แชร์ข้อความนี้

การดูแลรักษาผิวบอบบางและแพ้ง่าย (Patch Test)

skin-test

 

ปัญหาผื่นผิวหนังอักเสบ ที่เกิดจากการสัมผัสสารกระตุ้นจากภายนอกร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดการแพ้สัมผัส การทดสอบโดยการนำสารที่สงสัยไปปิดทดสอบที่ผิวหนังทีละ 36 ชนิด แล้วอ่านผลใน 48 ถึง 72 ชั่วโมง

ในกรณีที่ สงสัยว่าจะมีการแพ้ชนิดที่เป็น ผื่นสัมผัส เช่นแพ้พลาสเตอร์ แพ้ถุงมือ หรือ แพ้เครื่องประดับ เป็นต้น สารเคมีต่างๆ เหล่านี้สามารถกระตุ้นทำให้เกิดผื่นแพ้สัมผัสได้ โดยมักมีอาการผื่นแดง แห้ง ลอกบริเวณผิวหนังที่สัมผัสกับสารเหล่านั้น และมักเป็นๆหายๆ หลังจากรักษาแล้วสักระยะเวลาหนึ่งก็จะกลับมาเป็นซ้ำลักษณะเหมือนเดิมเนื่องจากสัมผัสสารนั้นซ้ำๆ ผิวหนังบริเวณเดิม ซึ่งพบบ่อยบริเวณหน้า มือ เปลือกตา ริมฝีปาก สำหรับผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้

เราสามารถทดสอบหาสาเหตุของผื่นแพ้สัมผัสได้โดยการทำ Patch Test โดยจะต้องหยุดยาแก้แพ้มาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และไม่ได้อยู่ในช่วงผื่นเห่อรุนแรง

การเตรียมตัวก่อน ระหว่าง และหลังการทำทดสอบ Patch Test

  • ควรนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ หรือสงสัยว่าอาจเป็นสาเหตุของอาการแพ้ เช่น ครีม ยาทา หรือเครื่องสำอางมาด้วย พร้อมบรรจุภัณฑ์และฉลาก
  • ปิดแผ่นพลาสเตอร์ที่มีสารที่จะทำการทดสอบทิ้งไว้บริเวณแผ่นหลังเป็นเวลา 48 ชั่วโมง หลังจากนั้นแพทย์จะนัดพบเพื่ออ่านผลครั้งแรก และจะนัดพบครั้งที่สองเมื่อครบ 96 ชั่วโมง ในกรณีที่สงสัยสารก่อภูมิแพ้บางชนิด ต้องมาพบแพทย์เพื่อทำการอ่านผลการทดสอบในวันที่ 7 เพิ่มเติม
  • ระหว่างระยะเวลาที่ทำการทดสอบ ควรระวังไม่ให้ผิวหนังเปียกน้ำหรือได้รับความชื้น โดยปกติมักปิดแผ่นพลาสเตอร์ที่บริเวณแผ่นหลัง แต่บางครั้งอาจปิดที่บริเวณแขน กรณีทดสอบสารไม่กี่ชนิด
  • ขณะทำการทดสอบ ควรงดกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น การเล่นกีฬา
  • ขณะทำการทดสอบ อาจมีอาการคันหรือระคายเคืองบ้างเล็กน้อยบริเวณที่ทำการทดสอบ ซึ่งเกิดจากสารเคมีที่เป็นสาเหตุทำปฏิกิริยาให้เกิดผื่นแพ้เล็กๆ บริเวณที่ทำการทดสอบ
  • งดทำการทดสอบ Patch Testในสตรีมีครรภ์
  • กรณีผู้ที่ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ ควรงดยาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนการทดสอบ เพราะสเตียรอยด์มีผลกดภูมิคุ้มกัน ทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อน
  • หลังทำการทดสอบเสร็จแล้ว แพทย์จะแจ้งผลให้ทราบว่าเกิดจากสารเคมีชนิดใด พบในผลิตภัณฑ์ชนิดใดบ้าง และแนะนำวิธีการปฏิบัติตัว การหลีกเลี่ยง และการป้องกันการสัมผัสสารเคมีเหล่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดผื่นแพ้สัมผัสขึ้นมาอีก

หลังทำการทดสอบเสร็จแล้ว แพทย์จะแจ้งผลให้ทราบว่าเกิดจากสารเคมีชนิดใด พบในผลิตภัณฑ์ชนิดใดบ้าง และแนะนำวิธีการปฏิบัติตัว การหลีกเลี่ยง และการป้องกันการสัมผัสสารเคมีเหล่านั้น เพื่อป้องกันการเกิดผื่นแพ้สัมผัสขึ้นมาอีก ผู้ที่สงสัยว่าตนอาจมีปฏิกิริยาไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา เนื่องจากต้องอยู่ในความดูแลและการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อค้นหาสารซึ่งเป็นสาเหตุแห่งการเกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนังได้

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.70 จาก 5 จำนวนโหวต 67 โหวด

ผู้เขียน

พญ. พีรธิดา รัตตกุล สรุป: สาขาตจวิทยา สาขาตจวิทยา