พลิกชีวิตช่วยผู้ป่วย ด้วยการ ปลูกถ่ายตับ

ใครบ้างที่ต้องการการ ปลูกถ่ายตับ ?

ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับระยะสุดท้ายจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่

  1. ตับแข็งระยะสุดท้ายจากไวรัสตับอักเสบบี ซี แอลกอลล์ หรือจากภาวะอื่นๆ
  2. ตับวายเฉียบพลันจากสาเหตุต่างๆ
  3. โรคทางเมตาบอลิซึม เช่น โรควิลสัน
  4. มะเร็งตับในระยะแรก
  5. โรคท่อน้ำดีอุดตันแต่กำเนิดในเด็ก

เมื่อไหร่ที่จะต้องเข้ารับการปลูกถ่ายตับ ?

เมื่อตับถูกทำลายไปมากจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ขึ้น ซึ่งจำเป็นจะต้องพิจารณารักษาด้วยการปลูกถ่ายตับ ได้แก่

  1. อาการโคม่าที่มีสาเหตุมาจากโรคตับ
  2. มีภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารอย่างมาก
  3. ภาวะท้องมาน
  4. เกิดการติดเชื้อในช่องท้อง
  5. ภาวะเลือดออกง่าย
  6. ภาวะดีซ่าน
  7. ภาวะอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
  8. มะเร็งตับ
  9. ภาวะการไม่เจริญเติบโตในเด็ก

อะไรจะเกิดขึ้นบ้างภายหลังการปลูกถ่ายตับ ?

ปัจจุบันความสำเร็จของการผ่าตัดมีกว่า 90% และผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ เหมือนสภาพก่อนป่วย แต่เนื่องจากร่างกายมีโอกาสที่จะเกิดปฏิกิริยาการปฏิเสธตับใหม่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องทานยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต โดยจะสามารถลดขนาดยาได้เมื่อเวลาผ่านไป และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้ารับการตรวจรักษาโดยสม่ำเสมอที่คลินิกปลูกถ่ายตับ

ภาวะแทรกซ้อนของการปลูกถ่ายตับ

มีผู้ป่วยส่วนน้อยที่เข้ารับการปลูกถ่ายตับ แล้วเกิดภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น

  1. ภาวะแทรกซ้อนขณะและหลังผ่าตัด เช่น ภาวะติดเชื้อ ภาวะเลือดออกอย่างมาก
  2. ภาวะการปฏิเสธหรือต่อต้านตับใหม่ (Graft Rejection)
  3. ตับใหม่ไม่ทำงาน หรือภาวะตับไม่ทำงานหลังปลูกถ่ายตับ (Graft nonfunction/ dysfunction)
  4. เส้นเลือดที่ต่อไว้อุดตัน หรือภาวะเส้นเลือดตับอุดตัน
  5. ภาวะทางเดินน้ำดีตับอุดตัน หรือรั่วซึม
  6. ความเสี่ยงในการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบใหม่ ในกรณีเป็นโรคไวรัสตับอักเสบก่อนผ่าตัด

ตับใหม่ได้มาจากไหนบ้าง ?

แหล่งที่มาของตับใหม่มี 2 แหล่งหลักๆ ได้แก่ ผู้บริจาคที่เสียชีวิตจากสมองตายและผู้บริจาคที่มีชีวิต

  1. ผู้บริจาคที่เสียชีวิตจากสมองตาย ได้แก่ ผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุหรือมีโรคที่มีผลต่อระบบประสาทอย่างรุนแรง จนกระทั่งเกิดภาวะสมองตายขึ้น และทางผู้ป่วยได้แสดงความจำนงในการบริจาคอวัยวะไว้ก่อนหน้า และญาติให้ความยินยอมในการบริจาค
  2. ผู้บริจาคที่มีชีวิต ได้แก่ ผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตกับผู้ป่วย หรือเป็นสามีภรรยากันจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ที่ได้แสดงความจำนงต้องการบริจาคอวัยวะให้กับญาติของตน

โดยทั่วไปเมื่อผู้ป่วยต้องการตับใหม่ การเข้ารับการปลูกถ่ายตับยิ่งเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสสำเร็จสูงเท่านั้น

พลิกชีวิตช่วยผู้ป่วย ด้วยการ ปลูกถ่ายตับ

ปลูกถ่ายตับ คือ การรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคตับระยะสุดท้าย โดยผู้ที่เป็นโรคตับ โรคตับแข็งระยะสุดท้าย หรือโรคมะเร็งตับในระยะแรก และอื่นๆ อาจต้องได้รับการ ปลูกถ่ายตับ ที่สถาบันโรคตับและระบบทางเดินอาหาร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกถ่ายตับที่ควรรู้ มีดังต่อไปนี้

การปลูกถ่ายตับ คืออะไร ?

การปลูกถ่ายตับ คือ การรักษาสำหรับผู้ป่วยโรคตับระยะสุดท้าย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยการผ่าตัดนำตับเดิมที่เป็นโรคออก และนำตับใหม่ใส่เข้าไปแทนที่ ความสำเร็จของการผ่าตัดค่อนข้างสูง ผู้ป่วยโรคตับระยะสุดท้ายจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

คะแนนบทความ