มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ สัญญาณเตือนและการรักษาที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิต

มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ สัญญาณเตือนและการรักษาที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิต

HIGHLIGHTS:

  • ประมาณ 50% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ พบในผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป อายุที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
  • ก้อนไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่น่ากังวล มะเร็งเต้านมอาจเริ่มจากก้อนที่ไม่เจ็บ หรือแสดงเพียงความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของเต้านมที่อาจถูกเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติตามวัย
  • รักษามะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ ไม่ควรดูแค่อายุหรือระยะของโรค แต่ต้องประเมินความแข็งแรง โรคร่วม ยาที่ใช้ โภชนาการ และเป้าหมายชีวิต เพื่อเลือกการรักษาที่เหมาะสมและคงคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด

มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ การรักษาต้องมองมากกว่า “ระยะของโรค”

อายุที่เพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง แม้มะเร็งจะสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้หญิงทุกช่วงวัย แต่เมื่อเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ การวางแผนรักษาจำเป็นต้องพิจารณามากกว่าเพียงว่า มะเร็งอยู่ในระยะใด และควรรักษาด้วยวิธีใด

สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการประเมินสุขภาพโดยรวมและความพร้อมของผู้ป่วยแต่ละคน ทั้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ความสามารถในการเดินและทำกิจวัตรประจำวัน ภาวะโภชนาการ ตลอดจนความสามารถในการฟื้นตัวหลังการรักษา

เพราะเป้าหมายของการรักษามะเร็งในผู้สูงอายุ ไม่ใช่เพียงควบคุมโรคให้ได้ดีที่สุด แต่ต้องเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถผ่านการรักษาได้อย่างปลอดภัย ฟื้นตัวได้ดี และยังคงมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

สถิติการเกิดโรคมะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ

จากข้อมูลสถิติล่าสุดของ American Cancer Society (ACS) และ องค์การอนามัยโลก พบว่า

  • ความสัมพันธ์ด้านอายุ ประมาณ 50% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ พบในผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป สะท้อนให้เห็นว่าอายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม เมื่ออายุมากขึ้น เซลล์มีโอกาสสะสมความผิดปกติของ DNA มากขึ้น ขณะที่ประสิทธิภาพของกลไกซ่อมแซม DNA อาจลดลง จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นตามอายุ
  • อัตราการรอดชีวิตที่เพิ่มขึ้น ในปี 2026 อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี (5-year survival rate) สำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่ตรวจพบในระยะเริ่มต้น (Localized) สูงถึง 91% ซึ่งเป็นผลจากนวัตกรรมการรักษาแบบมุ่งเป้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • สถานการณ์ในประเทศไทย ข้อมูลจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ระบุว่ามะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย และสัดส่วนผู้ป่วยสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามโครงสร้างสังคมสูงวัย 

มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ มีลักษณะแตกต่างอย่างไร ?

  • ผู้ป่วยสูงอายุมีแนวโน้มพบมะเร็งเต้านมชนิด Hormone Receptor Positive มากขึ้น ซึ่งมะเร็งกลุ่มนี้สามารถตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาต้านฮอร์โมน (Endocrine Therapy) ได้ดี และโดยทั่วไปมีการพยากรณ์โรคที่ดีกว่ามะเร็งเต้านมบางชนิด
  • มะเร็งเต้านมชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวกบางกลุ่มมีอัตราการแบ่งตัวของเซลล์ต่ำและมีลักษณะการดำเนินโรคที่ช้ากว่า

อย่างไรก็ตาม มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุไม่ได้เหมือนกันทุกคน การประเมินชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค สุขภาพโดยรวม และความพร้อมของผู้ป่วย จึงยังเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล

สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ

สัญญาณเตือนที่พบบ่อยที่สุดของมะเร็งเต้านมคือการพบก้อนหรือเนื้อเยื่อผิดปกติบริเวณเต้านม ซึ่งอาจแข็ง ไม่เจ็บ และขอบไม่เรียบ แต่บางรายอาจมีก้อนนุ่ม กดเจ็บ หรือปวดได้ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น เช่น 

  • มีก้อนหรือบริเวณที่เต้านมหนาตัวขึ้นผิดปกติ
  • รูปร่างหรือขนาดของเต้านมเปลี่ยนไป
  • ผิวหนังเต้านมบุ๋ม ย่น บวม แดง หรือมีลักษณะคล้ายผิวส้ม
  • หัวนมบุ๋มเข้า หรือมีลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิม
  • มีของเหลวหรือเลือดไหลออกจากหัวนมโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีก้อนหรือบวมบริเวณรักแร้

มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ ต้องสังเกตอย่างไร ?

