แชร์ข้อความนี้

หรือว่าแม่เราจะเป็นต้อ

HIGHLIGHTS:

  • ต้อกระจก พบได้มากถึง 50 % ในผู้สูงอายุ ที่มีอายุประมาณ 55 ปี และอาจพบได้เกือบ 100% ในผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไป
  • ต้อหิน เป็นโรคต้อที่รุนแรงที่สุดและเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ในระยะแรกจะไม่แสดงอาการหรือสัญญาณใดๆ ทำให้กว่าจะรู้ตัวก็มักสูญเสียการมองเห็นไปมากแล้ว
  • การตรวจสุขภาพตาทุกปีเมื่อมีอายุ 35 ปีขึ้นไป มีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นต้อ

 

eye-desease

“แม่” คือซูเปอร์วูแมนในสายตาของลูกเสมอ แม่ทั้งอุ้ม พาเดินเล่น ทำอาหาร กล่อมนอน เมื่อยังเล็ก เราจะมีแม่อยู่เคียงข้างเสมอ แต่เมื่อเติบโตขึ้นภาระหน้าที่เปลี่ยนไปอาจทำให้ต้องห่างกัน บางคนได้พบแม่เพียงปีละครั้งในช่วงเทศกาลหยุดยาวเท่านั้น ทุกๆ ปีดูดีๆ เหมือนแม่จะตัวเล็กลง เดินช้าลง และต้องหยีตาเมื่อจ้องมองสิ่งต่างๆ
คุณแม่บางท่านอาจเป็นเพียงสายตาฝ้าฟางตามอายุที่มากขึ้น แต่หากอาการฝ้ามัวกลับกลายเป็นโรคต้อ การตรวจคัดกรองเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลาม ย่อมเป็นสิ่งที่ดีและทำให้คุณแม่กลับมามองหน้าลูกได้ชัดเจนดังเดิม

โรคต้อกับดวงตา

โรคที่เกิดกับดวงตา ส่งผลกับการมองเห็น มีสาเหตุและอาการแตกต่างออกไปตามลักษณะที่เกิด กลุ่มโรคต้อที่รู้จักกันดี ประกอบไปด้วย ต้อกระจก ต้อหิน ต้อลมรวมถึงต้อเนื้อ

ต้อกระจก

มักพบในผู้สูงอายุประมาณ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งพบมากถึง 50 % และอาจพบในผู้สูงอายุที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไปเกือบ 100% โรคต้อกระจกเป็นความเสื่อมของเลนส์แก้วตาตามธรรมชาติ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ประวัติครอบครัวเคยมีผู้เป็นโรคต้อกระจก โรคเบาหวาน เคยได้รับอุบัติเหตุรุนแรงที่ดวงตาทำให้แก้วตา (Lens) ขุ่นมัว ส่งผลให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาน้อยลง ซึ่งอาจมีสีต่างกัน ทั้งขาวขุ่น เหลือง หรือน้ำตาล ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ขึ้นกับอาการว่าเป็นมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากมีอาการขุ่นมัวของแก้วตามาก ๆ อาจมองไม่เห็นเลย

การรักษา

ปัจจุบันการรักษาต้อกระจกได้พัฒนาไปจนมีเครื่องมือที่รักษาให้สามารถมองเห็นได้ทันที และทำให้อาการหายขาดอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ด้วยการผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) ซึ่งแผลผ่าตัดสามารถสมานได้เองโดยไม่ต้องเย็บแผล และแผลก็มีขนาดเล็กเพียง 2-2.5 มิลลิเมตรเท่านั้น จากนั้นจึงใส่เลนส์เทียมเข้าไปไว้ในถุงหุ้มเลนส์ ทั้งนี้เลนส์แก้วตาเทียมที่จักษุแพทย์ใส่ให้นั้นสามารถอยู่ในดวงตาได้ตลอดชีวิต ไม่ต้องถอดเปลี่ยนหรือทำความสะอาด

