แชร์ข้อความนี้

Lifestyle Medicine ปรับพฤติกรรมเพื่อสร้างสมดุลแห่งสุขภาพ

Lifestyle-Medicine

รู้ รับ ปรับ เปลี่ยน เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

  • รู้ …รู้ลักษณะพันธุกรรม ความเสี่ยงต่อโอกาสเกิดโรคที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล รวมถึงการตอบสนองต่อการเผาผลาญอาหารและการออกกำลังกายในรูปแบบที่ต่างกัน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจะส่งผลอย่างไรบ้างต่อการรับประทานอาหาร โภชนาการ และการออกกำลังกาย
  • รับ …รับมือต่อโรคภัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปรับ …ปรับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะร่างกายของเราแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน การเลือกรับประทานอาหาร และออกกำลังกายที่เหมาะสมกับร่างกายจึงมีความจำเป็นเพื่อสุขภาพที่ดี
  • เปลี่ยน …เปลี่ยนวิถีการดำรงชีวิตให้ก้าวทันเทคโนโลยี ทันยุคทันสมัย เปลี่ยนความเชื่อบางอย่างหรือไม่ต้องรอให้ป่วยแล้วค่อยเข้าโรงพยาบาล

การดำเนินชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เต็มไปด้วยการแข่งขันที่กดดันและความเครียด สิ่งเหล่านี้ส่งผลร้ายต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา และน้ำหนักตัวเกิน จนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บตามมา เช่น โรคเบาหวาน, ความดันหรือหัวใจ ฯลฯ ปัญหาสุขภาพเหล่านี้อาจยังไม่ปรากฎในวัยที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด แต่หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดโรคร้ายตามมาโดยไม่คาดคิด

Lifestyle Medicine

แนวการดูแลรักษาแบบใหม่ โดยเน้นการป้องกันและปรับพฤติกรรมเพื่อสร้างสมดุลแห่งสุขภาพให้บริการที่ ครอบคลุมทั้งสุขภาพ ความงาม เน้นแนวการรักษาเชิงวิเคราะห์การดำเนินชีวิตของผู้ป่วยแต่ละคน (customized) ถึงความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิต เพื่อนำมาปรับพฤติกรรมแก้ไขให้ถูกต้องและดูแลรักษาโรคจากสาเหตุที่แท้จริง ก่อนที่โรคจะเกิดอีกด้วย

ปัจจุบันแนวทางการดูแลรักษาได้มีการเปลี่ยนแนวจากเน้นการรักษาด้วยการให้ยามาเป็นการเน้นการป้องกันดูแลก่อนเกิดโรคด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่างๆ ให้เหมาะสม รวมไปถึงแม้จะเป็นโรคแล้วก็มีการใข้พฤติกรรมสุขภาพต่างๆ เข้ามาร่วมกับการใข้ยามากขึ้น พร้อมทั้งมีตัวช่วยต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย มีการรับประทานอาหารเสริม การล้างพิษด้วยวิธีการต่างๆ การทำ caloric restriction จำกัด calorie ในอาหารที่รับประทาน การเน้นการออกกำลังกายเพื่อช่วยในการกระตุ้น growth hormone การจัดโปรแกรมการออกกำลังกาย อาหารที่เหมาะสม การจัดการกับความเครียด เป็นต้น

อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความเจ็บป่วยของคนในยุคปัจจุบันนั้นแตกต่างจากเดิมอย่างมาก ในสมัยก่อนคนมักเสียชีวิตจากเชื้อโรคหรือโรคระบาดต่างๆ จึงมีการศึกษาค้นคว้าและพยายามพัฒนาด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้มียารักษาโรคและยาฆ่าเชื้อมากมาย จนสามารถทำให้คนมีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่ในปัจจุบันแม้ว่าสังคมเจริญขึ้นคนกลับมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงแย่ลงมากขึ้น รับประการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม การขาดการออกกำลังกาย ความเครียดสะสม การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้จะสะสมก่อให้เกิดความเสื่อม ระบบต่างๆ ของร่ากายทำงานบกพร่องทีละน้อย จนนำไปสู่โรคโรคเรื้อรัง อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งโรคในกลุ่มนี้หากลองสังเกตดูจะพบว่า หากคนที่ยังยึดติดกับความคิดแบบเดิมๆ เน้นการรับประทานยาเป็นหลักยามเจ็บป่วยโดยไม่มีการปรับพฤติกรรม จะไม่สามารถรักษาได้ผลดี แต่โรคจะแย่ลง จนต้องเพิ่มยาขึ้นเรื่อยๆ แต่ในคนที่มีการปรับพฤติกรรมร่วมด้วยจะได้ผลการรักษาที่ดีกว่า ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การดูแลพฤติกรรมสุขภาพต่างๆในรูปแบบของ Lifestyle Medicine มีความสำคัญยิ่งสำหรับการดูแลโรคภัยต่างๆ ในยุคปัจจุบัน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในแง่ของการป้องกันโรคหรือการรักษาโรคควบคู่ไปกับการใช้ยาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการรักษาสูงสุด ซึ่งในเรื่องนี้มหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังทั่วโลก เช่น Harvard Medical School , John Hopkins Medical School ต่างก็เน้นและให้ความสำคัญอย่างมาก

ขั้นตอนในการดูแลรักษาตามแนวทาง Lifestyle Medicine (5A)

  • Step 1 : Assess ประเมินอาการความไม่สบายต่างๆ ดูประวัติเจ็บป่วยของคนในครอบครัว เจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี หรือ อาจจะตรวจลึกซึ้งขึ้นในแง่ของวิตามิน แร่ธาตุ สารอาหารต่างๆ การอักเสบ เป็นต้น
  • Step 2 : Advise การให้คำแนะนำปรึกษาว่ามีปัญหาใดบ้างที่ควรได้รับการแก้ไข
  • Step 3 : Agree มีการวางแผน ตั้งเป้าหมายการรักษา และหาข้อตกลงร่วมกัน
  • Setp 4 : Assist ช่วยกันวางกลยุทธวิธีการดูแลในด้านพฤติกรรมสุขภาพต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพคนไข้แต่ละราย ทั้งในแง่ของอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน เป็นต้น และช่วยกำจัดอุปสรรคปัญหาต่างๆ ที่เกิดหรือจะเกิดขึ้น
  • Step 5: Arrange มีการนัดติดตามอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง คอยให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลือในด้านต่างๆ

ประโยชน์ของการดูแลรักษาตามแนวทาง Lifestyle Medicine คือ คนไข้รู้สึกมีส่วนร่วมในการรักษา ผลที่ได้จะยั่งยืน และ มีโอกาสประสบความสำเร็จได้สูง นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไข้และทีมแพทย์ ผู้ป่วยสามารถสื่อสารและบอกถึงความต้องการ อาการต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากผู้ป่วยสามารถใช้เวลาในการซักถามพูดคุยกับแพทย์ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

หลัก 8 อ. ป้องกันและรักษาโรคเบื้องต้น

สุดท้ายนี้ขอแนะนำหลักการดูแลสุขภาพแบบสั้นๆจำง่ายๆ เรียกว่า หลัก 8อ ซึ่งเป็นหลักที่คนทั่วไปสามารถนำไปใช้เพื่อดูแลสุขภาพได้ทั้งในแง่ป้องกันและรักษาโรคเบื้องต้นนะคะ อย่างไรก็ตามในคนที่เป็นโรคต่างๆ นั้นจะมีวิธีการดูแลที่จำเพาะเจาะจงในรายละเอียดลงไปอีก สามารถพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำได้เป็นกรณีๆ ไปค่ะ

1. อาหาร  :
– ชนิด ครบ 5 หมู่  หลายหลาก ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน และไม่ควรรับประทานอาหารที่เป็นโทษแก่ร่างกาย เช่น ของทอด ของมัน ชองหวาน กาแฟ แอลกอฮอล์ สารปรุงแต่ง สารกันบูด อาหารแปรรูปต่าง เป็นต้น
– ปริมาณ พอดี เหมาะสม กินพอดีอิ่ม ไม่ควรอิ่มมากเกินไป
– เวลา  ตรงเวลาและควรต้องกินอาหารมื้อเช้า สำคัญมาก

2. อากาศ หลีกเลี่ยงแหล่งที่เป็นมลพิษต่างๆให้มากที่สุด พยายามหาแหล่งที่ให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ และ ฝึกการหายใจเข้าออกลึกๆยาวๆเป็นประจำ เพื่อช่วยเก็บเอาออกซิเจนไปใช้ประโยชน์แก่ร่างกายมากที่สุดและยังช่วยลดระดับความเครียดลงได้เป็นอย่างดี

3. ออกกำลังกาย
– ครบถ้วน ทั้ง 3 องค์ประกอบ คือ aerobic exercise, weight training, flexibility (ความยืดหยุ่นของร่างกาย)
– ระยะเวลา ที่เหมาะสม ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมหรือมากเกินไป ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมงต่อครั้งและ อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะการออกกำลังกายที่มากเกินไปจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
–  แสงแดด ควรได้รับในตอนเช้าบ้างเพื่อช่วยร่างกายในการสังเคระห์วิตามินดี

4. เอนกาย พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง และข่วงเวลาการนอนก็มีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับอวัยวะต่างๆ และฮอร์โมนในร่างกาย ควรเข้านอน 22.00-23.00 น.

5. อารมณ์ ควรลดความเครียด เพราะความเครียดทำให้ cell ต่างๆในร่างกายเสื่อมได้และทำให้ฮอร์โมนต่างๆมีปัญหาตามมาได้   ปรับทัศนคติต่างๆในการใช้ชีวิตให้มีความสุข สร้างโอกาสในการยิ้มหรือหัวเราะบ่อยๆ

6. เอาพิษออก
– ลำไส้ใหญ่  ทางอุจจาระ ควรฝึกให้มีการขับถ่ายทุกวัน
– ไต ขับทางปัสสาวะ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และไม่กลั้นปัสสาวะ
–  ปอด ทางการหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์ออก ดังนั้นควรหมั่นหายใจเข้าออกลึกๆในที่มีอากาศบริสุทธิ์เสมอๆ

7. อาชีพ ที่เหมาะสม ไม่เบียดเบียนตัวเอง ไม่ทำให้ตัวเองเสียสุขภาพ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีโอกาสพัฒนาตัวเอง ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม กิจกรรมในอาชีพนั้นเหมาะสมกับสภาพร่างกายและจิตใจของคนๆนั้น

8. อิทธิบาท4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
มีความพอใจตั้งใจมั่น พากเพียร เอาใจใส่ ค้นคว้า ในเรื่องการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อายุยืนนาน ไม่เกียจคร้าน ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ

*** และที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง คือ ห้ามอ้วนนะคะ ***

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.79 จาก 5 จำนวนโหวต 28 โหวด

ผู้เขียน

พญ. พัชรนันท์ ศรีพัฒนวัชร์ สรุป: สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์