แชร์ข้อความนี้

อาจไม่ใช่แค่นอนกรน แต่หยุดหายใจขณะหลับ

Snoring

“นอนกรน” เกิดจากการที่ขณะหลับมีการสั่นสะเทือนของลิ้นไก่และเพดานอ่อนที่แรงมากกว่าปกติ เนื่องจากตอนนอน กล้ามเนื้อส่วนนี้มีการหย่อนคล้อยลงมา ทำให้เกิดการปิดกั้นเส้นทางการหายใจ เราจึงหายใจเอาอากาศเข้าสู่หลอดลมและปอดได้ไม่สะดวก ลมที่ถูกปิดกั้นนี้ทำให้ลิ้นไก่และเพดานอ่อนเกิดการสั่นกระพือจนเกิดเป็นเสียงกรนขึ้นนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้วคนที่นอนกรนจะมีช่องที่หลังลิ้นไก่แคบ ซึ่งเป็นมาตั้งแต่เกิด แต่กรนเกิดขึ้นภายหลังจากปัจจัยเสริม ได้แก่ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ขนาดของคอ เนื้อรอบคอที่มีมาก ทำให้มีขนาดคอใหญ่ หรือเป็นจากโรคทางระบบประสาททำให้กล้ามเนื้อที่คอมีความอ่อนแอ

การนอนกรนนั้นอาจเป็นอันตรายมากกว่าที่คิดได้ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการนอนกรนนั้นดูเป็นเรื่องเล็กน้อย บางคนคิดว่าเป็นการบอกว่าเราหลับสนิทเสียอีก ซึ่งทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่า จริงๆ แล้ว การนอนกรนนั้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายผิดปกติ และมีการรบกวนการนอนหลับ  การนอนกรนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย และการนอนกรนที่รุนแรงและต่อเนื่องนั้น ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสำคัญๆ ต่างๆ หลายโรคได้ อาทิเช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย อัมพฤกษ์อัมพาต สมรรถภาพทางเพศถดถอย และอาจถึงขั้นเสียชีวิตจากการหยุดหายใจในขณะหลับได้   ถึงแม้การนอนกรนอาจไม่ทำอันตรายกับสุขภาพ แต่ก็อาจสร้างปัญหาอย่างอื่นได้ เช่น มีปัญหากับชีวิตคู่ ปัญหาทางสังคม ทำให้เกิดความรู้สึกอาย หรือ เสียบุคลิกภาพ เป็นต้น

โรคนอนกรนนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ

นอนกรนแบบธรรมดา

การนอนกรนแบบธรรมดา คือการนอนกรนเสียงดังอย่างเดียว ถือเป็นภาวะที่ก่อความรำคาญต่อคู่สมรส หรือคนอื่นๆ ที่นอนร่วมห้อง หรือข้างเคียง ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิตคู่ สร้างความอับอาย ทำให้ไม่กล้านอนร่วมห้องกับผู้อื่น

นอนกรนแบบมีหยุดหายใ

นอนกรนแบบมีหยุดหายใจเกิดจากการที่มีทางเดินหายใจแคบมากในเวลาหลับ โดยที่เมื่อยังหลับไม่สนิทจะยังเป็นการกรนที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อหลับสนิทจะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และจะมีช่วงหยุดกรนไปชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ (Obstructive sleep apnea) ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับการกลั้นหายใจ ช่วงที่หยุดหายใจนี้เอง ที่ทำให้เกิดอันตรายเนื่องจากระดับออกซิเจนในเลือดแดงจะลดต่ำลงอย่างมาก ทำให้เกิดความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ ปอด และสมอง ซึ่งร่างกายจะมีกลไกตอบสนองต่อภาวะนี้ โดยสมองของเราจะถูกปลุกหรือกระตุ้นให้ตื่นขึ้น ทำให้การหลับของเรานั้นถูกรบกวน ทำให้เราต้องตื่นขึ้นเพื่อหายใจใหม่ สามารถสังเกตได้ว่าจะมีอาการสะดุ้งตื่น หรือมีอาการคล้ายๆ กำลังสำลักน้ำลายตนเอง หรือบางคนอาจมีอาการหายใจอย่างแรงเหมือนขาดอากาศ อาการตอบสนองเหล่านี้เป็นไปเพื่อทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน สมองจะเริ่มหลับอีก และก็จะเกิดภาวะขาดอากาศอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนเวียนอย่างนี้เป็นจำนวนหลายครั้งในแต่ละคืน แต่หลายคนคงอยากรู้ว่าเหมือนเราตื่นบ่อย แต่ทำไมเราจำไม่ได้ว่ามีอาการตื่น เนื่องจากการตื่นเพื่อให้มีอากาศเข้าไปในปอด เป็นเพียงไม่กี่วินาที ทำให้เราจำไม่ได้   ยิ่งหยุดหายใจมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลให้กลางวันง่วงมากหรือเพลียมากเท่านั้น

วิธีสังเกตว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่

ในบางครั้งผู้ที่นอนกรน ไม่สามารถรู้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วยหรือไม่ อาจให้คนใกล้ชิดช่วยสังเกตอาการให้ เช่น มีอาการสะดุ้งตื่น หรือมีอาการคล้ายๆ สำลักน้ำ หรือมีอาการหายใจอย่างแรงเหมือนขาดอากาศ หรือไม่  หรืออาจพิจารณาด้วยตนเองว่าเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่านอนหลับไม่เต็มอิ่ม รู้สึกไม่สดชื่น ทั้งที่มีเวลานอนพียงพอหรือปวดศรีษะเป็นประจำในตอนเช้า และมีอาการของกรดไหลย้อน เป็นต้น



บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.44 จาก 5 จำนวนโหวต 48 โหวด

ผู้เขียน

นพ. เกษียรสม วีรานุวัตติ์ สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ สาขาอายุรศาสตร์