ออฟฟิศซินโดรม ภัยเงียบที่เราคาดไม่ถึง

ออฟฟิศซินโดรม ภัยเงียบที่เราคาดไม่ถึง

ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตที่มากับไลฟ์สไตล์การทำงานของคนเมืองและเหล่ามนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ซึ่งเราต้องยอมรับว่า รูปแบบการทำงานของคนในยุคนี้ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างยิ่ง จึงมีคนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาอาการปวดเรื้อรัง อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตที่รีบเร่ง ทำงานในพื้นที่จำกัด และชีวิตส่วนใหญ่ถูกผูกติดอยู่กับโต๊ะและจอคอมพิวเตอร์แทบตลอดเวลา พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นที่มาของอาการ ออฟฟิศซินโดรม ทั้งสิ้น วันนี้เราจะมาเรียนรู้ถึงภัยเงียบของโรคนี้กันถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

มารู้จักโรคออฟฟิศซินโดรมกันก่อน

ออฟฟิศซินโดรม คือภาวะที่มักเกิดกับคนทำงานตามออฟฟิศ ซึ่งต้องนั่งทำงานตลอดเวลา เป็นเวลานานๆ โดยอยู่ในท่าเดิมหลายชั่วโมง รวมถึงบางคนที่มีกิจวัตรการใช้ชีวิต รูปแบบการนั่ง เดิน เคลื่อนไหวร่างกายในท่าทางอิริยาบถที่ไม่ถูกลักษณะ อยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมบ่อยครั้ง ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้จะทำให้คนๆ นั้นมีปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง ส่วนเอว บางคนอาจมีอาการปวดในส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและข้อ บางคนก็รู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือรู้สึกอ่อนเพลีย ล้า บางคนก็อาจจะรู้สึกชาตามมือเท้าอันเนื่องมาจากเส้นประสาทถูกกดทับ หรือมีอาการตาพร่า มองเห็นไม่ชัด เป็นต้น

ออฟฟิศซินโดรมกับอาการปวด

อาการปวดแรกๆ ที่นำผู้ป่วยมาพบหมอมาที่สุดก็คือ อาการปวดบริเวณคอ บ่า และไหล่ รองมาคือปวดบริเวณหลังส่วนเอว ตามด้วยอาการปวดศีรษะ ผู้ป่วยโดยส่วนมากจะรู้สึกเมื่อยล้าตรงกล้ามเนื้อ จะรู้สึกเกร็งเหมือนกล้ามเนื้อถูกดึงรั้ง ที่น่ากลัวคือ นานวันเข้าจากอาการแค่ปวดกล้ามเนื้อ อาจกลายเป็นกล้ามเนื้อหดเกร็ง เป็นก้อนแข็งเรื้อรัง ปวดเจ็บร้าวไปตามอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแขนขา ข้อมือ ไหล่ หลัง ซึ่งปวดมากหรือปวดน้อยก็ขึ้นอยู่กับการสะสมของโรค ซึ่งเมื่อหมอทำการซักประวัติส่วนใหญ่ก็จะพบว่าคนไข้เหล่านี้อยู่ในกลุ่มที่ป่วยเป็นออฟฟิศซินโดรม คือเป็นคนทำงานค่อนข้างเยอะ และต้องอยู่ในอิริยาบถเดิมๆ เป็นเวลานานๆ อยู่เสมอ คนเหล่านี้ก็มักจะมีอายุไม่เยอะ หลายคนยังเป็นคนหนุ่มคนสาว อายุก็อยู่ในช่วงประมาณ 18 – 40 ปี

ความอันตรายของออฟฟิศซินโดรม

ออฟฟิศซินโดรมจัดว่าเป็นภัยเงียบอีกอย่างหนึ่ง ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาหรือไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาการอาจจะสะสมมากจนเรื้อรังทำให้ยากต่อการรักษา และอาจจะจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมเพื่อค้นหาภาวะอื่นๆ เช่นภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทเป็นต้น

การรักษาออฟฟิศซินโดรม

สำหรับในทางการแพทย์การรักษา ก็แยกออกเป็น 2 วิธี คือ รักษาตามอาการโดยการรับประทานยา การฉีดยาชาเฉพาะจุดปวดในกล้ามเนื้อ การทำกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการแต่ต้องไม่ลืมว่าวิธีการนี้เหมาะสมกับผู้ที่เพิ่งจะเริ่มเป็น ผู้ที่เป็นไม่หนักมาก สิ่งที่เราต้องเข้าใจก็คือโรค ออฟฟิศซินโดรม มักจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับโรคอื่นด้วย ปวดศีรษะหรือไมเกรน ดังนั้นการรักษาตามอาการอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป เพราะบางทีอาจช่วยให้อาการหายชั่วคราวเท่านั้น ส่วนวิธีที่สองก็คือ การรักษาตามสาเหตุที่มาของโรค ซึ่งสามารถทำได้ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด พอกล่าวถึงเรื่องการผ่าตัดบางคนอาจจะกังวล แต่ในปัจจุบันแพทย์นิยมจะใช้วิธีการ ผ่าตัดแบบ MIS คือเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็กและเจ็บน้อย ซึ่งก็เป็นวิธีการผ่าตัดที่ง่ายและสะดวกต่อคนไข้มาก เรื่องการผ่าตัดจึงเป็นอะไรที่ง่ายและไม่น่ากลัวเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

วิธีป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรม

วิธีการง่ายมาก คือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้เหมาะสมในขณะทำงาน อาจจะปรับความสูงของเก้าอี้และโต๊ะให้เหมาะสม นั่งสบายมากขึ้น หากใช้คอมพิวเตอร์ กึ่งกลางถึงขอบบนของจอควรอยู่ในระดับสายตา การพิมพ์งานแป้นคีย์บอร์ดควรอยู่ในระดับข้อศอก ข้อมือ ใช้เมาส์โดยพักข้อศอกบนที่รองแขน และสามารถเคลื่อนไหวได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ เวลานั่งทำงานก็ควร กะพริบตาบ่อยๆ นั่งหลังตรงชิดขอบด้านในของเก้าอี้ เปลี่ยนท่าการทำงานทุก 20 นาที พักสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 10 นาที และที่สำคัญควรยืดคลายกล้ามเนื้อบ่อยๆ เพียงเท่านี้ก็เป็นการช่วยให้คุณห่างไกลโรคออฟฟิศซินโดรมได้แล้ว

คุณจะเห็นว่าออฟฟิศซินโดรมเป็นภัยเงียบที่เราคาดไม่ถึงจริงๆ เป็นโรคภัยที่มากับงานที่เราทำ มาจากชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์ที่จำเจก็ควรมีการเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของตนเองดูบ้าง ลองเคลื่อนไหวเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ หรือบางครั้งหาเวลาออกกำลังกายบ้างก็น่าจะดี เพียงเท่านี้โอกาสที่คุณจะเป็นออฟฟิศซินโดรมก็น้อยลงแล้ว

คะแนนบทความ