  1. อย่ามองข้ามความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของเต้านม
    ผิวบาง แห้ง คัน มีผื่น หรือหัวนมเปลี่ยนแปลง อาจถูกเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติตามวัย แต่หากเป็นความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนไปจากเดิม ควรสังเกตและปรึกษาแพทย์
  2. ก้อนไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่น่ากังวล 
    ก้อนมะเร็งเต้านมจำนวนมากอาจไม่เจ็บ โดย American Cancer Society ระบุว่าอาการที่พบบ่อยที่สุดคือก้อนในเต้านมที่ไม่เจ็บ โดยก้อนที่ แข็ง และ ขอบไม่เรียบ มีโอกาสน่าสงสัยมากกว่า แต่บางรายอาจพบว่ามีก้อนนิ่ม กลม หรือเจ็บได้เช่นกัน
  3. ไม่พบก้อน ก็อาจมีสัญญาณเตือนได้ 
    ควรสังเกตผิวเต้านมที่แดง บวม หนาตัว บุ๋มคล้ายผิวส้ม หรือหัวนมบุ๋มเข้า โดยเฉพาะความผิดปกติที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์
  4. ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเต้านมข้างเดียว 
    ควรระวังเป็นพิเศษ  เช่น เต้านมข้างหนึ่งโตขึ้น ยุบลง ผิวรั้ง หัวนมบุ๋ม หรือมีน้ำออกจากหัวนมข้างเดียว โดยเฉพาะถ้ามีเลือดปน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
  5. อย่าปล่อยให้ “อายุมากแล้ว” เป็นเหตุผลที่ทำให้ตรวจช้า 
    ผู้สูงอายุบางรายอาจหยุดตรวจคัดกรอง หรือพบความผิดปกติแต่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและไม่อยากให้ครอบครัวกังวล จึงมาพบแพทย์เมื่ออาการชัดเจนขึ้น หากพบสัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม ควรปรึกษาแพทย์โดยไม่ควรรอให้อาการรุนแรง

เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งเต้านม

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเต้านมบางอย่างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อายุ พันธุกรรม ประวัติครอบครัว และปัจจัยด้านฮอร์โมน แต่เราสามารถดูแลปัจจัยบางอย่างเพื่อลดความเสี่ยง พร้อมตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มโอกาสพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

