รักษามะเร็งหรือเนื้องอก โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยความเย็นติดลบ (Cryoablation)

รักษามะเร็งหรือเนื้องอก โดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยความเย็นติดลบ (Cryoablation)

HIGHLIGHTS:

  • การจี้ด้วยความเย็นติดลบ (Cryoablation) สามารถนำมาใช้รักษามะเร็งหรือเนื้องอกที่ เต้านม ไต ปอด ตับ กระดูก เนื้อเยื่ออ่อน กล้ามเนื้อ รวมถึงเนื้องอกที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือด
  • Cryoablation เป็นทางเลือกในการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือมีความเสี่ยงสูงจนไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ ช่วยบรรเทาอาการปวดจากก้อนมะเร็งหรือเนื้องอก แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็ว
  • Cryoablation เหมาะสำหรับก้อนมะเร็งหรือเนื้องอกขนาดประมาณ 2–4 เซนติเมตร ที่สามารถมองเห็นตำแหน่งได้จากการตรวจอัลตร้าซาวด์

การจี้ด้วยความเย็นติดลบ (Cryoablation) คืออะไร

การจี้ด้วยความเย็นติดลบ (Cryoablation) เป็นเทคโนโลยีการรักษาสมัยใหม่ที่ใช้ความเย็นอุณหภูมิต่ำมากในการทำลายเซลล์มะเร็ง ปัจจุบัน เทคโนโลยีการสร้างผลึกความเย็นติดลบ สำหรับการรักษาด้วย Cryoablation แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลักตามกลไกการทำงาน ได้แก่ การใช้ก๊าซเฉื่อย เช่น อาร์กอน (Argon) หรือฮีเลียม (Helium) และการใช้ไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen) ซึ่งทั้งสองวิธีมีความปลอดภัยและให้ประสิทธิภาพในการรักษาไม่แตกต่างกัน

ขั้นตอนการรักษาก้อนมะเร็งด้วยวิธี Cryoablation

การรักษาด้วยวิธี Cryoablation ดำเนินการโดยแพทย์รังสีร่วมรักษา (Interventional Radiologist) ซึ่งจะใช้อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) และ/หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อช่วยนำทางระหว่างหัตถการ ทำให้สามารถสอดเข็มความเย็นติดลบ (Cryoprobe) เข้าสู่ตำแหน่งของก้อนมะเร็งได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแผลผ่าตัด

อุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการรักษาคือ เข็มความเย็นติดลบ (Cryoprobe) ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กมาก มีขนาดใกล้เคียงกับปลายปากกา เมื่อเข็มถูกนำเข้าสู่ก้อนมะเร็ง จะทำหน้าที่ส่งผ่านความเย็นอุณหภูมิต่ำมากเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะตำแหน่ง

ด้วยการใช้เทคโนโลยีนำทางด้วยภาพทางการแพทย์ร่วมกับเข็ม Cryoprobe รุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็ก ทำให้แผลหลังการรักษามีขนาดเพียงเล็กน้อยเทียบเท่ารูเข็ม โดยทั่วไปแผลจะค่อย ๆ ฟื้นตัวและสามารถหายได้เองภายในประมาณ 3–5 วัน

ข้อดีของการรักษาด้วยการจี้ความเย็นติดลบ (Cryoablation)

  1. เจ็บปวดน้อยกว่าการจี้ด้วยความร้อน
    • เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยการจี้ความร้อน เช่น Radiofrequency Ablation (RFA) หรือ Microwave Ablation วิธี Cryoablation มักทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าในระหว่างและหลังการรักษา
  2. ช่วยบรรเทาอาการปวดจากก้อนมะเร็งหรือเนื้องอก
  3. นอกจากใช้เพื่อทำลายก้อนมะเร็งหรือเนื้องอกแล้ว Cryoablation ยังสามารถช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากก้อนมะเร็งหรือเนื้องอกได้อีกด้วย
  4. เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัดได้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการรักษาด้วยการผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจนไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้
  5. แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และใช้เวลาพักรักษาในโรงพยาบาลสั้น
     

มะเร็งและเนื้องอกที่สามารถรักษาด้วยวิธี Cryoablation

  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่เต้านม (Breast)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่ไต (Kidney)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่ปอด (Lung)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่ตับ (Liver)
  • ก้อนมะเร็ง หรือเนื้องอกที่กระดูก เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อ (Bone, Soft tissue)
  • ก้อนเนื้องอกที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือด เช่น ฮีแมงจิโอมา (Hemangioma) และหลอดเลือดดำผิดปกติ (Venous Malformation)

ผู้ป่วยที่เหมาะสำหรับการรักษาด้วย Cryoablation

การรักษาด้วยวิธี Cryoablation เหมาะสำหรับผู้ที่มีก้อนเนื้องอกหรือก้อนมะเร็งที่มีขนาดประมาณ 2–4 เซนติเมตร และสามารถมองเห็นตำแหน่งของก้อนจากการตรวจอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนและดำเนินการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ต้องจี้บ่อยแค่ไหน?

โดยทั่วไป การรักษาด้วย Cryoablation มักทำเพียง 1 ครั้ง เนื่องจากในระหว่างการรักษา เซลล์เนื้องอกหรือก้อนมะเร็งบริเวณเป้าหมายจะได้รับการทำลายด้วยความเย็นอุณหภูมิต่ำมาก อย่างไรก็ตาม จำนวนครั้งในการรักษาอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของก้อน รวมถึงดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

คำแนะนำหลังการรักษาด้วยการจี้เย็นติดลบ (Cryoablation)

  • หลังการทำหัตถการ ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหรือรู้สึกตึงบริเวณที่รักษาเล็กน้อย ซึ่งสามารถบรรเทาอาการได้ด้วยยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล
  • โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะพักสังเกตอาการในโรงพยาบาล 1 คืน และสามารถกลับบ้านได้ในวันถัดไป
  • ไม่จำเป็นต้องทำแผลเพิ่มเติม โดยควรติดพลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลไว้อย่างน้อย 72 ชั่วโมง
  • ควรงดออกกำลังกายหรือยกของหนักเป็นระยะเวลา 3 วันหลังการรักษา
คะแนนบทความ