แชร์ข้อความนี้

ติ่งเนื้อวายร้าย

Testimonial_colon_cancer_HL

“เดินอยู่ในบ้านดีๆ ก็มีเลือดไหลออกมาคิดว่าถ่ายท้องจึงไปเข้าห้องน้ำ ในโถมีแต่เลือดเต็มไปหมด ตกใจทำอะไรไม่ถูก ลูกสาวรีบโทรปรึกษาคุณหมอ คุณหมอบอกให้เข้ามาส่องกล้องด่วน” คุณป้าฉลวย เจียมเจิม บอกเล่าเหตุการณ์ในวันนั้น

คุณป้าฉลวย เจียมเจิม เป็นคนไข้ของคุณหมอธวัช มงคลพร มาประมาณ 5 ปีแล้ว ตอนนั้นคุณป้าอายุ 56 ปี คุณหมอจึงแนะนำให้คุณป้าส่องกล้อง เนื่องจากคุณป้าอายุเกิน 50 ปีแล้ว บวกกับคุณป้ามีภาวะไขมันคั่งสะสมในตับ และเบาหวานร่วมด้วย ซึ่งคุณหมอได้ติดตามอาการกันมาสักพักแล้ว แต่ด้วยความกลัวการส่องกล้องคุณป้าจึงหลีกเลี่ยงมาตลอด คุณหมอเล่าว่า “แต่คุณป้าน่ารักมากนะครับ ถึงแม้จะไม่ยอมส่องกล้อง แต่ไม่เคยผิดนัดหมอเลย หมอนัดทุกครั้งก็มาทุกครั้ง มาตรวจอย่างอื่น แต่ยังไงก็ไม่ยอมส่องกล้อง”

จนวันที่คุณป้ามีเลือดออก คุณป้าจึงยอมส่องกล้อง ผลปรากฏว่าคุณหมอพบติ่งเนื้อเล็กๆ ประมาณ 2-3 ติ่ง และพบก้อนใหญ่ประมาณ 1.5 ซม. อีกหนึ่งก้อน ซึ่งดูแล้วไม่สวยเลย ไม่น่าไว้วางใจ จึงเรียกลูกสาวของคุณป้ามาดูและแจ้งว่าจะทำการตัดติ่งเนื้อออกพร้อมส่งตรวจยืนยันอีกครั้งว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ผลการยืนยันออกมาว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ยังนับว่าเป็นโชคดีของคุณป้าที่ลักษณะก้อนเนื้อนั้นโป่งออกมามาก มีส่วนที่ติดอยู่ระหว่างผิวเพียงเล็กน้อย ทำให้การผ่าตัดก้อนเนื้อทำได้ง่ายโอกาสทะลุน้อย และที่สำคัญผลคือยังเป็นมะเร็งในระยะแรก แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นมะเร็งก็ยังไว้วางใจไม่ได้ คุณหมอจึงต้องนัดคุณป้าเข้ามาทำการผ่าตัดเลาะเนื้อบริเวณรอยๆ ก้อนเนื้อนั้นเพิ่มอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเซลล์มะเร็งตกค้างอยู่ และความโชคดีของคุณป้าอีกอย่างหนึ่งคือ ตำแหน่งที่เป็นนั้นอยู่ใหล้รูทวาร การผ่าตัดครั้งที่ 2 จึงทำได้ง่ายกว่าตำแหน่งที่อยู่ลึกเข้าไปข้างใน

คุณป้าฉลวย เจียมเจิม บอกว่า “ตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง ใจมันตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทำอะไรไม่ถูก เวลาใครมาเยี่ยมบ้านจะร้องไห้ทุกที แต่ตอนนี้หายดีแล้ว คุณหมอติดตามอาการก็บอกว่าสบายใจได้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว คุณหมอแกน่ารัก เอาใจใส่ป้าดี ที่บ้านป้าทั้งบ้านให้คุณหมอดูแลทุกคนเลย” คุณป้ายังขอฝากถึงทุกๆ คนเพิ่มเติมว่า “ถ้าเราอายุมากแล้ว คุณหมอแนะนำให้ส่องกล้องก็ส่องเถอะ เพราะเรามองไม่เห็น แต่กล้องมันเห็น อย่างป้าเองหนีไปหนีมาสุดท้ายก็ต้องส่องอยู่ดี ถ้ายอมส่องตั้งแต่วันนั้นก็อาจจะยังเป็นแค่ติ่งเนื้อธรรมดาที่ยังไม่เป็นมะเร็งก็ได้”

สุดท้าย นพ.ธวัช มงคลพร (อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ รพ.สมิติวเช สุขุมวิท) ขอฝากว่า “การส่องกล้องอาจสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ก็จริง แต่โอกาสเกิดนั้นน้อยมากแค่ 1-2คนใน 1,000 คน ถ้าอายุถึงแล้วก็ควรจะส่องเพื่อป้องกันและรักษาได้ในคราวเดียวกัน บางคนอาจจะไม่โชคดีเหมือนคุณป้า ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ มันอาจจะไม่ใช่มะเร็งระยะแรกที่เราจะเจอ การรักษาก็จะยากขึ้น ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้น โอกาสหายก็น้อยกว่าครับ

 

ภายใต้การรักษาของ:

นพ. ธวัช มงคลพร สรุป:

สาขาอายุรศาสตร์

อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร