โรคกระเพาะอาหาร โรคฮิตที่ไม่ควรมองข้าม

โรคกระเพาะอาหาร โรคฮิตที่ไม่ควรมองข้าม

HIGHLIGHTS:

  • โรคกระเพาะอาหาร เป็นโรคที่พบได้บ่อย ส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวดท้องจุกแสบ บริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือช่องท้องส่วนบนเหนือสะดือ
  • อาการปวด มักจะสัมพันธ์กับมื้ออาหาร เรื้อรัง เป็นๆหายๆ ในช่วงก่อน หรือหลังรับประทานอาหาร
  • การส่องกล้องกระเพาะอาหารช่วยในการวินิจฉัย หาสาเหตุ เพื่อการรักษาที่เหมาะสม มีความเสี่ยงต่ำ ใช้เวลาทำไม่นาน

โรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร มักใช้เป็นคำเรียกรวมกว้างๆ ของอาการปวดท้อง ที่คิดว่าน่าจะมีพยาธิสภาพที่กระเพาะอาหาร โดยแบ่งโรคกระเพาะอาหารออกเป็น 2 กลุ่ม

1. กลุ่มที่พบสาเหตุ และมีความผิดปกติจากการส่องกล้อง

อย่างเช่น กระเพาะอาหารอักเสบ และแผลในกระเพาะอาหาร สาเหตุ ที่สำคัญ คือ การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori (H.pylori) ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง ยังทำให้เกิดแผลได้ทั้งในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น และยังถือว่าเป็นเชื้อที่ก่อมะเร็งกระเพาะอาหารด้วย สาเหตุที่พบบ่อยอีกอย่างหนึ่งคือ การรับประทานยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะในกลุม ยาแก้อักเสบ NSAIDs หรือ สเตียรอยด์ สาเหตุอื่นที่พบได้น้อยกว่าคือ การติดเชื้ออื่นๆ ที่ไม่ใช่เชื้อ H.pylori เนื้องอกหรือมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคลำใส้อักเสบ Crohn’s disease เป็นต้น

2. กลุ่มที่ไม่พบสาเหตุ หรือ ความผิดปกติจากการส่องกล้องกระเพาะอาหาร

อาการปวดท้องกลุ่มนี้ เชื่อว่าเกิดจากการทำงาน หรือการรับรู้ของกระเพาะอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากเป็นความผิดปกติของกระเพาะอาหารจึงอาจไม่พบลักษณะผิดปกติทางกายภาพของกระเพาะอาหาร จากการส่องกล้อง หรือ มีแค่ การอักเสบเล็กน้อย กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มส่วนใหญ่ของผู้ที่มีอาการปวดท้องกระเพาะอาหารเรื้อรัง

อาการของโรคกระเพาะอาหาร

  • ปวดท้องแบบจุกแสบ จุกแน่นอืดท้อง ที่บริเวณลิ้นปี่หรือช่องท้องส่วนบนหรือสะดืออาการมักสัมพันธ์กับมื้ออาหาร ก่อนหรือหลังรับประทานอาหารก็ได้
  • คลื่นไส้ อาเจียน อิ่มง่าย
  • อาเจียนเป็นเลือด (ในรายที่สงสัยแผลในกระเพาะอาหาร)

การตรวจวินิจฉัย

  • การซักประวัติ ตรวจร่างกาย
  • การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น ซึ่งปัจจุบันเป็นวิธีการตรวจหาสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารที่ดีที่สุด
  • การตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม  เช่น การตรวจหาเชื้อ H.pylori  การตรวจเลือด

สำหรับอาการที่แนะนำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องส่วนบน ควรได้รับการส่องกล้อง ได้แก่ ผู้ที่มีอาการบ่งชี้ว่าอาจมีโรครุรนแรง

  • มีอาการอาเจียนต่อเนื่อง
  • มีอาการปวดที่มีรูปแบบและความรุนแรง เช่น อาการที่รุนแรงจนต้องตื่นกลางดึก ปวดบ่อยขึ้น และไม่ดีขึ้นจากการใช้ยา
  • มีอาการกลืนติด กลืนลำบากร่วมด้วย
  • ตรวจพบภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
  • มีน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ(ลดประมาณ 10 % ของน้ำหนักตัวในช่วง 1-2 เดือน)
  • มีภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ (Melena stool)

การรักษาโรคกระเพาะอาหาร

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

  • ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดท้อง เช่น อาหารที่มีรสเผ็ด หรือเปรี้ยวจัด เครื่องดื่ม แอลลกอฮอร์ ชา กาแฟ น้ำอัดลม
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร
  • ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างมากเกินไป
  • กินอาหารย่อยง่ายๆ กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด
  • เลือกอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ไม่กินอาหารสุกๆดิบๆ ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร

การใช้ยารักษา

  • ส่วนใหญ่ เป็น ยายับยั้ง การหลั่งกรด รักษาแผลในกระเพาะอาหารและขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย H.pylori ก็ต้องใช้ยากำจัดเชื้อ ร่วมกับยาลดกรด ถ้าเป็นสาเหตุจากยากระเพาะก็ต้องยึดยาดังกล่าวร่วมกับให้ยารักษาแผล เป็นต้น

ภาวะแทรกซ้อนของแผลในกระเพาะอาหาร

อาจมีภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร กระเพาะอาหารทะลุและลึก หรือ กระเพาะอาหารตีบจากการที่มีแผลเรื้อรัง แต่ปัจจุบันพบภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ลดลง เพราะยาที่ใช้ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพที่ดีและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้

คะแนนบทความ

มีบัญชีผู้ใช้อยู่แล้ว?