แชร์ข้อความนี้

วิตามิน-สารอาหารรองที่ร่างกายขาดไม่ได้(Micronutrients)

HIGHLIGHTS:

  • Micronutrients เป็นสารอาหารรองที่ไม่ให้พลังงานและร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยแต่ก็ขาดไม่ได้เลย
  • วิตามินคือสารอินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยมากในแต่ละวันร่างกายเราไม่สามารถสังเคราะห์สารเหล่านี้ได้เอง
  • อาการที่พบว่าขาดวิตามินดี ได้แก่ อ่อนเพลีย ปวดหัว ปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อ ภาวะซึมเศร้า แผลหายช้า ผมร่วง

Micronutrients

คือสารอาหารรองเป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงานและร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยแต่ก็ขาดไม่ได้เลย สารอาหารกลุ่มนี้ถึงไม่ให้พลังงานโดยตรงแต่มีบทบาทที่สำคัญในกระบวนการทำงานต่างๆของร่างกาย เช่น ช่วยสนับสนุนการเผาผลาญ เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมน และมีส่วนช่วยในการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกาย ประกอบไปด้วย

  • แร่ธาตุ (minerals) ได้แก่ แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม
  • Trace element ได้แก่ ซีลีเนียม โครเมีนม ไอโอดีน คอปเปอร์ สังกะสี เหล็ก
  • วิตามิน (Vitamin) แบ่งเป็น 2พวกได้แก่
    • วิตามินที่ละลายในน้ำ(Water soluble) ได้แก่ วิตามินบีและ วิตามินซี เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้จะไม่สะสมในร่างกาย ปริมาณที่เหลือใช้จะถูกขับออกทางปัสสาวะ
    • วิตามินที่ละลายในไขมัน(Fat soluble) ได้แก่วิตามินอี วิตามินดี วิตามินเอ วิตามินเค สะสมที่ตับและเนื้อเยื้อไขมันทั่วร่างกาย ดังนั้นถ้ากินเข้าไปมากๆ ติดต่อกัน เป็นเวลานาน อาจเกิดอันตรายได้

สารอาหารหลัก (Macronutrients) เป็นตัวให้พลังงานก็จริงแต่จะให้พลังงานได้ก็ต่อเมื่อมีสารอาหารรอง (Micronutrients)ในปริมาณที่เพียงพอที่จะทำให้มันทำงานได้

ซึ่งพุดสรุปได้ว่าวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มีส่วนสำคัญมากในขบวนการทำงานต่างๆของร่างกาย

วิตามินคืออะไร

วิตามินคือสารอินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณเพียงเล็กน้อยมากในแต่ละวันเพื่อการเจริญเติบโต และการสร้างพลังงานของทุกเซลล์ในร่างกาย และขาดไม่ได้เพราะมีบทบาทในการควบคุมการทำงานขอเซลล์ต่างๆในร่างกายให้เป็นปกติ ร่างกายเราไม่สามารถสังเคราะห์สารเหล่านี้ได้เอง และต้องได้รับจากอาหาร

วิตามินที่พบว่าขาดบ่อยๆ

1. ขาดธาตุเหล็ก

เป็นธาตุอาหารที่ร่างกายสร้างเองไม่ได จึงจำเป็นต้องได้จากอาหารอย่างเพียงพอ

ขาดธาตุเหล็กแล้วจะมีอาการอย่างไร

  • มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายมักเป็นในตอนบ่าย หรือเหนื่อยง่ายขณะออกกำลังกาย
  • ความจำแย่ลง
  • มีปัญหาผมร่วง
  • หน้าซีด ตาซีด
  • อ้วนง่ายแม้คุมอาหาร
  • มือเท้าเย็น หัวใจเต้นเร็ว

ใครมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดธาตุเหล็ก

  • คนที่เป็นมังสวิรัติ
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • คนที่มีโรคเลือดออกเรื้อรัง เช่น ริดสีดวง,พยาธิ,หญิงที่มีประจำเดือนมามากทุกเดือนฯลฯ

แพทย์วินิจฉัยภาวะขาดธาตุเหล็กได้อย่างไร

  • การประวัติ การตรวจร่างกาย ร่วมกับการตรวจเลือด CBC ค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง และการตรวจระดับธาตุเหล็ก

การรักษา

  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็ก ได้แก่ เนื้อสัตว์โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อวัว เคื่องในสัตว์ ไข่แดง ผักใบเขียวโดยเฉพาะ ตำลึงและผักโขม อาหารทะเล เช่น หอยแมงภู่ หอยนางรม กุ้ง
  • การให้ธาตุเหล็กเสริมและรักษาสาเหตุ

2. วิตามินดี

วิตามินดีช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบาง(Osteopenia) และกระดูกพรุน(Osteoporosis) นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายที่ช่วยต้านมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่(Colon cancer) มะเร็งเต้านม(Breast cancer) และ มะเร็งต่อมลูกหมาก(Prostate cancer )วิตามินดีช่วยให้สมองหลั่งสารซีโรโตนิน (serotonin) ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดความเครียด และภาวะซึมเศร้ายังช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และเพิ่มความไวของอินซูลินของกล้ามเนื้อในร่างกาย ทำให้สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้มากขึ้นซึ่งดีต่อคนไข้ เบาหวานชนิดที่ 2 นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system) และมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง(Hypertension) และ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ(Cardiovascular diseases)

ใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการขาดวิตามินดี

  • ผู้ที่อยู่ในร่ม
  • ผู้ที่ใช้ครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้ามิดชิดเป็นประจำ
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีสีผิวคล้ำ ซึ่งจะทำให้ผิวหนังผลิตวิตามินดีลดลง
  • ผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก

อาการที่พบว่าขาดวิตามินดี

  • อ่อนเพลีย ปวดหัว
  • มีอาการปวดกระดูก ปวดกล้ามเนื้อ
  • ภาวะซึมเศร้า
  • แผลหายช้า
  • ผมร่วง

แพทย์วินิจฉัยการขาดวิตามินดีอย่างไร

  • ตรวจเลือดหาระดับวิตามินดี

การรักษาภาวะขาดวิตามินดี

  • ร่างกายสามารถสสังเคราะห์วิตามินดีได้เองผ่านการโดนแสงแดด เพื่อป้องกันการขาดวิตามินดี การหมั่นออกแดดบ้าง
  • บริโภคอาหารที่มีวิตามินดีสูง คือปลาทะเลน้ำลึก เช่นปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน ไข่ และนมที่มีการเสริมวิตามินดี
  • การรับประทานวิตามินดีในรูปแบบอาหารเสริม (Vitamin D supplement) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

 

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.30 จาก 5 จำนวนโหวต 10 โหวด

ผู้เขียน

พญ. สุภามาศ เติมมงคลชัย สรุป: เวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