แชร์ข้อความนี้

ชีวิตยังมีความหวังเสมอ

rsz_2mf0a4982

คุณเพ็ญศรี แซ่โค้ว เจ้าของรีสอร์ทบูราโน่ สวนผึ้ง ผู้มีครอบครัวที่น่ารักอันแสนอบอุ่น มีสามี (คุณมั่งมี วนาประเสริฐศักดิ์) ที่ดูแลและครองคู่มายาวนานกว่า 30 ปี แต่ทว่าคุณเพ็ญศรีกลับมีโรคประจำตัวคือโรค SLE (โรคแพ้ภูมิต้านทานตัวเองหรือโรคพุ่มพวง) มานานนับ 20 ปีจนกระทั่งโรคนี้ไปทำลายเยื่อตับจนทำให้กลายเป็นตับแข็ง และมีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง ศ.นพ.ดร. ปิยะวัฒน์ โกมลมิศร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับและโรคระบบทางเดินอาหารที่โรงพยาบาลสมิติเวชจึงแนะนำให้คุณเพ็ญศรีเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนตับเพื่อให้ตนเองมีโอกาสมีชีวิตรอด

หลังจากตัดสินใจเริ่มรับการผ่าตัด คุณเพ็ญศรียังได้ นพ. ณัฐวุฒิ สิริมนตาภรณ์ แพทย์อายุรกรรมผู้เชี่ยวชาญและระบบทางเดินอาหารเป็นผู้ดูแลเพิ่มขึ้นอีกท่าน นอกเหนือจากนั้น คุณเพ็ญศรียังได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งรวมถึง พญ. อรพร สีห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ  นพ.สุชาติ จิระจักรวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินหายใจและภาวะวิกฤต  ญ. ศุภรัตน์ อุปมา ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต  นพ. วรพจน์ ตันติศิริวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ  พญ.ภคพร ไชยพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิสม  และ พญ.ปวีณา อุดมวิบูลย์ชัย ผู้เชี่ยวชาญโรคเลือด  

ทั้งขั้นตอนในการรอคอยจนถึงวันเข้ารับการผ่าตัดเป็นกระบวนการอันยาวนานและน่ากลัวสำหรับคุณเพ็ญศรีเป็นอย่างมาก แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากครอบครัวและการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทั้งพยาบาลและคุณหมอผู้เชี่ยวชาญทุกท่าน การผ่าตัดเปลี่ยนตับของคุณเพ็ญศรีจึงประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี

วันนี้คุณเพ็ญศรีจึงอยากมาแบ่งปันเรื่องราวของตนเองเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยคนอื่น…ว่าชีวิตยังมีความหวังเสมอ

“คุณหมอพูดตรง ๆ เลยว่าถ้าไม่ผ่าตัดปลูกถ่ายตับก็ตายอย่างเดียว แต่ถ้าเปลี่ยนก็ยังมีโอกาสรอด”

“ดิฉันเป็นคนไข้ที่สมิติเวชมา 30 ปีแล้วค่ะ ตัวดิฉันเป็นโรค SLE หรือโรคพุ่มพวงจนกระทั่งโรคนี้ไปทำลายเยื่อตับของดิฉัจนทำให้กลายมาเป็นตับแข็ง โดยเป็นโรคนี้มา 20 กว่าปีและรับการรักษามาโดยตลอด ช่วงนั้นดิฉันกลัวมาก ศึกษาการรักษาหลากหลายวิธี จนพบว่าคุณหมอที่เก่งมาก ๆ เรื่องนี้คือคุณหมอปิยะวัตน์ที่สมิติเวช คุณหมอดีมากและทำให้ดิฉันไว้ใจ  คุณหมอแนะนำและอธิบายหลายอย่าง จนดิฉันรักษากับคุณหมอเรื่อยมา”

“ในระยะหลังคุณหมอปิยะวัฒน์ก็บอกดิฉันว่าได้รักษามาจนถึงที่สุดแล้ว ตับของดิฉันก็เสื่อมลงตลอด ตับแข็งมาก ทำงานน้อยลง หมดยารักษาและหมดสภาพแล้ว ถ้าดิฉันจะมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยก็ต้องรับการเปลี่ยนตับ ถ้าไม่เปลี่ยนตับก็ตายอย่างเดียว ถ้าเปลี่ยนก็ยังมีโอกาสรอด  คุณหมอพูดตรง ๆ อย่างนี้กับดิฉันเลย ดิฉันจึงปรึกษากับสามีและลูก ๆ ทุกคนในครอบครัวบอกให้ดิฉันผ่าตัดเถอะจะได้มีโอกาสรอด คุณหมอที่สมิติเวชก็เก่งทั้งนั้น พวกพยาบาลและผู้บริหารทุกคนก็ให้กำลังใจ  ดิฉันจึงลงชื่อเข้ารับบริจาคตับจากสภากาชาด หลังจากเข้าชื่อมา 2 ปี ดิฉันก็ได้รับบริจาคและทางโรงพยาบาลก็นัดมาผ่าตัด”

หลังจากเข้ารับการผ่าตัด คุณเพ็ญศรีพักอยู่ในห้องไอซียูเป็นเวลา 2 อาทิตย์และพักอยู่ในห้องพิเศษอีก 1 อาทิตย์จนกระทั่งคุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้เพราะคุณเพ็ญศรีแข็งแรงดีเกินคาด  แต่สามีของคุณเพ็ญศรีบอกให้อยู่ต่ออีก 2 อาทิตย์ด้วยความเป็นห่วงในตัวภรรยา อยากให้ภรรยาอยู่ใกล้คุณหมอ มีอาหารสะอาดรับประทาน และมีคนดูแลเต็มที่ เมือคุณเพ็ญศรีเดินทางกลับไปยังรีสอร์ทที่สวนผึ้ง อาการของคุณเพ็ญศรีดีขึ้นมากถึงขนาดสามารถทำอาหารเลี้ยงลูกค้าได้อย่างมีความสุข

