• โรคเท้าบิดเข้าใน พบได้ในเด็กวัยหัดเดินและพบบ่อยสุดในเด็กอายุช่วง 2 - 4 ขวบ สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของกระดูกต้นขา กระดูกหน้าแข้ง กระดูกเท้า
• สังเกตความผิดปกติได้จากการ ยืน เดิน การวิ่ง มีปลายเท้าชี้เข้าหากัน การนั่ง และรองเท้าที่สึกหรอเร็วกว่าปกติ
• เด็กเท้าบิดเข้าในดูแลเบื้องต้นได้ที่การปรับพฤติกรรม การกายภาพบำบัด และการผ่าตัดแก้ไขได้
หากลูกของคุณมีท่าทางการเดินที่ผิดปกติ เช่น ปลายเท้าชี้เข้าหากันเช่นนี้อาจมีอาการ "เท้าบิดเข้าใน" ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพและพัฒนาการของลูกในระยะยาว โดยภาวะเท้าบิดเข้าในแบบนี้พบได้บ่อยและเกิดจากหลายสาเหตุ
เท้าบิดเข้าใน คือภาวะที่ ปลายเท้าของเด็กชี้เข้าด้านในขณะยืน เดิน หรือวิ่ง ซึ่งแตกต่างจากลักษณะการเคลื่อนไหวปกติที่ปลายเท้าจะชี้ตรงไปข้างหน้าเล็กน้อย ภาวะนี้มักพบได้บ่อยในเด็กที่อยู่ในช่วงวัยหัดเดินไปจนถึงวัยอนุบาล และส่วนใหญ่มักจะดีขึ้นได้เองตามธรรมชาติ
เท้าบิดเข้าในไม่ได้เกิดจากความผิดปกติที่เท้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีสาเหตุมาจากการบิดของกระดูกในส่วนต่างๆ ของขาได้ตั้งแต่สะโพก หน้าแข้ง ไปจนถึงปลายเท้า ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ :
1. กระดูกต้นขาบิดเข้าใน (Femoral Anteversion):
2. กระดูกหน้าแข้งบิดเข้าใน (Tibial Torsion):
3. กระดูกเท้าด้านหน้าบิดเข้าใน (Metatarsus Adductus / Metatarsus Varus):
ส่วนใหญ่ภาวะเท้าบิดเข้าในจะดีขึ้นเอง แต่คุณพ่อคุณแม่ควรพาไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โดยเฉพาะศัลยแพทย์กระดูกและข้อในเด็ก หากสังเกตเห็นอาการดังนี้
แพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อระบุว่าความบิดมาจากส่วนใดของขา และวัดองศาความบิดที่ผิดปกติ การตรวจมักจะเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์เสมอไป เว้นแต่แพทย์จะสงสัยสาเหตุที่ซับซ้อน
1. การสังเกตอาการ (Observation): หากเท้าบิดจากกระดูกต้นขาหรือหน้าแข้งบิดเข้าในที่ไม่รุนแรง และไม่มีอาการ แพทย์มักจะแนะนำให้สังเกตอาการไปก่อน เนื่องจากภาวะนี้มักจะดีขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อเด็กโตขึ้น
2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม:
3. การทำกายภาพบำบัด/การบริหาร: ในบางราย แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดอาจแนะนำการบริหารง่ายๆ เพื่อยืดกล้ามเนื้อและเสริมสร้างความแข็งแรง
4. การผ่าตัด (Surgery): เป็นทางเลือกสุดท้ายและพบน้อยมาก จะพิจารณาในกรณีที่เท้าบิดเข้าในรุนแรงมาก ไม่ดีขึ้นเองตามธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต หรือในเด็กโตที่มีความบิดมากจนทำให้เกิดอาการปวด หรือเดินผิดปกติอย่างรุนแรง
โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีทีมกุมารศัลยแพทย์ ด้านกระดูกและข้อในเด็ก นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดเฉพาะทางสำหรับเด็ก ซึ่งผ่านการฝึกอบรมกับสถาบันที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ ให้บริการกายภาพฟื้นฟูหลังการรักษา แบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care Team) รวมถึงเทคโนโลยีในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย อาทิ หุ่นยนต์กายภาพ Robot-assisted Gait Training, Hybrid Assistive Limb (HAL) และ Redcord NEURAC เป็นต้น