ลองสำรวจตัวเองและคนใกล้ตัวดูว่า “สะโพกเอียงหรือไม่ ไหล่ไม่เท่ากันหรือเปล่า” กระดูกสันหลังคดไม่ใช่โรคที่ไกลตัว แต่บางคนไม่รู้ตัวว่าตัวเองกระดูกสันหลังคด และพบว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยเลยที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดซึ่งอาจเป็นมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่นแล้วไม่ได้รับการรักษา ตอนนี้คงถึงเวลาที่ต้องมาทำความรู้จักกับโรคนี้กันอย่างจริงจัง
โดยธรรมชาติของกระดูกสันหลังจะโค้งงอไปด้านหน้าและหลังเล็กน้อยเพื่อความสมดุลของร่างกาย เวลาก้มจะเห็นแนวกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง แต่ถ้ากระดูกสันหลังคด กระดูกจะบิด ผิดรูป คดออกไปทางด้านข้าง ด้านซ้ายหรือด้านขวา ทำให้ไหล่ เอว สะโพกไม่เท่ากัน กระดูกสันหลังคดอาจเกิดกับกระดูกบริเวณช่วงใดก็ได้ โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นในเด็กมักจะคดบริเวณหลังส่วนบน แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่มักจะคดในช่วงบริเวณกระดูกบั้นเอว
ผู้ที่เป็นโรคกระดูกสันหลังคดกว่า 80% เป็นโดยไม่ทราบสาเหตุ ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี อาจเกิดจากความพิการผิดรูปของกระดูกสันหลังตั้งแต่กำเนิด เพราะกระดูกโตไม่เท่ากัน หรือคดจากการเกิดอัมพาตของโรคเกี่ยวกับระบบประสาทกล้ามเนื้อ ในเด็กถ้าคดมากกว่า 60 องศา เป็นอันตราย ถ้าเป็นในช่วงกระดูกสันหลังส่วนบน จะทำให้หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย เพราะการหายใจเข้าออกทำได้จำกัดจากการขยายตัวของซี่โครงที่ทำได้ไม่เต็มที่ ถ้าคดในช่วงกระดูกสันหลังส่วนล่าง ช่วงบั้นเอว จะมีปัญหาระบบขับถ่าย ท้องอึด ท้องเฟ้อ ลำไส้ทำงานได้ไม่ปกติ เนื่องจากไปกดเบียดอวัยวะต่างๆ ในช่องท้อง
สำหรับกระดูกสันหลังคดในผู้ใหญ่อาจเป็นปัญหามาตั้งแต่สมัยวัยรุ่นแล้วไม่ได้รับการรักษา ทำให้คดมากขึ้น บวกกับกระดูกมีความเสื่อมเมื่อมีอายุมากขึ้น ทำให้มีอาการปวดหลัง หรือปวดหลังร้าวลงขา
ในบางรายอาจได้รับการรักษามาแล้วแต่ยังไม่หายดี จึงกลับมาคดใหม่ได้
คุณอาจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ากระดูกสันหลังคดหรือไม่ เพราะถ้าเป็นน้อยไม่มีอาการอาจไม่ทันสังเกตเห็น เพราะฉะนั้นลองส่องกระจกแล้วสังเกตตัวเองดูว่า ไหล่ทั้ง 2 ข้าง สูงต่ำเท่ากันหรือไม่ ระดับสะโพกเอียงไปด้านใดหรือเปล่า ถ้าเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งอาจสงสัยได้ว่าคุณกำลังมีภาวะกระดูกสันหลังคด อีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถสังเกตง่ายแต่อาจต้องอาศัยคนอื่นช่วยมอง คือ ยืนตัวตรงแล้วก้มไปด้านหน้าเอามือแตะปลายเท้า จะมองเห็นแนวกระดูกสันหลังได้ชัดเจนว่าคดหรือไม่ ถ้าสงสัยควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันด้วยการเอกซเรย์ เพราะการเอกซเรย์จะสามารถยืนยันผลได้อย่างชัดเจนที่สุด และสามารถวัดองศาการเอียงได้อีกด้วย
ในรายที่เป็นน้อย คดไม่มาก ไม่มีอาการ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ แบบนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ควรหมั่นสังเกตตัวเองให้ดีว่าคดมากขึ้นหรือไม่ ถ้ามีอาการเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ทันที แต่ในรายที่เป็นมาก มีอาการปวดหลังหรือปวดหลังร้าวลงขา ซึ่งอาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังตีบ หมอนรองกระดูกสันหลังไปกดทับเส้นประสาท เอ็นในกระดูกไปบีบเส้นประสาท แบบนี้คงต้องรีบรักษาโดยด่วน
การรักษากระดูกสันหลังคดมีจุดประสงค์ 2 อย่างคือ
