องค์การอนามัยโลกเน้นย้ำว่าการป้องกันสมองเสื่อมต้องทำแบบ Multidomain Intervention คือการดูแลปัจจัยเสี่ยงหลายๆ ด้านพร้อมกันอย่างเป็นระบบตลอดช่วงชีวิต ดังนี้
เสาหลักที่ 1 การปรับพฤติกรรมและวิถีชีวิต
- การออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง กระตุ้นการสร้างสารบำรุงประสาท และลดการอักเสบในระบบหลอดเลือด
- ผู้ใหญ่ทั่วไป ออกกำลังกายแบบแอโรบิกความแรงปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ (เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ)
- ผู้สูงอายุ ควรเพิ่ม การฝึกกล้ามเนื้อและการทรงตัว เช่น ยืนขาเดียว ลุกนั่งจากเก้าอี้ ฝึกเดินทรงตัว ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน อย่างน้อย 2–3 วัน/สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการหกล้มและการบาดเจ็บที่ศีรษะ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของสมองเสื่อม
- การกระตุ้นสมองและการเรียนรู้
- Cognitive Stimulation กระตุ้นสมองด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่และทำกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกมการ์ด หมากรุก งานฝีมือ ทำอาหารเมนูใหม่ หรือเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองและเสริมสร้างการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาท
- Cognitive Training ฝึกสมองเฉพาะด้านอย่างเป็นขั้นตอน เช่น ความจำ สมาธิ การวางแผน และการแก้ปัญหา เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภาวะความจำบกพร่องเล็กน้อย (MCI)
- การเข้าสังคมสม่ำเสมอ
- การพูดคุย พบปะเพื่อนฝูง ทำกิจกรรมอาสาสมัคร หรือกิจกรรมกลุ่ม ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว ลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้า และกระตุ้นการทำงานของสมองผ่านการสื่อสาร
- การงดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- งดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและสมองเสื่อม การเลิกบุหรี่ช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างชัดเจน
- งด หรือลดแอลกอฮอล์ องค์การอนามัยโลกระบุว่า ไม่มีปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัยต่อสมอง การดื่มหนักหรือดื่มเป็นประจำส่งผลทำลายเนื้อสมองโดยตรง
เสาหลักที่ 2 โภชนาการและการนอนหลับ
- รูปแบบอาหารบำรุงสมอง
- แนะนำรูปแบบอาหารเน้นธรรมชาติ เช่น Mediterranean-like Diet หรือ MIND Diet ที่เน้น ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วเปลือกแข็ง ปลาที่มีไขมันดี เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน และใช้น้ำมันมะกอก
- หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป ของทอด ขนมหวาน และอาหารเค็มจัด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือด
- วิตามินเสริม
- ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เพียงพอ ในการยืนยันว่าการรับประทานวิตามิน B วิตามิน E Omega-3 หรือ Multivitamins เสริม สามารถช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้ ในผู้ที่มีระดับวิตามินในร่างกายเป็นปกติ
- ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้ซื้อวิตามินเสริมรับประทานเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันสมองเสื่อมโดยเฉพาะ แต่ควรมุ่งเน้นการได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจากอาหารธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และปลาเป็นหลัก (เว้นแต่ตรวจพบภาวะขาดวิตามินและแพทย์พิจารณาให้รับประทานเสริมตามความเหมาะสม)
- การนอนหลับและการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ
- การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่สมองใช้ ในการกำจัดของเสียและโปรตีนตกค้าง เช่น Amyloid-beta ออกจากสมอง
- ผู้ใหญ่ควรนอนหลับอย่างมีคุณภาพ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน
- หากมีอาการนอนกรนเสียงดัง สะดุ้งตื่นกลางดึก ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น หรือ หรือรู้สึกง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน ควรเข้ารับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อค้นหาสาเหตุ โดยเฉพาะภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea)
เสาหลักที่ 3 การดูแลโรคประจำตัวและระบบประสาทสัมผัส
- การควบคุมโรคความดัน เบาหวาน และไขมัน
- โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และไขมัน LDL สูง ส่งผลให้หลอดเลือดสมอง ตีบ แข็ง หรือแตก นำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือด (Vascular Dementia)
- ควรตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อควบคุมค่าความดัน น้ำตาลสะสม (HbA1c) และระดับไขมันให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
- การคุมน้ำหนักตัวช่วงวัยกลางคน
- ภาวะอ้วนลงพุงในวัยกลางคนอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือด และภาวะสมองเสื่อม จึงควรดูแลน้ำหนัก ดัชนีมวลกาย (BMI) และรอบเอวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมการดูแลการได้ยินและการมองเห็น
- การได้ยิน เมื่อการได้ยินลดลง สมองต้องทำงานหนักขึ้นในการแปลผลเสียง และทำให้ผู้สูงอายุเริ่มแยกตัวจากสังคม องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ตรวจการได้ยินและใช้เครื่องช่วยฟัง เพื่อลดความเสี่ยงสมองเสื่อม
- การมองเห็น หมั่นตรวจสุขภาพตาและรักษาโรคตาที่อาจส่งผลต่อการมองเห็น เช่น ต้อกระจก ต้อหิน หรือเบาหวานขึ้นจอประสาทตา เพื่อช่วยให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมทางสังคมได้
เสาหลักที่ 4 การลดการสัมผัสมลพิษทางอากาศ
- ฝุ่นมลพิษภายนอกบ้าน
- งานวิจัยยืนยันว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สามารถเล็ดลอดผ่านระบบหายใจเข้าสู่กระแสเลือดและสมอง ก่อให้เกิดการอักเสบในประสาท (Neuroinflammation) ควรใส่หน้ากากป้องกันหรือใช้อุปกรณ์ฟอกอากาศเมื่อค่ามลพิษสูง
- มลพิษภายในบ้าน
- หลีกเลี่ยงควันจากการปรุงอาหารด้วยเชื้อเพลิงชีวมวล ควันธูป หรือควันบุหรี่ภายในบ้าน