ท้องผูก…บอกเราเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

ท้องผูก…บอกเราเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

HIGHLIGHTS:

  • ท้องผูก คือการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็งและแห้ง ใช้เวลานานกว่าจะขับถ่ายเสร็จ และเมื่อถ่ายเสร็จแล้วยังรู้สึกเหมือนยังถ่ายไม่สุด
  • หากมีอาการท้องผูกเป็นประจำ อุจจาระมีเลือดปน ร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ทราบเหตุ หรือมีภาวะซีด อ่อนเพลีย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที
  • คนอายุมากกว่า 45 ปี หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ จัดว่าเป็นผู้ที่เริ่มมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

แม้อาการท้องผูกจะไม่ใช่โรคที่อันตราย แต่หากละเลยจนท้องผูกเรื้อรังเป็นเวลานานอาจนำไปสู่ภาวะภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น แผลในลำไส้ใหญ่  ริดสีดวงทวารหนัก เป็นต้น ตลอดจนบางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

ท้องผูก คืออะไร อาการ และสาเหตุ

ท้องผูก คือ การถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็งและแห้ง  ใช้เวลานานกว่าจะขับถ่ายเสร็จ และเมื่อถ่ายเสร็จแล้วยังรู้สึกเหมือนยังถ่ายไม่สุด  

สาเหตุของอาการท้องผูก ได้แก่

  • ความเครียด
  • การรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย หรือมีปริมาณที่ไม่เพียงพอ
  • ดื่มน้ำน้อย
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • เคยชินกับการรับประทานยาระบายหรือสวนอุจจาระเองบ่อยๆ
  • ชอบกลั้นอุจจาระ
  • อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด  ยาลดกรด และยาลดความดัน
  • โรคประจำตัวบางโรคที่ส่งผลต่อการขับถ่าย เช่น เบาหวาน  พากินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ

เมื่อไหร่ที่ควรไปพบแพทย์

สำหรับผู้ที่ถ่ายอุจจาระยากหรือ มีอาการท้องผูกเป็นประจำ หากมีลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไปควรรีบพบแพทย์ทันที โดยสามารถสังเกตอาการเบื้องต้น

  • หากอุจจาระมีเลือดปน ถ่ายเป็นเลือด มีลักษณะ สี หรือขนาดเปลี่ยนไป ขณะขับถ่ายมีเลือดออกทางทวารหนัก
  • ปวดถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้นจากปกติ
  • คลำพบก้อนในช่องท้อง
  • รู้สึกปวดเบ่งบริเวณทวารหนักคล้ายปวดอุจจาระตลอดเวลา
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบเหตุ 
  • มีภาวะซีด อ่อนเพลีย   
  • ปวดท้องอย่างรุนแรง แต่ไม่ถ่ายอุจจาระ หรือไม่ผายลม

อาการเหล่านี้อาจเป็นอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ 


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการทำนัดปรึกษาแพทย์ คลิกที่นี่

ท้องผูกเรื้อรัง มะเร็ง ป้องกันได้

ท้องผูกเรื้อรัง มะเร็ง ลำไส้ใหญ่ สามารถป้องกันได้โดยออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่

สำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก นักโภชนาการแนะนำว่าในแต่ละวันควรรับประทานกากใยในอาหารอย่างน้อยวันละ 30 กรัม หมั่นสังเกตจากอุจจาระ หากมีลักษณะอ่อนและลอยน้ำแสดงว่าเรารับประทานใยอาหารได้เพียงพอ แต่ถ้าอุจจาระเป็นก้อน ควรรับประทานผักและผลไม้เพิ่ม  ฝึกการขับถ่ายให้ได้อย่างน้อยทุกวัน และไม่กลั้นอุจจาระโดยไม่จำเป็น

อาหารป้องกัน ท้องผูก

  • ข้าวกล้องและธัญพืช อุดมด้วยใยอาหาร ช่วยบำรุงร่างกายและช่วยแก้ปัญหาการขับถ่าย 
  • ผลไม้ต่างๆ ที่ไม่หวานจัด โดยเฉพาะมะละกอสุก นอกจากมีกากใยและน้ำ ยังอุดมด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์กับระบบทางเดินอาหาร 
  • ผักใบเขียว เช่น กุยช่าย ผักโขม มีกากใยสูง ช่วยย่อยอาหาร และบำรุงร่างกาย

การปรับอาหารและเปลี่ยนพฤติกรรมการขับถ่ายให้เหมาะสมอาจช่วยแก้ปัญหาท้องผูกเรื้อรังได้ แต่ยังคงมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่

ซึ่งตาม American Cancer Society กำหนดช่วงอายุที่ควรเข้ามาตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่อยู่ที่ 45 ปี หรือหากมีประวัติครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ก็สามารถเข้ารับการตรวจก่อนอายุ 45 ปีได้ โดยวิธีการตรวจคัดกรองที่แพทย์นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ โดยการใช้เทคนิคจากญี่ปุ่น ที่มีความแม่นยำขึ้น 2 เท่า 


วิดีโอคอลปรึกษาหมอออนไลน์ เรื่องอะไรได้บ้าง ? คลิกอ่านเพิ่มเติม

คะแนนบทความ

มีบัญชีผู้ใช้อยู่แล้ว?