แชร์ข้อความนี้

รักษาโรคธาลัสซีเมีย โดยใช้ Stem Cell ของพ่อ-แม่

เด็กหญิง กัญญาภัค ช้างคนมี  “น้องต้นข้าว” ปัจจุบันอายุ 10 ปี

น้องป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย ฮีโมโกบิน-อี ตั้งแต่แรกเกิด  สุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยบ่อย  จนกระทั่ง 5 ขวบ กระดูกโครงสร้างหน้าเริ่มเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด การเจริญเติบโตทางด้านร่างกายช้ากว่าเด็กปกติ ตัวค่อนข้างเล็ก

ดังนั้น  น้องจึงต้องเริ่มรับเลือดเพื่อประคับประคองให้ร่างกายเจริญเติบโตสมวัย  โดยเริ่มรับเลือดครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2556 และรับต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน ตั้งแต่ ½ ถุงต่อเดือน จนถึง 2 ถุงต่อเดือน
ที่ผ่านมาทางครอบครัวมีความตั้งใจที่จะรักษาน้องให้หายขาดจากโรคที่เป็นอยู่ เนื่องจากน้องเป็นบุตรเพียงคนเดียว ไม่มีพี่น้อง  ดังนั้นจึงไปติดต่อขอรับบริจาค Stem Cell จากสภาการชาดไทย  แต่ที่ผ่านมายังไม่มีผู้บริจาคที่มีเนื้อเยื่อ HLA ตรงกับน้อง 100% เลย

แต่แล้วในช่วงต้นปี 2558 ทางครอบครัวได้ทราบข่าวว่า มีวิวัฒนาการในการรักษาแบบใหม่ ที่สามารถใช้ Stem Cell ของพ่อ-แม่ในการรักษาน้องได้ แม้ว่าเนื้อเยื่อ HLA ของพ่อหรือแม่จะไม่ตรงกับน้อง 100% ก็ตาม ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีและเป็นความหวังสำหรับครอบครัวมาก  โดยทางครอบครัวได้รับคำอธิบายขั้นตอนและวิธีการรักษาจากอาจารย์หมอสุรเดช หงส์อิง เป็นอย่างดี รวมถึงได้รับกำลังใจที่ดีจากทีมแพทย์และพยาบาล ดังนั้น ทางครอบครัวจึงตัดสินใจให้น้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการดังกล่าวทันที

น้องเริ่มรับการรักษาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2558 โดยการให้คีโมรวม 10 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม – เมษายน  และเริ่ม Admit ที่โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2558 ถึง วันที่ 28 มิถุนายน 2558 เพื่อปลูกถ่ายไขกระดูก โดยใช้ Stem Cell จากคุณแม่

ตลอดระยะเวลาที่ Admit ที่โรงพยาบาล ทางครอบครัวได้เห็นและรับรู้ ถึงความตั้งใจ ความเอาใจใส่ และความทุ่มเทของทีมแพทย์และพยาบาลในการดูแลรักษาน้อง  ซึ่งทุกขั้นตอนการรักษามีการวางแผนและการเตรียมการไว้เป็นอย่างดี รวมถึงสื่อสารให้ครอบครัวเข้าใจทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ซึ่งถือว่ามีความเป็นมืออาชีพสูงมาก อีกทั้ง ห้องพักรักษาก็มีความทันสมัย สะดวกสบาย แยกสัดส่วนระหว่างผู้ป่วยและคนเฝ้า  ภายหลังการปลูกถ่ายไขกระดูกแล้วเสร็จ น้องต้องพักฟื้นที่บ้านอีกประมาณ 1 ปี จึงจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้

“ปัจจุบันน้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วยอีกเลย พัฒนาการทางด้านร่างกายเติบโตสมวัยเท่ากับเด็กปกติ  และไม่ต้องรับเลือดอีกแล้ว
สุดท้ายนี้ ทางครอบครัวต้องขอขอบคุณ วิวัฒนาการทางการแพทย์ที่สามารถใช้ไขกระดูกของพ่อ-แม่ในการรักษาน้องได้ และขอขอบคุณทีมแพทย์โดยเฉพาะอาจารย์หมอสุรเดช หงส์อิง, คุณหมอพรชนก เอี่ยมศิริรักษ์  พี่ๆ พยาบาลที่ศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูก โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ ทุกท่าน ที่ได้ให้ชีวิตใหม่ที่ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บกับน้องค่ะ” คุณแม่

ภายใต้การรักษาของ:

พญ. พรชนก เอี่ยมศิริรักษ์ สรุป:

สาขากุมารเวชศาสตร์

อนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก


ศ.นพ. สุรเดช หงส์อิง สรุป:

สาขากุมารเวชศาสตร์

อนุสาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก