คุณพ่อคุณแม่หากสังเกตว่าลูกมีลักษณะขาโก่ง แล้วเกิดความกังวลว่าเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ ความจริงแล้วขาโก่งในเด็กเล็กมักเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และส่วนใหญ่สามารถหายได้เองตามวัย แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของลูกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจและจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการวินิจฉัยและการดูแลรักษาที่เหมาะสม
ขาโก่ง (Bow legs) คือภาวะที่ขาและเข่าของลูกโค้งงอเล็กน้อย อาจเป็นทั้งสองข้างหรือข้างเดียว และอาจพบเท้าบิดเข้าด้านในร่วมด้วย เวลายืนตรงและชิดส้นเท้าเข้าหากัน หัวเข่าจะแยกออกจากกันไม่ชิดกัน มักพบได้บ่อยในทารกและเด็กวัยหัดเดิน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นภาวะปกติที่สามารถแก้ไขได้เองตามธรรมชาติ
หากลูกมีลักษณะต่างๆ ดังนี้ ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
ส่วนใหญ่แล้วภาวะขาโก่งในเด็กจะหายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อลูกโตขึ้น กระดูกขาจะค่อยๆ ปรับเข้าสู่แนวตรง โดยมักจะดีขึ้นเมื่ออายุ 2-3 ปี และอาจมีลักษณะขาโก่งเล็กน้อยอีกครั้งในช่วง 3-4 ปี ก่อนจะกลับมาตรงเป็นปกติเมื่ออายุประมาณ 7-8 ปี ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำอะไร
แนวนางการรักษา : แพทย์จะแนะนำให้รับประทานวิตามินดีและแคลเซียมเสริมตามคำแนะนำ การรักษานี้มักได้ผลดีหากเริ่มตั้งแต่เนิ่นๆ
แนวทางการรักษา : หากเป็นโรค Blount's Disease: ในระยะเริ่มต้น หรือขาโก่งที่ยังไม่รุนแรงมาก แพทย์อาจแนะนำให้ใส่อุปกรณ์พยุงขา (braces) เพื่อช่วยปรับแนวขา
ในกรณีมีอาการขาโก่งแบบรุนแรง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆ หรือมีแนวโน้มที่จะแย่ลงเรื่อยๆ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดแก้ไข โดยการผ่าตัดแก้ขาโก่ง มีหลายวิธี เช่น
ไม่ว่าจะเป็นขาโก่งปกติที่ต้องเฝ้าระวัง หรือขาโก่งที่ได้รับการรักษา ควรตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องใส่อุปกรณ์พยุงขา หรือดูแลหลังการผ่าตัด เพื่อให้แพทย์ประเมินความคืบหน้าของการรักษา ปรับแผนการรักษา และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
ถึงแม้ว่าขาโก่งในเด็กมักเป็นเรื่องปกติที่หายได้เองเมื่อโตขึ้น แต่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต การเปลี่ยนแปลงของขา การเดิน และอาการอื่นๆ ของลูกอย่างสม่ำเสมอ หากมีข้อสงสัยหรือหรือสังเกตเห็นความผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและดูแลที่เหมาะสม ให้ลูกน้อยของคุณเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดี
ทีมกุมารศัลยแพทย์ ที่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล มีศักยภาพในการผ่าตัดแบบส่องกล้อง Minimally Invasive Surgery ซึ่งการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็กสำหรับเด็กและทารก (Newborn and Pediatric Minimally Invasive Surgery) จะใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กทำให้มีแผลเล็ก เพียง 2 มม. ลดการบาดเจ็บ และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
พร้อมห้องผ่าตัดแบบไฮบริด (Hybrid) ที่ใช้ Bi-plane Technology บนเครื่อง X-ray ถ่ายภาพได้หลายระนาบ ให้การรักษา และผ่าตัดเร่งด่วนทันที เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการผ่าตัด รองรับผู้ป่วยที่เข้ามารับการผ่าตัดรักษาโรคซับซ้อน