การดูแลหลังการรักษา

  • รับประทานยาและหยอดตาตามแพทย์สั่ง โดยล้างมือให้สะอาดก่อนหยอดตาทุกครั้ง
  • รักษาความสะอาดของใบหน้า และไม่ควรขยี้ตา ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด
  • งดออกกำลังกายอย่างหนักจนกว่าแผลจะหาย
  • สวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่ต้องออกไปในที่ที่มีแสงจ้า
  • พบแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น ตาแดง มีขี้ตาเป็นสีเหลือง มองไม่เห็น คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดตารุนแรง

ต้อหิน

โรคต้อที่รุนแรงที่สุดและเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร เกิดจากการถูกทำลายของใยประสาทตา โดยปกติโรคต้อหินระยะแรกจะไม่แสดงอาการหรือสัญญาณใดๆ กว่าที่ผู้ป่วยจะรู้ตัวก็มักสูญเสียการมองเห็นไปมากแล้ว ปัจจัยการเกิดโรคต้อหินส่วนใหญ่มาจากอายุที่มากขึ้น ความดันลูกตาสูง กรรมพันธุ์ รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว เช่น ไมเกรน เบาหวาน ทั้งนี้การใช้ยาบางชนิดก็ทำให้เกิดต้อหินได้ เช่น ยาหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์

การรักษา

หากตรวจพบว่าเป็นต้อหินเบื้องต้นแพทย์อาจให้ใช้ยาหยอดตาลดความดันลูกตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประคับประคองให้ใยประสาทตาไม่ถูกทำลายมากขึ้น และช่วยรักษาการมองเห็นให้นานที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับอาการและการวินิจฉัยของจักษุแพทย์ ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด

ต้อลม

สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย มักพบบ่อยเมื่อมีอายุมากขึ้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากดวงตาสัมผัสกับลม ฝุ่นละออง รวมถึงแสงแดด สะสมเป็นเวลานาน ส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อปกติกลายเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงบริเวณเยื่อบุตาขาว สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ลักษณะเป็นแผ่นบางหรือตุ่มนูนสีหลืองบนตาขาว ตรงบริเวณหัวตาและหางตาใกล้ๆ กับกระจกตา ทำให้รู้สึกระคายเคือง ตาแห้ง และแสบตา บางรายอาจรู้สึกเหมือนมีเศษผงเข้าตา

การรักษา

โรคต้อลมไม่จำเป็นต้องรักษา นอกจากกรณีที่อาการรุนแรง บวมแดง หรือระคายเคืองอย่างมาก โดยใช้น้ำตาเทียม หรือยาหยอดตาที่ใช้สำหรับต้อลมโดยเฉพาะ ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ แต่ในกรณีที่ก้อนเนื้อในดวงตามีขนาดใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นต้อเนื้อ แพทย์อาจพิจารณาใช้การผ่าตัด

การป้องกันโรคต้อ

แม้อาการและความรุนแรงของโรคต้อแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน แต่ปัจจัยการเกิดโรคส่วนใหญ่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นการดูแลรักษาดวงตาพื้นฐานจึงมีความจำเป็นและควรปฏิบัติตาม ดังนี้

  • สวมแว่นตากันแดดที่มีประสิทธิภาพ เมื่อต้องอยู่ในที่แดดจัด
  • หลีกเลี่ยงดวงตากับการปะทะโดยตรงกับลมแรง เศษผง ฝุ่นละออง โดยสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา
  • ดูแลดวงตาให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ หยอดน้ำตาเทียม เมื่อรู้สึกตาแห้ง และควรพักสายตาด้วยการหลับตาในระยะเวลา 5-10 นาที เมื่อต้องใช้สายตามากๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  • ตรวจสุขภาพตาทุกปีเมื่อมีอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะครอบครัวที่มีประวัติเป็นต้อ

และเมื่อวันแม่มาถึง อาจเปลี่ยนจากการพาแม่ไปรับประทานอาหารเป็นการพาท่านไปตรวจสุขภาพตาประจำปี หรือจะมอบทั้ง 2 สิ่งเป็นของขวัญวันแม่ในทุก ๆ ปี ก็คงจะดีไม่น้อย


บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.60 จาก 5 จำนวนโหวต 5 โหวด

ผู้เขียน

สรุป: