ศิลปะบำบัด (Expressive Art Therapy)

ศิลปะบำบัด (Expressive Art Therapy)

HIGHLIGHTS:

  • ศิลปะบำบัด เป็นแนวทางดูแลสุขภาพจิตที่ช่วยให้ผู้รับการบำบัดสามารถสำรวจอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมอย่างลึกซึ้ง ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์  เหมาะสำหรับทุกวัย
  • ผู้บำบัด (Art therapist) จะช่วยให้ผู้รับการบำบัดได้สื่อสารความรู้สึกภายใน โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดเพียงอย่างเดียว ผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะ  โดยที่ผู้เข้ารับการบำบัดไม่จำเป็นต้องมีทักษะความสามารถทางศิลปะ เช่น วาดภาพ ระบายสี ใดๆ มาก่อน
  • ศิลปะบำบัดมีบทบาทในการบรรเทาความเครียด เสริมสมาธิ ส่งเสริมความเข้าใจตนเอง และสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดภายในครอบครัว

ศิลปะบำบัด คืออะไร

ศิลปะบำบัด (Expressive Art Therapy) เป็นกระบวนการดูแลสุขภาพจิต โดยการนำเทคนิคที่อาศัยการแสดงออกผ่านงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ เช่น การวาดภาพ ระบายสี การปั้น ดนตรี การแสดง หรือการเขียน การเต้นและการเคลื่อนไหว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับการบำบัดถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และประสบการณ์ภายในที่อาจยากจะสื่อสารด้วยคำพูด โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาสมาธิ การเรียนรู้ล่าช้า มีปัญหาพฤติกรรม หรือมีแนวโน้มแยกตัวจากสังคม เพื่อช่วยให้เข้าใจสภาวะอารมณ์ของตัวเอง, การรับรู้ , การดูแลจัดการความเครียด, ดูแลความภูมิใจ ความมั่นใจของตนเอง และทักษะทางสังคม

กระบวนการศิลปะบำบัด

กระบวนการของศิลปะบำบัดมีหลายขั้นตอน ซึ่งกระบวนการหลักๆ คือการช่วยให้ผู้รับการบำบัดได้สะท้อนและสำรวจความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม และประสบการณ์ทั้งอดีตและปัจจุบัน ซึ่งบางครั้งยากที่จะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด ผู้บำบัดจะทำหน้าที่เป็นผู้ชี้แนะ ชวนให้ผู้รับการบำบัดมองเห็นมุมมองใหม่ ๆ เพื่อค่อย ๆ ก้าวข้ามปัญหาเดิมที่เผชิญอยู่

ทั้งนี้ ผู้รับการบำบัดแต่ละคนมักมีกลไกการป้องกันตัวเองที่แตกต่างกัน ผู้บำบัดจะค่อย ๆ ช่วยให้ผู้รับการบำบัดได้ทบทวนว่า พฤติกรรมหรือความรู้สึกที่เป็นอยู่ส่งผลกระทบต่อใครหรือไม่ อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือไม่ และถ้าอยากเปลี่ยน คิดว่าต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง คำถามและคำตอบจะค่อย ๆ เปิดเผยออกมาทีละน้อย ซึ่งจะช่วยปรับความคิดและพฤติกรรมของผู้รับการบำบัดไปอย่างต่อเนื่อง

ใครบ้างที่เหมาะกับศิลปะบำบัด

ศิลปะบำบัดเหมาะสำหรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางศิลปะมาก่อน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ

  • ผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจ กำลังเผชิญกับความเครียด วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า
  • ผู้มีปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น สมาธิสั้น หรือมีปัญหาการเข้าสังคม
  • ผู้มีปัญหาด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว หรือรู้สึกโดดเดี่ยว
  • ผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพภายใน และเสริมสร้างความเข้าใจตนเอง

ศิลปะบำบัดกับเด็ก

สำหรับเด็กเล็ก การใช้คำพูดอาจยังไม่เพียงพอในการถ่ายทอดความรู้สึกที่ซับซ้อน ศิลปะจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เด็กถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ออกมา เช่น เด็กที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ขาดสมาธิ หรือวิตกกังวล มักสามารถแสดงออกและถ่ายทอดความรู้สึกผ่านการวาดภาพ ระบายสี หรือการปั้นได้ดีกว่าการพูด กิจกรรมศิลปะบำบัดเหล่านี้ช่วยให้เด็ก

  • แสดงออกและปลดปล่อยอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ได้อย่างปลอดภัย
  • เรียนรู้การจัดการอารมณ์ เข้าใจและควบคุมความรู้สึกของตนเอง
  • รับรู้ตนเอง เข้าใจว่าพฤติกรรมของตนมีผลต่อผู้อื่นอย่างไร
  • เสริมสร้างความมั่นใจ การสร้างผลงานเล็ก ๆ ที่แล้วสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ สามารถช่วยให้เกิดความภูมิใจและเห็นคุณค่าในตนเอง

นอกจากนี้ ศิลปะบำบัดและเทคนิคการใช้ศิลปะ ยังสามารถช่วยให้เด็กและวัยรุ่นพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ได้ดีขึ้นอีกด้วย

ศิลปะบำบัดสำหรับผู้ใหญ่และครอบครัว

  • สำหรับผู้ใหญ่ ศิลปะบำบัดเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการกับความเครียด ภาวะซึมเศร้า หรือความสูญเสีย การได้วาดภาพระบายอารมณ์ หรือสร้างผลงานสื่อความหมายส่วนตัว ช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้ทบทวนและค้นพบความคิดเชิงบวกใหม่ ๆ ในชีวิต
  • สำหรับครอบครัว การทำศิลปะบำบัดร่วมกันช่วยเสริมสร้างความเข้าใจและส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น การวาดภาพกลุ่ม หรือการสร้างสัญลักษณ์แทนแต่ละคนในบ้าน ช่วยให้สมาชิกมองเห็นมุมมองของกันและกัน และเปิดใจพูดคุยได้มากขึ้น

ข้อดีของศิลปะบำบัด

  • เข้าถึงง่ายและเป็นมิตร เหมาะกับผู้ที่รู้สึกว่าการสื่อสารความรู้สึกของตนเองผ่านการพูดทำได้ยาก เพราะการใช้ศิลปะช่วยส่งเสริมการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
  • การเข้าถึงจิตใต้สำนึก ศิลปะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ความคิดและความรู้สึกที่ถูกเก็บไว้ภายใน
  • พัฒนาการจัดการอารมณ์ ช่วยให้ผู้รับการบำบัดเรียนรู้ที่จะสำรวจและเข้าใจปฏิกิริยาทางอารมณ์ของตนเอง
  • ส่งเสริมความมั่นใจ ศักยภาพ และความภูมิใจ การสร้างสรรค์ผลงานและการเข้าใจตนเองมากขึ้น ช่วยให้ผู้รับการบำบัดค้นพบคุณค่าในตนเอง

ข้อจำกัดของศิลปะบำบัด

  • ผลลัพธ์ไม่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปและต้องใช้เวลา
  • ต้องอาศัยความร่วมมือ ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการเปิดใจและความร่วมมือจากผู้รับการบำบัดและครอบครัว

บทบาทการสนับสนุนจากคนรอบข้าง

  • พ่อ แม่ ผู้ปกครอง
    • เปิดใจรับฟังลูกโดยไม่ตัดสินผลงานศิลปะ
    • ให้กำลังใจในความพยายามและความตั้งใจของลูก มากกว่าผลลัพธ์
    • สื่อสารและร่วมมือกับนักบำบัด เพื่อเข้าใจเป้าหมายและนำแนวทางไปใช้ที่บ้าน
  • ครู/ผู้ดูแล
    • สร้างบรรยากาศที่ปลอดภัย ให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสระ 
    • สังเกตและเข้าใจ หากพบพฤติกรรมผิดปกติควรปรึกษานักบำบัดและผู้ปกครอง 
    • ให้การยอมรับ ชื่นชมความตั้งใจและความสร้างสรรค์ โดยไม่เปรียบเทียบผลงานกัน
  • เพื่อน
    • ให้กำลังใจและเคารพ รับฟังโดยไม่ตัดสิน 
    • เป็นพื้นที่ปลอดภัย ปฏิบัติต่อเพื่อนด้วยความเข้าใจและเป็นมิตร

ศิลปะบำบัดเป็นกระบวนการฟื้นฟูสุขภาพจิตที่มุ่งเน้นการเรียนรู้และทำความเข้าใจตนเองผ่านการสร้างสรรค์งานศิลปะ ความงามไม่ได้อยู่ที่ผลงานสำเร็จ แต่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการสำรวจและเยียวยาจิตใจของผู้รับการบำบัด ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การเปิดใจให้ศิลปะเป็นสื่อในการถ่ายทอดความรู้สึกที่คำพูดไม่สามารถสื่อสารได้ทั้งหมด ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการฟื้นฟูสุขภาพทางจิตใจอย่างยั่งยืน

ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพด้านการพัฒนาการและการเรียนรู้

ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพด้านการพัฒนาการและการเรียนรู้  (Child Development and Learning Enhancement Center) ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีบริการดูแลรักษาและส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ในเด็ก โดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม ร่วมกับกุมารแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง อาทิ กุมารแพทย์ด้านสมอง และระบบประสาท แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ร่วมกับนักจิตวิทยาพัฒนาการ นักแก้ไขคำพูดและภาษา ผ่านกิจกรรมบำบัดในรูปแบบต่างๆ เช่น ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด ครบวงจร

บทความนี้เขียนโดย
ครูรุ่ง ลลิดา ธีระโกเมน 
นักจิตวิทยาพัฒนาการและศิลปะบำบัด

คะแนนบทความ