โรคมือ เท้า ปาก

โรคมือ เท้า ปาก

HIGHLIGHTS:

  • หากมีอาการสงสัยโรคมือ เท้า ปาก ให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา และแยกเด็กออกมาพักฟื้นจนกว่าจะหายเป็นปกติ
  • ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก สายพันธุ์ EV71 แล้ว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

รู้จักโรคมือ เท้า ปาก (Hand Foot and Mouth Disease : HFMD)

โรคมือ เท้า ปาก เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ย่อย พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สำหรับประเทศไทยมักพบโรคนี้ได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีการระบาดเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูฝน

อาการของโรคมือ เท้า ปาก

โดยทั่วไปโรคนี้มีอาการไม่รุนแรงและหายเองได้ภายใน 7-10 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีอาการไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร หลังจากนั้น 1-2 วัน จะเริ่มมีน้ำมูก เจ็บปาก เจ็บคอ ทานอาหารได้น้อยลง เมื่อตรวจดูภายในช่องปากจะพบตุ่มนูนแดงหรือตุ่มน้ำใสตามเยื่อบุปาก ลิ้น และเหงือก รวมถึงมีผื่นหรือตุ่มน้ำสีขุ่นบริเวณมือและเท้า ซึ่งจะฝ่อแห้งไปเองโดยไม่เหลือรอย

ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิต

แม้ส่วนใหญ่จะหายเองได้ แต่หากติดเชื้อ เอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงระบบประสาทและระบบหมุนเวียนโลหิต ได้แก่:

  • อาการกลืนลำบาก (Dysphagia) หรือแขนขาอ่อนแรง (Limb weakness)
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หรือเนื้อสมองอักเสบ (Encephalitis)
  • ภาวะหัวใจล้มเหลวจากกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือปอดบวมน้ำเฉียบพลัน
  • บางรายที่รอดชีวิตอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่

การติดต่อ

ติดต่อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสเชื้อไวรัสที่ออกมาทางอุจจาระ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำ หรือละอองน้ำมูกน้ำลายของผู้ติดเชื้อ ซึ่งอาจปนเปื้อนในอาหาร น้ำดื่ม ของเล่น หรือผ่านพฤติกรรมการดูดนิ้วของเด็ก โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น โรงเรียนอนุบาลหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก

การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก

ในปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่สามารถคลายกังวลเรื่องอาการป่วยรุนแรงได้แล้วด้วย วัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ชนิด EV71 ซึ่งเน้นป้องกันเชื้อสายพันธุ์ที่มักทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัคซีนยังไม่ครอบคลุมไวรัสสายพันธุ์อื่นทุกชนิด การรักษาสุขอนามัยจึงยังเป็นสิ่งสำคัญ ดังนี้:

  • ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ EV71 เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล ทั้งก่อน-หลังรับประทานอาหารและหลังการขับถ่าย
  • หมั่นทำความสะอาด สิ่งของเครื่องใช้ ของเล่น และสถานที่อยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม และผ้าเช็ดหน้า
  • ตัดเล็บให้สั้น และดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลของบุตรหลานและผู้ดูแล
  • หลีกเลี่ยงที่ชุมชนแออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือสระว่ายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที

การดูแลผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก เบื้องต้น

ควรแยกเด็กป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และให้พักรักษาตัวอย่างน้อย 5-7 วัน หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ หากมีอาการซึม อาเจียน หรือชัก ต้องรีบพามารักษาที่โรงพยาบาลทันที พร้อมสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น

ด้วยความปรารถนาดีจาก โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล

For Medical Inquiry

*โปรดระบุ

ชื่อ*
ชื่อ*
นามสกุล*
นามสกุล*
ประเภทคำถาม*
ประเภทคำถาม*
คำถาม*
คำถาม*
อีเมล*
อีเมล*
คะแนนบทความ