  1. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม  
    ดัชนีมวลกาย (BMI) ไม่เกิน 25 ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน โดยเฉพาะหลังวัยหมดประจำเดือน สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งเต้านมที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเนื้อเยื่อไขมันเป็นแหล่งหนึ่งของการสร้างเอสโตรเจนที่เป็นตัวกระตุ้นมะเร็ง 
  2. ขยับร่างกายและออกกำลังกายสม่ำเสมอ 
    การมีกิจกรรมทางกายช่วยควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม สำหรับผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกกำลังกายหนัก อาจเลือก เดินเร็ว ยืดเหยียด ฝึกกล้ามเนื้อ หรือฝึกการทรงตัว ให้เหมาะกับสุขภาพและความสามารถของแต่ละคน
  3. ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์  
  4. ใช้ฮอร์โมนหลังหมดประจำเดือนอย่างเหมาะสม
    ผู้ที่ใช้หรือกำลังพิจารณา ฮอร์โมนทดแทนวัยหมดประจำเดือน (Menopausal Hormone Therapy) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินประโยชน์ ความเสี่ยง ชนิดของฮอร์โมน และระยะเวลาการใช้ให้เหมาะกับสุขภาพของแต่ละคน
  5. ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมให้เหมาะกับวัยและความเสี่ยง
    การตรวจคัดกรองไม่ใช่การป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็ง แต่ช่วยให้พบความผิดปกติได้เร็วขึ้น ซึ่งสำคัญมากในผู้สูงอายุ เพราะการพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อาจทำให้มีทางเลือกการรักษามากขึ้น
    ผู้หญิงควรปรึกษาแพทย์เรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจ แมมโมแกรม (Mammogram) ตามอายุ ประวัติครอบครัว และระดับความเสี่ยง ส่วนการทำอัลตราซาวด์เต้านม แพทย์จะพิจารณาเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
    สำหรับผู้หญิงอายุ 75 ปีขึ้นไป ควรพิจารณาการตรวจคัดกรองเป็นรายบุคคล โดยประเมินร่วมกันจากสุขภาพโดยรวม โรคร่วม ความคาดหวังของอายุขัย และเป้าหมายในการดูแลสุขภาพ
  6. รู้จักเต้านมของตัวเอง และไม่มองข้ามความเปลี่ยนแปลง
    แม้จะตรวจคัดกรองเป็นประจำ ผู้สูงอายุยังควรสังเกตความผิดปกติใหม่ เช่น ก้อน เต้านมเปลี่ยนรูป ผิวบุ๋ม แดงหรือหนาตัว หัวนมบุ๋ม มีน้ำหรือเลือดออกจากหัวนม หรือมีแผลเรื้อรัง และไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงตามวัย หากพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์
  7. ดูแลโรคร่วมและสุขภาพโดยรวม
    การป้องกันไม่ได้หมายถึงลดความเสี่ยงมะเร็งอย่างเดียว แต่รวมถึงการทำให้ร่างกายแข็งแรง การควบคุมเบาหวาน ความดันโลหิต และไขมัน รวมถึงดูแลโภชนาการ กระดูก กล้ามเนื้อ การนอน และป้องกันการหกล้ม

การรักษามะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ มีวิธีใดบ้าง ?

การรักษามะเร็งเต้านมมีหลายวิธี และอาจใช้ มากกว่า 1 วิธีร่วมกัน ขึ้นอยู่กับระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง ผลตรวจตัวรับฮอร์โมน HER2 สุขภาพโดยรวม อายุ โรคร่วม และความพร้อมของผู้ป่วย เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล

  1. การผ่าตัดมะเร็งเต้านม
    การผ่าตัดมะเร็งเต้านม เป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น และอาจใช้ในมะเร็งระยะลุกลามเฉพาะที่บางราย โดยมีหลายรูปแบบ เช่นสำหรับมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น โดยทั่วไปมักเริ่มจากการผ่าตัด แล้วพิจารณารังสีรักษาหรือยารักษาต่อเนื่อง หากเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2-3 อาจให้ ยารักษาก่อนผ่าตัด (Neoadjuvant Therapy) เพื่อลดขนาดก้อนและประเมินการตอบสนองต่อการรักษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะและชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย
    • ผ่าตัดสงวนเต้านม ผ่าตัดก้อนมะเร็งพร้อมเนื้อเยื่อรอบก้อนบางส่วน โดยยังคงเต้านมไว้ และมักพิจารณารังสีรักษาหลังผ่าตัด
    • ผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด อาจพิจารณาในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่ พบมะเร็งหลายตำแหน่ง หรือมีปัจจัยที่ทำให้การสงวนเต้านมไม่เหมาะสม
    • ผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง แพทย์อาจตรวจ ต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล หรือพิจารณาเลาะต่อมน้ำเหลืองรักแร้ในผู้ป่วยบางราย เพื่อประเมินการกระจายของมะเร็งและช่วยวางแผนการรักษา
  2. รังสีรักษา หรือการฉายแสง 
    รังสีรักษา หรือการฉายแสง เป็นการใช้รังสีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะบริเวณ มักใช้หลังการผ่าตัดสงวนเต้านม หรือหลังผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำสูง เช่น ก้อนใหญ่เกิน 5 ซม. หรือมีมะเร็งลามต่อมน้ำเหลือง
  3. เคมีบำบัด 
    เคมีบำบัด เป็นการรักษาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย อาจให้ก่อนผ่าตัดเพื่อช่วยลดขนาดก้อน หรือให้หลังผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ รวมถึงใช้เพื่อควบคุมโรคในมะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย
  4. ยาต้านฮอร์โมน
    ใช้ในมะเร็งเต้านมชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวก เช่น ER-positive หรือ PR-positive ยากลุ่มนี้ช่วยลดผลของฮอร์โมนที่กระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็ง 
  5. ยามุ่งเป้า (Targeted therapy)
    ยามุ่งเป้า (Targeted therapy) ออกฤทธิ์ต่อเป้าหมายเฉพาะของเซลล์มะเร็ง เช่น HER2-positive หรือความผิดปกติทางชีวโมเลกุลบางชนิด ตัวอย่างเช่น ยากลุ่ม Anti-HER2 หรือยามุ่งเป้าที่ใช้ร่วมกับยาต้านฮอร์โมนในผู้ป่วยบางกลุ่ม
  6. ภูมิคุ้มกันบำบัด Immunotherapy (pembrolizumab) 
    Immunotherapy (pembrolizumab) ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น ใช้ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมบางกลุ่ม โดยเฉพาะ Triple-Negative Breast Cancer บางระยะหรือบางลักษณะแพทย์จะพิจารณาจากชนิดของมะเร็ง ระยะโรค ผลตรวจทางพยาธิวิทยาและชีวโมเลกุล
  7. การดูแลประคับประคองและคุณภาพชีวิต (Palliative Care)
    Palliative Care ไม่ได้หมายถึงการหยุดรักษามะเร็ง  แต่เป็นการดูแลอาการและคุณภาพชีวิตควบคู่ไปกับการรักษามะเร็ง เพื่อบรรเทาอาการ เช่น ปวด เหนื่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ นอนไม่หลับ วิตกกังวล หรือผลข้างเคียงจากยา 
    สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นมะเร็งเต้านม ควรให้ความสำคัญกับโภชนาการ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การเดินและการทรงตัว การฟื้นฟูร่างกาย และความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง เพื่อให้การรักษามะเร็งเดินหน้าไปพร้อมกับการรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุ ต้องประเมินอะไรเพิ่มก่อนวางแผนรักษา ?

การรักษามะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุไม่ควรพิจารณาจากอายุหรือระยะของโรคเพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินสุขภาพและความพร้อมของผู้ป่วยอย่างรอบด้าน

ประเด็นที่ต้องประเมิน เพราะอะไร
โรคร่วม เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ไต ปอด มีผลต่อความเสี่ยงจากการผ่าตัด การเลือกใช้ยา และการฟื้นตัว
ยาที่ใช้อยู่เป็นประจำ ช่วยป้องกันปฏิกิริยาระหว่างยา และลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียง
ความแข็งแรงและภาวะเปราะบาง ช่วยประเมินระดับการรักษาให้เหมาะ
โภชนาการและมวลกล้ามเนื้อ มีผลต่อความแข็งแรง การทนต่อการรักษา และการฟื้นตัว
ความจำ อารมณ์ การนอน มีผลต่อการตัดสินใจและการดูแลต่อเนื่อง
เป้าหมายและสิ่งที่ผู้ป่วยให้ความสำคัญ เพื่อให้แผนการรักษาสอดคล้องทั้งกับเป้าหมายทางการแพทย์และคุณภาพชีวิต

มะเร็งเต้านมในผู้สูงอายุจำเป็นต้องดูแลมากกว่าเพียงการรักษาโรค

ต้องคำนึงถึง สุขภาพโดยรวม ความแข็งแรง โรคร่วม และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคน ควบคู่กัน

ปัจจุบัน การตรวจคัดกรองและความก้าวหน้าของการรักษามะเร็งเต้านม ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการดูแลได้เฉพาะบุคคลและเหมาะกับสภาพร่างกายมากขึ้น การรู้เท่าทันสัญญาณเตือน ไม่มองข้ามความผิดปกติ และตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มโอกาสพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการรักษาที่เหมาะสม พร้อมรักษาคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด
 

คะแนนบทความ