่าอะไรเป็นสิ่งแปลกปลอมที่อันตราย หรือ อะไรเป็นเซลล์ของตัวเราเอง หากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ก็จะไม่สามารถแยกแยะได้ จึงทำลายส่วนที่เป็นเซลล์ของเราเอง ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งโรคนี้ก็เหมือนโรคภูมิคุ้มกันตนเองอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่แน่ชัด 

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

โรคข้ออักเสบ JIA เป็นโรคที่ค่อนข้างอันตราย หากได้รับการตรวจรักษาช้า หรือมีการอักเสบเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้ง่าย อาทิ

  • ภาวะม่านตาอักเสบ เป็นภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้ เนื่องจากม่านตาอักเสบมักเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่มีอาการปวดตาหรือตาแดงเลย จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจตาโดยจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
  • ความผิดปกติของการเจริญเติบโต การอักเสบเรื้อรังอาจส่งผลกระทบทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกหยุดชะงัก หรือเกิดการโตเร็วกว่าปกติในข้อที่อักเสบ ส่งผลให้เกิด ความสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ หรือ ความยาวของแขนขาที่ไม่เท่ากัน
  • ข้อผิดรูปถาวรและกล้ามเนื้อลีบ การอักเสบที่รุนแรงทำให้เด็กเคลื่อนไหวน้อยลง นำไปสู่ภาวะข้อติดยึดและกล้ามเนื้อลีบได้

การวินิจฉัยและการตรวจคัดกรองโรคข้ออักเสบ JIA ในเด็ก

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยอาศัยการซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย และอาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด ภาพถ่ายรังสี (X-ray) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อประเมินความผิดปกติของข้อต่าง ๆ  ขั้นตอนสำคัญคือการแยกโรคอื่นที่มีอาการใกล้เคียงออกจากภาวะดังกล่าวเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องที่สุด

การรักษาโรคข้ออักเสบ JIA เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้ป่วย

เป้าหมายหลักของการรักษาโรคข้ออักเสบ  JIA คือการควบคุมการอักเสบอย่างเฉียบพลัน เพื่อนำไปสู่ภาวะโรคสงบ การรักษาต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของยาหลายชนิดอย่างต่อเนื่อง ได้แก่

  • ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ใช้บรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบในช่วงที่มีอาการกำเริบ และยาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ในช่วงต้น
  • ยากลุ่มปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค (DMARDs) เป็นยาหลักที่ใช้เพื่อควบคุมการทำงานของภูมิคุ้มกันในระยะยาว และป้องกันข้อถูกทำลาย
  • ยาชีวภาพ เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งกลไกการอักเสบเฉพาะจุด ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อ DMARDs

โดยจะใช้ระยะเวลาในการรักษาต่อเนื่องนาน 2 ปี เป็นขั้นต่ำ โดยแพทย์จะปรับยาไปเรื่อย ๆ จนกว่าโรคจะสงบสนิท

พ่อแม่สามารถดูแลผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคข้ออักเสบ JIA ได้อย่างไรบ้าง

นอกจากการทานยาอย่างเคร่งครัดแล้ว ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ผลลัพธ์การรักษาเป็นไปตามเป้าหมาย โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวม

  • การทำกายภาพบำบัด ในช่วงที่อาการกำเริบไม่แนะนำให้ออกกำลังกาย แต่ช่วงที่โรคสงบ ข้อไม่มีการอักเสบ แนะนำการออกกำลังกายเบา ๆ ที่เหมาะสม เช่น การว่ายน้ำ หรือการขี่จักรยาน เพื่อคงความยืดหยุ่นของข้อต่อและป้องกันข้อติดยึด
  • การดูแลด้านจิตใจ สนับสนุนให้เด็กเข้าร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมกับข้อจำกัดทางร่างกาย และปรึกษานักจิตวิทยาหากเด็กมีความเครียดหรือรู้สึกโดดเดี่ยวจากการป่วยด้วยโรคเรื้อรัง

โรคข้ออักเสบ JIA ในเด็ก ป้องกันได้หรือไม่

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่สามารถป้องกันโรคข้ออักเสบ JIA ได้ เนื่องจากเป็นโรคทางภูมิคุ้มกัน แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ โดยเฉพาะการใช้ยาชีวภาพ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถควบคุมโรคได้สำเร็จ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

สิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลรักษาโรคข้ออักเสบ JIA ในเด็ก

  • พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และรับประทานยาอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ เป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อป้องกันภาวะม่านตาอักเสบและตาบอด

การเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ข้อต่อไม่ถูกทำลาย และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้

ศูนย์รักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในเด็ก

ศูนย์รักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในเด็ก ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีทีมกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยา ร่วมกับกุมารแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง อาทิ โรคติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจ พันธุกรรม การปลูกถ่ายไขกระดูก และทีมบุคลากรเชี่ยวชาญ อาทิ พยาบาลชำนาญการปลูกถ่ายไขกระดูก เภสัชกร เจ้าหน้าที่คลังเลือดและเซลล์ต้นกำเนิด เป็นต้น
พร้อมวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ภูมิตนเองทุกชนิด (Autoimmune Disease) เช่น โรคลูปัส (SLE) โรคข้ออักเสบเรื้อรังในเด็ก (JIA) ครบวงจร

คะแนนบทความ