แชร์ข้อความนี้

มะเร็งร้ายในสตรี

มะเร็งร้ายในสตรี 

มะเร็งบนโลกนี้มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ แต่มะเร็งที่ฆ่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ จากข้อมูลล่าสุดของสถาบันมะเร็ง และองค์กรระดับนานาชาติ  พบว่า  โรคมะเร็งที่ผู้หญิงไทยเป็นและเสียชีวิตจำนวนมาก 3 อันดับแรก ได้แก่  มะเร็งเต้านม  มะเร็งปากมดลูก และ มะเร็งรังไข่ ตามลำดับ  ซึ่งมะเร็งแต่ละชนิดก็จะมีอาการและการตรวจรักษาที่แตกต่างกันไป   

มะเร็งเต้านม (Breast cancer)

ปัจจุบันในประเทศไทยมักพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ  และมะเร็งเต้านมนั้นเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับ 1 ของหญิงไทย   ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์  ทำให้เซลล์ในอวัยวะนั้น ๆ มีการทำงานที่ผิดปกติจึงทำให้เกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้   โดยส่วนมากมะเร็งเต้านมจะสามารถพบได้ในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป  และการลุกลามของโรคมะเร็งเต้านมจะมีทั้งหมด 4 ระยะ ได้แก่

  • ระยะที่ 1  –  เป็นอาการมะเร็งเต้านมในระยะก่อนลุกลาม ก้อนมะเร็งจะมีขนาดเล็กกว่า 2 เซนติเมตร และยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
  • ระยะที่ 2 –  ก้อนมะเร็งมีขนาดระหว่าง 2-5 เซนติเมตร และมีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ข้างเดียวกัน
  • ระยะที่ 3 –  ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตร และมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ข้างเดียวกันอย่างลุกลาม จนทำให้ก้อนน้ำเหลืองที่ถูกเซลล์มะเร็งกินรวมตัวติดกันเป็นก้อนใหญ่ หรือติดแน่นกับอวัยวะข้างเคียง
  • ระยะที่ 4 –  ก้อนมะเร็งมีขนาดโตเท่าไรก็ได้ แต่จุดสังเกตอยู่ที่การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง  โดยจะลุกลามไปยังอวัยวะส่วน อื่นๆ เช่น กระดูก ปอด ตับ หรือสมอง เป็นต้น

จากสถิติจะพบว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมหรือมีประวัติครอบครัวเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม  ผู้หญิงกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมสูงมากกว่าผู้หญิงทั่วๆไป   ดังนั้นจึงควรตรวจเช็คเต้านมด้วยตนเองหรือพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอัลตราซาวด์และดิจิตอลแมมโมแกรม  ทั้งนี้เพื่อช่วยลดอัตราการเสียชีวิตเนื่องจากมะเร็งเต้านมลงได้

มะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)

มะเร็งปากมดลูก  เป็นมะเร็งชนิดเดียวที่ไม่จำกัดเฉพาะสตรีสูงวัย แต่มีโอกาสเกิดขึ้นกับสตรีที่มีเพศสัมพันธ์แล้วทุกคน สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวี  อาการที่แสดง คือ  มีเลือดออกผิดปกติหลังมีเพศสัมพันธ์ (ที่ไม่ใช่ประจำเดือน) แต่ในระยะแรกนั้นจะไม่แสดงอาการอะไรชัดเจน  ทำให้ส่วนใหญ่กว่าจะพบอาการก็อยู่ในระยะ 2-3 แล้วซึ่งยากต่อการรักษาให้หายขาด และส่วนมากมักเสียชีวิตเกือบทุกราย ดังนั้นการป้องกันมะเร็งปากมดลูกสามารถทำได้โดยการเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก พร้อมกับการตรวจภายใน  เพื่อหามะเร็งในระยะเริ่มแรกและระยะก่อนเป็นมะเร็ง   อย่างน้อยทุกๆ 3 ปี  สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกไปรับบริการบ่อยครั้งก็ควรตรวจอย่างน้อยทุกๆ 5 ปี และหากผลการตรวจเป็นปกติ 2-3 ครั้ง ก็สามารถเว้นระยะห่างออกไปได้

ในปัจจุบันโรคมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกจึงเป็นแนวทางการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด  หลักการที่สำคัญ คือ  ควรได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์และร่างกายอยู่ในวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  โดยฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบขึ้นไป  นอกจากป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกในเด็กผู้หญิงแล้ว วัคซีนยังป้องกันโรคหูดหงอนไก่และมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชายได้อีกด้วย

สำหรับการรักษา  โรคมะเร็งปากมดลูกสามารถรักษาให้หายได้เพราะวิทยาการทางการแพทย์ในด้านการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกได้พัฒนาไปมาก   ทั้งด้านการผ่าตัด  การให้ยาเคมีบำบัด  หรือการใช้รังสีรักษา  แต่การรักษาโรคนี้จะได้ผลดีมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการตรวจพบโรคนี้ได้ในระยะเริ่มแรก   หากพบโรคในระยะท้ายของโรคอาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

มะเร็งรังไข่ (Ovarian cancer)

มะเร็งรังไข่  คือ โรคที่เกิดจากการที่มีเซลล์มะเร็งเจริญเติบโตในรังไข่  มักพบมากในผู้หญิงที่มีอายุ 40-60 ปี และอายุที่เพิ่มขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งรังไข่ก็มักเพิ่มขึ้นตาม   มะเร็งรังไข่ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดง แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น อาการท้องอืด  แน่นท้อง  ปวดในอุ้งเชิงกราน  น้ำหนักตัวลดลงหรือเพิ่มขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ปวดหลังตอนล่าง  เจ็บในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเป็นอย่างต่อเนื่องและค่อย ๆ เป็นมากขึ้นทีละน้อย ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยมักมาพบแพทย์ในระยะที่โรคลุกลามแล้ว

การตรวจเพื่อหาเซลล์มะเร็งรังไข่ไม่สามารถตรวจได้จากการตรวจภายในช่องคลอด (Pelvic exam) แต่การตรวจภายในก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องตรวจเป็นประจำ  ซึ่งควรเริ่มตรวจได้ตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป  นอกจากนี้หากต้องการตรวจเพื่อดูค่าสารมะเร็งที่สร้างจากเซลล์มะเร็งรังไข่โดยตรงนั้นคือการตรวจ (CA 125 assay) และ การตรวจอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound exam)  นอกจากนี้การรักษามะเร็งรังไข่ก็มีหลากหลายวิธี  เช่น  การผ่าตัด  การใช้เคมีบำบัด  การใช้รังสีรักษา  เป็นต้น

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi


เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม?

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.69 จาก 5 จำนวนโหวต 16 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ณัฐสุดา แสนทวี สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขารังสีร่วมรักษาของลำตัว