แชร์ข้อความนี้

PM 2.5 กับโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

HIGHLIGHTS:

  • ฝุ่นจิ๋ว PM ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 4 ล้านคนในปี ค.ศ. 2015 ซึ่งมากขึ้นถึง 7.8% เมื่อเทียบกับปี คศ. 2005
  • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และโรคหอบหืด สาเหตุเกิดจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง PM เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการอักเสบในทางเดินหายใจ
  • สตรีตั้งครรภ์ จะส่งผลต่อทารกในครรภ์มารดา เช่น ปอด, สมอง และอาจส่งผลระยะยาวต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ


ปัจจุบันทุกคนคงตระหนักและทราบกันดีว่า มลพิษทางอากาศส่งผลต่อสุขภาพโดยตรง มลพิษที่มีบทบาทสำคัญในขณะนี้ คือ PM ย่อมาจาก particular matter เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ จากควันรถยนต์ การเผาไหม้ต่าง ๆ และควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ในช่วงที่อุณหภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ความชื้นสูง โดยเฉพาะสถานที่ที่มีตึกสูงจำนวนมาก ทำให้การไหลถ่ายเทของอากาศไม่ดี ยิ่งทำให้ฝุ่น PM ฟุ้งออกไปได้ยาก

โดย PM แบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด

  • Coarse PM = PM 10 มีขนาด 5-10 ไมครอน อนุภาคเหล่านี้จะเข้าไปที่หลอดลม
  • Fine PM = PM 2.5 มีขนาด 1-2.5 ไมครอน อนุภาคเหล่านี้จะเข้าไปที่หลอดลมฝอย และถุงลม
  • Ultrafine PM = PM 0.1 มีขนาด ไม่เกิน 1 ไมครอน อนุภาคเหล่านี้จะเข้าไปในเซลล์ได้โดยตรง

ซึ่งขณะนี้มลพิษตัวจิ๋วกำลังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่สำคัญทั่วโลก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 4 ล้านคนในปีค.ศ. 2015 ซึ่งมากขึ้นถึง 7.8% เมื่อเทียบกับปีคศ. 2005

สำหรับโรคระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อยคือ

  • โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และโรคหอบหืด สาเหตุเกิดจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่ง PM เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดการอักเสบในทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคดังกล่าว หรือทำให้อาการแย่ลง
  • สำหรับสตรีตั้งครรภ์ จะส่งผลต่อทารกในครรภ์มารดา เนื่องจากทารกมีการเจริญเติบโตและอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาอวัยวะต่าง ๆ เช่น ปอดและสมอง การได้รับมลพิษในช่วงนี้อาจส่งผลระยะยาวต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงมลพิษเป็นพิเศษโดยเฉพาะหญิงที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 6 เดือน

ดังนั้นการป้องกัน PM ที่ดีคือควรสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นพิษขนาดเล็ก รวมทั้งหากมีโรคภูมิแพ้หรือมีอาการที่สงสัย ควรปรึกษาแพทย์ และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

วิธีการป้องกันฝุ่น PM

  • งดกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ใส่อุปกรณ์ป้องกัน
  • ติดตามการเฝ้าระวังดัชนีคุณภาพอากาศ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย

ระดับคุณภาพอากาศในอาคารที่เหมาะสม คือ

  • ระดับ AQI < 50 หรือ PM 2.5 < 37 มคก./ลบ. ม.

เมื่อระดับคุณภาพอากาศภายนอกเกินเกณฑ์มาตรฐานควรปฏิบัติดังนี้

  • ควรปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ระวังอย่าให้ ห้องร้อนเกินไป
  • ไม่สูบบุหรี่ หรือจุดธูปในอาคาร
  • ถูพื้นโดยใช้ผ้าเปียก เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง
  • ใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศที่สามารถกำจัด PM 2.5 ได้
  • ไม่ควรใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องฟอกอากาศที่มีการผลิตโอโซน เพราะโอโซนในปริมาณมากเป็นมลพิษอย่างหนึ่ง

ที่มา: ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย, สมาคมโรคระหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก, สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.36 จาก 5 จำนวนโหวต 11 โหวด

ผู้เขียน

พญ. นันทนัช หรูตระกูล สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน