แชร์ข้อความนี้

MFM นั้นคืออะไร?

shutterstock_289

หลายคนคงคุ้นเคยกันมาบ้างกับคำว่า หมอ MFM โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ แต่หลายคนก็ยังคงสงสัยเช่นกันใช่ไหมว่าคุณหมอ MFM นั้นคืออะไร วันนี้จะมาไขข้อข้องใจให้ทราบกัน

MFM ย่อมาจากคำว่า Maternal Fetal Medicine ซึ่งหมายถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ หรือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ สูติแพทย์ที่ทำการศึกษาต่อยอดภายหลังจากที่จบการฝึกอบรมสูติศาสตร์นรีเวชวิทยาแล้ว ซึ่งสิ่งที่คุณหมอ MFM ต้องศึกษาต่อยอดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย เพราะคุณหมอจะต้องมาทำหน้าที่ดูแลในเชิงลึกเกี่ยวกับทางด้านทารก และมารดา ให้คำปรึกษาดูแลช่วยเหลือสูตินรีแพทย์ในการดูแลครรภ์ควบคู่กันไปตลอดการตั้งครรภ์ โดยคุณหมอมีหน้าที่หลักๆ คือ

  • เป็นผู้ให้คำปรึกษาในกรณีที่สงสัยหรือตรวจพบว่าทารกในครรภ์มีภาวะผิดปกติ
  • ดูแลและรับฝากครรภ์ ทำคลอด สตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อายุมาก มีภาวะแท้งบ่อย ครรภ์แฝด หรือมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน ที่อาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ โดยให้คำปรึกษาตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ การดูแลในระหว่างฝากครรภ์ ช่วงระยะเวลาในการคลอดและหลังคลอด
  • ให้การรักษาทารกในครรภ์ที่มีความผิดปกติบางชนิดที่สามารถให้การช่วยเหลือหรือแก้ไขได้ตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์ก่อนคลอด
  • ช่วยดูแลครรภ์แฝด เพราะครรภ์แฝดมีความเสี่ยงต่อการแลกเลือด โดยเฉพาะในแฝดไข่ใบเดียวกัน ซึ่งถ้าทารกมีการแลกเลือดกัน อาจจะทำให้คนหนึ่งได้รับมาก บางคนได้รับน้อย ซึ่งจะทำให้เด็กเจริญเติบโตไม่เท่ากัน ซึ่งจะนำไปสู่ความพิการต่างๆ
  • ช่วยตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดเพื่อคัดกรองและวินิจฉัยความผิดปกติของทารกในครรภ์ ซึ่งรวมถึงการเก็บสิ่งส่งตรวจต่างๆ จากในครรภ์ เช่น การเจาะชิ้นเนื้อรก การเจาะน้ำคร่ำ และการเจาะเลือดสายสะดือทารก

คุณหมอมีเครื่องมือที่สำคัญในการช่วยตรวจคัดกรองภาวะต่างๆ คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรือการอัลตร้าซาวด์ ซึ่งการอัลตร้าซาวด์ไม่ได้มีผลกระทบใดๆ กับทารกในครรภ์ แต่กลับเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณหมอตรวจพบสิ่งผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับทารกได้ตั้งแต่เนิ่นๆ อาจารย์แนะนำว่า โดยทั่วไปแล้วในการตั้งครรภ์ครั้งหนึ่ง ควรจะได้มีการตรวจอัลตร้าซาวด์โดยคุณหมอ MFM อย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงกึ่งกลางของการตั้งครรภ์ ซึ่งอยู่ประมาณสัปดาห์ที่ 18-23 แต่ถ้าจะเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้มากยิ่งขึ้น ควรมีการตรวจอัลตร้าซาวด์โดยละเอียดอยู่ 3 ช่วงด้วยกัน

ช่วงที่ 1 การตั้งครรภ์ที่ 11-14 สัปดาห์

ในช่วงนี้จะเป็นช่วงของการคัดกรองที่เรียกว่า Screening ซึ่งเป็นการตรวจลักษณะที่แสดงออกทางอัลตร้าซาวน์ โดยการตรวจดูน้ำบริเวณใต้ต้นคอของทารก ร่วมกับการตรวจเลือดของคุณแม่ เพื่อตรวจหาดาวน์ซินโดรม และเพื่อดูว่าทารกในครรภ์มีพัฒนาการเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ดูว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า เช่น ในระยะนี้ควรจะมีกะโหลก มีแขน มีขา เป็นต้น ซึ่งถ้าเราพบความผิดปกติตั้งแต่ในช่วงนี้ก็จะสามารถร่วมกันปรึกษาหารือ เพื่อหาหนทางแก้ไขปัญหา โดยไม่ต้องรอให้นานไปจนถึง 18 สัปดาห์

ช่วงที่ 2 การตั้งครรภ์ที่ 18-23 สัปดาห์

ซึ่งถือเป็นช่วงที่สำคัญ เป็นช่วงของการตรวจโครงสร้างของทารก ที่เรียกว่า Anatomic Survey เพื่อค้นหาความผิดปกติของเด็ก ซึ่งถ้าไม่พบความผิดปกติในช่วงนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถถอนหายใจได้เฮือกใหญ่ๆ เลยทีเดียว เพราะแสดงว่าความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติต่างๆ กับทารกนั้นลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งนอกจากคุณหมอจะตรวจทารกแล้ว ในช่วงนี้คุณหมอก็จะทำการตรวจให้คุณแม่อย่างละเอียดอีกด้วย เพื่อดูว่ามีรกเกาะต่ำหรือไม่ รกอยู่ในตำแหน่งที่ดีหรือไม่ ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ดีก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่ถ้ามีรกต่ำก็ต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป รวมทั้งการตรวจเนื้องอก หรือความผิดปกติภายในมดลูกอีกด้วย