ผ่านไปเกือบหนึ่งปี คุณเพ็ญศรีเต็มใจที่จะเล่าถึงประสบการณ์หลังการผ่าตัดและชีวิตที่เปลี่ยนไปของเธอ…

“ตอนนี้ดิฉันแข็งแรงและดีมาโดยตลอด ความสนิทสนมกับคุณหมอและพยาบาลก็ยังเหมือนเดิม”

“ผ่านไปเกือบหนึ่งปี ดิฉันยังมานัดพบคุณหมอเดือนละครั้ง ความสนิทสนมกับทุกคนที่สมิติเวชก็ยังเหมือนเดิมเลยค่ะ คิดถึงก็โทรหากัน ทุกครั้งที่ดิฉันมาโรงพยาบาล พยาบาลหรือหัวหน้าพยาบาลก็มาดูแลดิฉัน  ทุกท่านก็มาอำนวยความสะดวก ทั้งอาจารย์ ผู้ช่วย ทุกคนในแผนกก็มาบริการดิฉันเป็นอย่างดี แผนกอื่นที่ดิฉันต้องไปเช็กร่างกายก็ดูแลดิฉันดีไม่แพ้กัน ดิฉันมีความมั่นใจมากในคุณหมอจากทุกแผนกเที่มาดูแลดิฉัน ดิฉันปลื้มมาก สุขกาย สบายใจมาจนถึงทุกวันนี้ ทุกคนที่สมิติเวช ทั้งพยาบาลก็ดี หัวหน้าพยาบาลก็ดี ผู้บริหารต่างให้ความเป็นกันเอง ให้กำลังใจมาโดยตลอดตั้งแต่ยังไม่ผ่าตัดจนผ่าตัดเสร็จ จนกลับไปรักษาพักฟื้นที่บ้าน ทางโรงพยาบาลก็ยังส่งคนไปดูแลและเยี่ยมเยียนดิฉันอยู่ตลอด”

“เพราะการผ่าตัดปลูกถ่ายตับ ดิฉันจึงแข็งแรงจนสามารถไปเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ ลูกชายดิฉันพาไปแก้บนที่ฮ่องกง ดิฉันได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด และเมื่อเดือนที่แล้วดิฉันกับคณะเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันก็ได้ไปเที่ยวมาเก๊า จนเพื่อน ๆ และลูก ๆ ต่างล้อว่าดิฉันเดินเร็วและกระฉับกระเฉงเหลือเกิน! ใช้ชีวิตไปกินไปเที่ยวได้เป็นปกติ มีความสุขมากเลยค่ะ”

จากประสบการณ์แห่งชีวิตที่ผ่านมา คุณเพ็ญศรีจึงอยากให้กำลังใจกับผู้ที่กำลังเผชิญสถานการณ์เดียวกัน…

“ถ้าท่านหรือญาติเป็นโรคตับ ดิฉันขอให้กำลังใจให้มาพบหรือปรึกษาคุณหมอที่สมิติเวช เพราะมีคุณหมอหลายท่านที่รักษาเกี่ยวกับเรื่องตับโดยเฉพาะ ท่านไม่ต้องกลัวอะไรเลย เพราะสมัยนี้ ทางโรงพยาบาลมีเครื่องมือที่ทันสมัยและปลอดภัย ดิฉันมั่นใจในฝีมือของคุณหมอเป็นอย่างมาก อยากให้กำลังใจทุกท่านว่าอย่ากลัว กำลังใจจากสมาชิกในครอบครัวก็สำคัญ ดูแลรักษาตัวเองให้ดี เป็นอะไรก็ปรึกษาคุณหมอ เพราะคุณหมอทุกท่านให้ความกระจ่างแก่เรา ทำให้เราเข้าใจในการปฎิบัติตัวอย่างถูกวิธี  ถามอะไรก็ได้ ไม่ต้องกลัวหรือคิดเยอะเพราะเดี๋ยวนี้ ทั้งนวัตรกรรมทางการแพทย์และคุณหมอเก่งมากค่ะ”

เรื่องราวของคุณเพ็ญศรีเป็นเรื่องราวอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความห่วงใยของทั้งคุณหมอ พยาบาลและครอบครัว คุณเพ็ญศรีจึงกล่าวทิ้งท้ายด้วยสิ่งที่ตนได้เรียนรู้จากประสบการณ์นี้ …ว่าไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับความห่วงใยที่เรามีต่อเพื่อนมนุษย์

“ดิฉันก็ช่วยเหลือผู้คนมาโดยตลอด แต่หลังจากประสบการณ์นี้ ดิฉันอยากทำมากกว่าเดิมอีก ชีวิตที่เหลือของดิฉันได้อุทิศว่า ถ้าดิฉันสามารถมีส่วนช่วยเหลือใครได้ ดิฉันก็จะพยายามช่วย เพราะสิ่งนี้ทำให้ดิฉันมีความสุขมากค่ะ”

rsz_1mf0a4968

 

ภายใต้การรักษาของ:

นพ. ณัฐวุฒิ สิริมนตาภรณ์ สรุป:

สาขาอายุรศาสตร์

สาขาอายุรศาสตร์