แชร์ข้อความนี้

สลัดไม่หลุด อาการเพลงฮิตติดหู

HIGHLIGHTS:

  • อาการเพลงติดหูไม่ใช่โรค สามารถเกิดขึ้นกับทุกคนและเกิดขึ้นได้บ่อย รวมถึงหายเองได้ในเวลาไม่นาน
  • การเคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยแก้ปัญหาเพลงติดหูที่ง่าย จากทฤษฎีที่บ่งบอกว่าขณะขยับขากรรไกรมีส่วนทำให้ความสามารถทางดนตรีลดลง
  • หากมีอาการเพลงติดหูนานกว่า 24 ชั่วโมง การไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอาจมีความจำเป็น เนื่องจากอาการเพลงติดหูสามารถส่งผลกระทบจากโรคเกี่ยวกับระบบสมองได้

 

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอาการ “เพลงติดหู” หลังจากฟังเพลงบ่อยๆ ซ้ำๆ  จนเพลงนั้นวนเวียนอยู่ในหัว  ไม่สามารถสลัดออกไป แถมบางครั้งยังเผลอร้องออกมาอีกด้วย

อาการเพลงติดหู (Earworms) หรือ Involuntary Musical Imagery ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับเพลงที่กำลังเป็นกระแส  สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ที่มีความจำดี และผู้มีภาวะย้ำคิดย้ำทำ รวมถึงคนที่มีจิตใจอ่อนไหว อาการนี้จะเป็นอยู่เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง ร้องวนอยู่ในหัว  พบมากในชาวตะวันตกถึง   98%  อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่กลับไม่รู้สึกว่ามีผลกระทบต่อการใช้ชีวิต มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ และทำให้นอนไม่หลับ

ทำไมถึงเกิดอาการ เพลงติดหู

เพลงติดหู  เกิดจากความพยายามของสมองที่จะเติมเต็มช่องว่างในส่วนที่ทำหน้าที่รับการได้ยิน (Auditory cortex) ซึ่งอยู่บริเวณสมองส่วนขมับ (Temporal lobe)  โดยเมื่อได้ยินเพลงใดเพลงหนึ่งวนไปเวียนมาหลายครั้ง  สมองจะส่งข้อมูลเสียงไปเก็บไว้ในระบบความจำระยะสั้นที่ Phonological loop ซึ่งอยู่ใน Auditory cortex  สิ่งกระตุ้นให้เกิดภาวะ เพลงติดหู  ได้แก่ เพลงที่ฟังล่าสุด  เพลงที่ได้ยินซ้ำ ๆ  รวมถึงเพลงที่ได้ยินขณะเครียด หรือเพลงที่เชื่อมโยงถึงเหตุการณ์หรือความทรงจำในอดีต

นอกจากนี้ การศึกษาของเคลลี จาคูโบว์สกี้ (Kelly Jakubowski) นักจิตวิทยาดนตรี ยังพบอีกว่า คุณสมบัติของเพลงที่มีแนวโน้มจะติดหู มักเป็นเพลงที่มีความโดดเด่นกว่าเพลงอื่น ๆ มีท่วงทำนองเป็นเอกลักษณ์  และเป็นเพลงที่ร้องง่าย  โดยเฉพาะเนื้อเพลงที่มีท่อนฮุกร้องซ้ำๆ  ย้ำๆ  ซึ่งทำให้ผู้ฟังจดจำได้แค่ท่อนฮุก  สมองจึงพยายามหาทางออกจากท่อนฮุกนั้นให้ได้ แต่กลับกลายเป็นคิดวนเวียนอยู่แต่ท่อนฮุกเดิม ๆ นั้น

อาการเพลงติดหูอันตราย หรือไม่

นอกจากสร้างความรำคาญใจที่ไม่สามารถสลัดเสียงเพลงออกจากหูและสมองได้ บางคนคิดวนเวียนจนนอนไม่หลับแล้ว ภาวะเพลงติดหูไม่ถือว่ามีอันตรายใดๆ  ด้วยลักษณะเฉพาะของเพลงที่ทำให้ติดหู การได้ยินบ่อยๆ หรือร้องซ้ำๆ อาจช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้นได้  เรียกได้ว่ามีผลดีในแง่ของการตลาด เนื่องจากการทำให้เพลงติดหูเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อสินค้าหรือบริการ ส่งผลให้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในวงกว้าง รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสินค้าและองค์กร  ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางการค้าและรายได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีความบกพร่องทางสมอง เพลงติดหูอาจทำให้เกิดความเครียด หรือถูกครอบงำทางความคิดได้  รวมถึงอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน และลมชัก     พบได้น้อยในรายที่อาการเพลงติดหูยาวนานกว่า 24 ชั่วโมง ที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติบางอย่างในร่างกาย

วิธีสลัดอาการ เพลงติดหู

อาการเพลงติดหูสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และหายเองได้ในที่สุด แต่สำหรับผู้ที่เกิดความเครียดหรือกังวลใจจนกระทบต่อการใช้ชีวิต สามารถแก้ไขได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการฟังเพลงก่อนเข้านอน เนื่องจากภาวะเพลงติดหูอาจส่งผลให้นอนไม่หลับ
  • พยายามอย่าฟังเพลงซ้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะเพลงที่มีทำนองชวนติดตาม และเนื้อร้องที่ร้องง่ายและน่าสนใจ
  • ฟังเพลงจนจบ เพื่อเป็นการการเติมช่องว่างในสมองให้เต็ม การฟังเพลงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ส่งผลให้เกิดเซกานิกเอฟเฟ็กต์ (Zeigarnik effect) ทำให้สมองพยายามคิดวนเวียน
  • เคี้ยวหมากฝรั่ง เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่าย จากทฤษฎีที่บ่งบอกว่าขณะขยับขากรรไกรมีส่วนทำให้ความสามารถทางดนตรีลดลง
  • เดินเร็วหรือช้ากว่าจังหวะของเพลง โดยใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายรบกวนหน่วยความจำที่บันทึกจังหวะดนตรีเพื่อหยุดการเล่นซ้ำอัตโนมัติ
  • เบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นกับเพลงติดหู
  • อย่าพยายามควบคุมความคิดมากเกินไป อาจส่งผลตรงกันข้าม ยิ่งทำให้สมองวนเวียนอยู่กับเพลงเดิมๆ ท่อนซ้ำๆ จนยากจะสลัดออกจากหัว

อาการเพลงติดหูไม่ใช่โรค สามารถเกิดขึ้นกับทุกคนและเกิดขึ้นได้บ่อย รวมถึงหายเองได้ในเวลาไม่นาน กรณีที่เพลงติดหูสร้างความรำคาญจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติหรือรบกวนการนอน การเบี่ยงเบนความสนใจไปจดจ่อกับกิจกรรมอื่นๆ  หลีกเลี่ยงการฟังเพลงที่นิยมและเป็นกระแสจะช่วยให้ภาวะเพลงติดหูหายไปได้ แต่หากอาการเป็นนานกว่า 24 ชั่วโมง ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย เนื่องจากอาการเพลงติดหูอาจเป็นผลกระทบจากโรคเกี่ยวกับระบบสมอง


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

เราไม่อยากให้ใครป่วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

References

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 0 จาก 5 จำนวนโหวต 0 โหวด

ผู้เขียน

นพ. พรรษ กรรณล้วน สรุป: สาขาจิตเวชศาสตร์ สาขาจิตเวชศาสตร์