และสิ่งสำคัญสำหรับการตรวจอัลตร้าซาวด์ให้กับคุณแม่ในช่วงนี้คือ การวัดความยาวของปากมดลูก เพื่อดูว่ามีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดหรือไม่ ถ้าปากมดลูกยาวแสดงว่าดี มีความแข็งแกร่ง โอกาสที่ปากมดลูกจะเปิดก็ยาก ความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนดก็น้อย แต่ถ้าปากมดลูกสั้น อ่อนตัว ถุงน้ำย้วยลงมาได้ง่าย ก็มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดได้สูง ถ้าตรวจดูแล้วว่ามีความเสี่ยงก็จะมีการให้ยารักษาแล้วเฝ้าตรวจดูเป็นระยะๆ แต่ถ้าสั้นมากๆ อาจมีการผ่าตัดเย็บมดลูกร่วมด้วย เพื่อลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในสมัยก่อนการคลอดก่อนกำหนดเป็นสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ปัจจุบันการวัดความยาวของปากมดลูก และการให้ยากลุ่มโปรเจสเตอโรน สามารถช่วยลดปัญหาการคลอดก่อนกำหนดได้สูงถึง 50-70% เลยทีเดียว

ช่วงที่ 3 การตั้งครรภ์ที่ 32-36 สัปดาห์

ในช่วงนี้อาจารย์บอกว่าถือเป็น Option ให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกมากกว่าว่าจะอัลตร้าซาวด์หรือไม่ เพราะถ้าผ่านช่วงที่ 2 มาได้ก็สามารถสบายใจไปได้กว่าครึ่งแล้วซึ่งช่วงนี้จะเป็นการตรวจดูการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ดูตำแหน่งรก ตรวจวัดปริมาณน้ำคร่ำ และตรวจดูความผิดปกติของทารกบางชนิด ซึ่งบางอย่างอาจจะมาพบความผิดปกติในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ได้เหมือนกัน แต่มีโอกาสเกิดได้น้อย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความผิดปกติของทารกในครรภ์อีกหลายชนิด ซึ่งอาจจะไม่สามารถวินิจฉัยก่อนคลอดได้ทั้งหมด เนื่องจากข้อจำกัดของอัลตร้าซาวด์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์

นอกจากนี้ขอเสริมว่า ถึงแม้จะมีเครื่องมืออย่างอัลตร้าซาวด์ที่มาช่วยตรวจคัดกรองความผิดปกติ หรือความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะต่างๆ ของทารกในครรภ์แล้ว สิ่งหนึ่งที่จะช่วยป้องกันทารกในครรภ์จากความผิดปกติต่างๆ ได้ คือการปฏิบัติตัวของคุณแม่นั่นเอง

  • เริ่มตั้งแต่การควรทำการตรวจคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ก่อนการตั้งครรภ์
  • ในช่วง 3 เดือนแรกที่ตั้งครรภ์ ควรกินโฟลิกในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากกรดโฟลิกมีบทบาทสำคัญในการแบ่งตัวของเซลล์สร้างสมอง ไขสันหลังรวมทั้งกระดูกสันหลังด้วย ดังนั้นถ้าช่วงนี้ร่างกายของแม่ขาดกรดโฟลิกก็อาจมีผลทำให้การแบ่งเซลล์ผิดปกติ ทารกมีความพิการทางสมองได้
  • หลีกเลี่ยงสารก่อให้เกิดความพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์เพราะเป็นช่วงการพัฒนาของตัวอ่อน ต้องหลีกเลี่ยงการเอกซเรย์ สารเคมี ควันพิษ ควันบุหรี่ รวมทั้งยาที่มีผลต่อการตั้งครรภ์ เช่น ยารักษาสิว Roaccutane หากคุณผู้หญิงท่านไหนต้องการมีบุตรแล้วทานยาตัวนี้อยู่ ควรจะหยุดทานก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 6-8 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะความร้อนที่ร่างกายผลิตออกมาจะมีผลต่อการพัฒนาการของลูก
  • ฝากครรภ์และตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ
  • กินอาหารที่มีประโยชน์ สะอาด ปรุงสุก เพื่อหลีกเลี่ยงโรคติดเชื้อต่างๆ
  • ตรวจคัดกรอง Stage Screening ตามระยะ รวมทั้งวัดความยาวปากมดลูกเพื่อตรวจความเสี่ยงการคลอดก่อนกำหนด

ได้ฟังแบบนี้แล้ว คงทำให้คุณผู้หญิงทั้งหลายสบายใจได้มากขึ้นทีเดียว เพราะทั้งความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของคุณหมอ บวกกับเครื่องไม้เครื่องมือที่จะมาช่วยให้ตลอดการตั้งครรภ์ของคุณผู้หญิงนั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่น และเป็นครรภ์ที่มีคุณภาพ ใครที่ยังรีๆ รอๆ ว่าจะท้องดีหรือไม่ท้องดี ลองเข้ามาปรึกษาหารือกับคุณหมอเพื่อวางแผนกันก่อนได้ดีกว่า

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.44 จาก 5 จำนวนโหวต 9 โหวด

ผู้เขียน

นพ. เทวินทร์ เดชเทวพร สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์