มีคนจำนวนมากที่กระดูกสันหลังคดแต่ไม่ต้องรับการรักษา เนื่องจากมุมองศาที่คดนั้นค่อนข้างน้อย แต่ต้องคอยสังเกตอาการ สำหรับในกรณีที่ต้องทำการรักษาสามารถทำได้โดย
ในกรณีที่กระดูกสันหลังคดมีมุมองศาไม่มาก มีอาการปวดบ้างเล็กน้อย สามารถรักษาได้โดยการทานยาแก้ปวด และใส่เสื้อเกราะพยุงหลัง (Brace) เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยลดการทรุดหรือคดเพิ่มของกระดูกสัน และติดตามอาการทุกๆ 6 เดือน
ในเด็กอาจต้องรอให้กระดูกหยุดเจริญเติบโตเสียก่อนแล้วจึงค่อยเข้ารับการผ่าตัด แต่ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องผ่าตัดเร่งด่วนก่อนที่กระดูกจะคดไปมากกว่านั้นและมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
ในผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดมาก ปวดร้าวลงขา หลักสำคัญของการผ่าตัดคือ
หัวใจสำคัญของการผ่าตัดกระดูกสันหลังคด คือ การดึงยืดกระดูกสันหลัง และความยาวของการดาม ยึดตรึงกระดูกสันหลังต้องถูกต้องและพอเหมาะ หากตรึงหรือดามมากเกินไปจะทำให้เส้นประสาทยืด หากน้อยเกินไป โอกาสไปคดตรงจุดอื่นจะเกิดขึ้นอีก
การผ่าตัดรักษากระดูกสันหลังคดในยุคก่อนไม่มีการใช้เหล็กช่วยดาม แต่จะใช้วิธีการใส่เฝือกดัดลำตัว ทำให้หลังตรงขึ้น แล้วตัดเฝือกเป็นช่องเพื่อผ่าตัดตรงกระดูกสันหลังที่คด ต่อมามีการใช้เหล็ก 1 แท่ง ดามเพื่อยึดกระดูกสันหลังไว้แล้วใส่เฝือก เมื่อหายดีจึงถอดออก จนมาถึงยุคปัจจุบัน แพทย์จะใช้เหล็กเข้าไปดามไว้กับกระดูกสันหลังแล้วใช้น็อตและสกรูยึดโดยไม่ต้องเอาเหล็กออก จึงไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัดซ้ำสองเพื่อเอาเหล็กออก
สมาคมวิจัยโรคกระดูกสันหลังคด เริ่มข้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นองค์กรนานาชาติที่มีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูกสันหลังทั่วโลกที่ทำการศึกษาวิจัยการรักษาโรคกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) ที่มีสมาชิกอยู่ทั่วโลกแล้ว 1,000 กว่าราย
จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งสมาคมเกิดจาก มีคุณหมอหลายท่านพบกับปัญหาคนไข้กระดูกสันหลังคด แต่หาทางออกไม่ได้ จึงเกิดการรวมกลุ่มเพื่อการศึกษาวิจัยร่วมกัน เพื่อหาสาเหตุในกลุ่มที่ไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค เช่น กลุ่มหนึ่งวิจัยเรื่องสายตา กลุ่มหนึ่งวิจัยเรื่องฮอร์โมน ในขณะที่อีกกลุ่มหาวิธีป้องกันรักษา จึงทำให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เดิมมีสมาชิกเฉพาะคนอเมริกันเท่านั้น ต่อมาความรู้ได้ขยายออกไป ทั่วโลกต่างสนใจอยากเข้าประชุมเพื่อหาความรู้ ทางสมาคมจึงมีการเปิดรับสมาชิกที่ไม่ใช่คนอเมริกัน แต่จะต้องได้รับการรับรองให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกอย่างน้อย 5 คน จึงจะสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ โดยสมาชิกมี 3 กลุ่ม คือ
การเข้าร่วมเป็นสมาชิกทำให้แพทย์มีความรู้เพิ่มเติม มีการแชร์ประสบการณ์ ต่างๆ ที่แต่ละคนได้ประสบพบเจอมา ทำให้การรักษาพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง
“ปัญหาเรื่องโรคกระดูกสันหลังคดอาจเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน แต่ทุกคนไม่ควรละเลยกับการดูแลกระดูกสันหลังของตัวเองให้ดี เพราะการที่กระดูกสันหลังคดอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเสมอไป แต่เราต้องรู้จักตัวเองไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต คุณพ่อคุณแม่ควรช่วยสังเกตสรีระของลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที”